WHA ยังน่าลงทุนไหม? จากต้นปีดิ่งแล้วถึง 46% ฟากโบรกฯ ประสานเสียงเชียร์ “ซื้อ” ผลงานแกร่ง-ราคาฟื้นหลังชะลอแผน IPO
ราคาหุ้น บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงปัจจุบัน โดยราคาหุ้นปรับตัวลดลง 46.06% นับตั้งแต่ราคาหุ้นอยู่ที่ระดับ 5.45 บาท เมื่อวันที่ 2 ม.ค.68 ขณะที่เมื่อวันที่ 4 เม.ย.68 ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2.94 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 884.57 ล้านบาท โดยปัจจัยที่เป็นตัวกดดันราคาหุ้น คาดว่ามาความกังวลในแง่ของผลการดำเนินงานที่ยังมีแนวโน้มขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในส่วนของมุมมองนักวิเคราะห์เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือแนะนำ “ซื้อ” หุ้น WHA โดยมองว่าราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวจากการคลายความกังวลกรณีเลื่อน IPO กลุ่มธุรกิจนิคม (WHAID) ซึ่งเป็นตัวกดดันราคาหุ้นในช่วงก่อนหน้านี้ อีกทั้งมองว่าผลการดำเนินงานงวดปี 2568 ยังคงมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรจากปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน
โดย บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ระบุในบทวิเคราะห์ แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 5.65 บาท มองประเด็นการเลื่อน IPO กลุ่มธุรกิจนิคม (WHAID) เป็น Sentiment บวกต่อหุ้น จากการคลายความกังวลของตลาดก่อนหน้าในเรื่อง 1) สัดส่วนการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจนิคมที่เป็นธุรกิจหลักลดลง กดดันแนวโน้มการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2569 เป็นต้นไป และ 2) ค่าใช้จ่ายทางภาษีจากการปรับโครงสร้างการถือหุ้น WHAUP ที่เป็นรายการพิเศษกดดันการเติบโตของกำไรสุทธิปี 2568 นอกจากนี้ ในระยะเวลา 2 ปี หากบริษัทสามารถเรียกความเชื่อมั่นในธุรกิจใหม่ Mobilix ได้จะช่วยหนุนการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของ WHA ได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1/68 คาดยอดขายที่ดินเติบโตจากไตรมาสก่อน และจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน ตามความต้องการที่ดินหนาแน่นจากลูกค้ากลุ่ม Electronics และ Data Center ขณะที่คาดผลประกอบการทรงตัวจากไตรมาสก่อน จาก GPM ที่สูงกว่าปกติ และทรงตัวจากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน จากฐานสูงของการโอนที่ดิน
ทั้งนี้ บล.หยวนต้าคงประมาณการปี 2568 คาดกำไรปกติที่ 4,908 ล้านบาท (+14% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) จาก 1) Backlog แข็งแกร่ง 1,535ไร่ (+48% จากช่วงเดียวกันเมื่อปีก่อน) โอนส่งมอบทั้งหมดภายในปี 2) GPM ของธุรกิจนิคมฯ ยังอยู่ระดับสูงจากการปรับราคาขายที่ดินขึ้น 3) รายได้ธุรกิจสาธารณูปโภคเติบโตตามลูกค้านิคมที่เพิ่มขึ้นและ 3) แผนขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT มูลค่า 1.5 พันลบ. (เพิ่มขึ้นจาก 1.1พันลบ. ในปี 2567
อย่างไรก็ดี ตั้งแต่ 24 ก.พ. ราคาหุ้นปรับตัวลง 23% จากความกังวลต่อการประกาศเตรียม IPO ธุรกิจนิคมฯ (WHAID) จึงมองราคาหุ้นมีโอกาสฟื้นตัวจากการคลายความกังวัลนี้
เช่นเดียวกับ บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) แนะนำ “ซื้อ” WHA พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 4.50 บาท โดย WHA ชะลอแผนการทำ IPO หุ้น WHAID ออกไป มองว่าช่วยปลดล็อก Overhang ต่อหุ้นจากความกังวลต่อ Dilution กำไรจากการลดสัดส่วนถือหุ้น อีกทั้งคาดว่าแรงขายจากต่างชาติจะเบาบางลงจากการชะลอแผนฯ หลังเผชิญแรงขายหนักต่อเนื่อง ส่วนแนวโน้มยอดขายที่ดินไตรมาส 1/68 แข็งแกร่ง +/-700 ไร่ ขณะที่อยู่ระหว่างเจรจาที่ดินแปลงใหญ่รวมอีกเกือบ 1,000 ไร่ ทำให้น่าจะปรับเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ 2,350 ไร่ เพิ่มขึ้นกลางปีนี้