เปิดด้านมืดวงการเด็กเอ็นฯ หนุ่มจีนบังคับอัพยาจนช็อก ถูกทิ้งให้ตายคาโรงแรมหรู ญาติคาใจ ตร.ช่วยไกล่เกลี่ย
อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
เปิดด้านมืดวงการเด็กเอ็นฯ
หนุ่มจีนบังคับอัพยาจนช็อก
ถูกทิ้งให้ตายคาโรงแรมหรู
ญาติคาใจ ตร.ช่วยไกล่เกลี่ย
คดีการเสียชีวิตของ น.ส.ไอรดา โพธาราม หรือน้องไอ สาววัย 22 ปี นอกจากทำให้สังคมได้รับรู้เรื่องราวด้านมืดของวงการเด็กเอ็นฯ แล้ว ยังทำให้วงการสีกากีต้องสะเทือนอีกครั้ง เมื่อมีตำรวจนายหนึ่งพยายามเจรจาให้ฝ่ายผู้สูญเสียรับเงินค่าชดเชยจำนวนหนึ่ง แลกกับการไม่ติดใจเอาความกับผู้ต้องหา
เรื่องราวของน้องไอกลายเป็นข่าวขึ้นมาหลังจากเจ้าตัวเสียชีวิตไปแล้วหลายวัน โดยเพจ “อีซ้อขยี้ข่าว : อีซ้อ” ได้โพสต์เรื่องราวการเสียชีวิตของน้องไอ พร้อมระบุว่าคดีนี้ถูกปิดเงียบเพราะว่าทางโมเดลลิ่งได้ติดต่อไปหาญาติ โดยยื่นข้อเสนอเยียวยาเป็นเงินประมาณหนึ่งแสนบาทเพื่อไม่ให้เรื่องถึงตำรวจ และไม่ให้ติดใจเอาความ
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. และตำรวจ สน.โชคชัย เร่งรัดติดตามความคืบหน้าคดีการเสียชีวิตของ น.ส.ไอรดา หรือน้องไอ หลังจากที่ไปรับงานจากโมเดลลิ่งรายหนึ่ง ให้ไปดูแลลูกค้าชาวจีนโดยระบุลักษณะงานว่าจะต้องมีการเสพสารเสพติด กระทั่งเวลาต่อมาพบน้องไอเสียชีวิตปริศนาภายในโรงแรมย่านบางกะปิ
พล.ต.ต.นพศิลป์เปิดความเป็นมาของเรื่องนี้ว่า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ตำรวจ สน.โชคชัยได้รับแจ้งว่ามีเหตุหญิงเสียชีวิต ที่ห้องพักเลขที่ 112 ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านบางกะปิ จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบศพ น.ส.ไอรดานอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงในลักษณะเปลือยกายท่อนบน ตรวจสอบไม่พบบาดแผลตามร่างกายหรือร่องรอยการต่อสู้ และมีของกลางบางส่วนเป็นยาเสพติดอยู่ภายในห้อง
ตำรวจจึงไล่กล้องวงจรปิดพบว่า เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ เวลา 23.16 น. มีชายชาวจีนเข้ามาเปิดห้องเพื่อเช็กอิน ก่อนที่ช่วงเวลาประมาณ 02.51 ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ น้องไอจะเดินทางมายังโรงแรม และเข้าพักที่ห้องพักดังกล่าว จากนั้นกล้องวงจรปิดจับภาพได้อีกครั้งช่วงเวลา 06.16 น. ของวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ชายชาวจีนได้ออกจากห้องพักไป และไม่กลับเข้ามาอีกเลย ซึ่งหลังจากนั้นก็ไม่พบบุคคลใดเข้าออกห้องดังกล่าว กระทั่งพนักงานโรงแรมแจ้งเหตุว่าพบบุคคลเสียชีวิตในโรงแรม
พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าว พล.ต.ท.สยามกำชับสั่งการให้ชุดทำงานเร่งรัดติดตามความคืบหน้า พร้อมให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายใดบกพร่อง ให้ความร่วมมือในการปกปิดข้อมูลหรือเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด น.1 สั่งการลงโทษขั้นเด็ดขาดทั้งทางวินัยและทางอาญา
อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นมีการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปาก มีการเร่งรัดผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ของที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งเรียกตัวโมเดลลิ่งเจ้าของงานเข้าให้การกับตำรวจซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำ
ขณะที่ด้านชายชาวจีนรายนี้ชื่อ Mr. Duoying Wu (นายตั้วหยิน วู) ตำรวจได้ขอศาลออกหมายจับในข้อหา “กระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” อยู่ระหว่างการติดตามตัว ทั้งนี้ ได้ประสาน ตม.แจ้งสกัดกั้นทุกด่านทุกช่องทางแล้ว ส่วนผู้ใดมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้จะดำเนินการตามพยานหลักฐาน ตามกฎหมาย จนถึงที่สุดต่อไป
ขณะเดียวกัน นางเสาวนีย์ โพธาราม อายุ 45 ปี น.ส.อัญรัตน์ โพธาราม อายุ 22 ปี มารดา และพี่สาวของ น.ส.ไอรดา เดินทางจาก จ.ร้อยเอ็ด เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย เพื่อติดตามความคืบหน้าการเสียชีวิต
น.ส.อัญรัตน์เปิดเผยว่า ครอบครัวเพิ่งทราบว่าน้องรับงานเอ็นฯ ตอนที่เจ้าหน้าที่ตํารวจโทร.มาแจ้งว่าพบศพ ซึ่งที่ผ่านมารู้ว่าน้องทํางานประจําอยู่ที่บริษัทขนส่งแห่งหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นงานพาร์ตไทม์ โดยน้องมีปัญหาส่วนตัว และได้เลิกกับแฟนเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 จากนั้นได้ย้ายมาอยู่คนเดียวที่หอ ส่วนตัวเชื่อว่าน้องรับงานนี้เป็นครั้งแรก เพราะก่อนเสียชีวิตน้องอยู่กับครอบครัวที่ จ.ร้อยเอ็ด และไม่มีอาการของคนติดยาหรือพูดถึงงานดังกล่าว ที่ผ่านมาก็ไม่มีพฤติกรรมเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
หลังเกิดเหตุมีการประสานจะเยียวยาให้ครอบครัวเพื่อจบเรื่อง โดยรอบแรกเป็นโมเดลลิ่งคนที่ 1 ซึ่งเป็นคนที่ส่งงานให้น้องตลอด โทร.ติดต่อมาบอกว่า ทางฝ่ายชายชาวจีนต้องการเยียวยาค่าทําศพ 100,000 บาท แต่โมเดลลิ่งคนแรกก็แนะนําให้เรียกเพิ่ม ซึ่งฝ่ายชายจะส่งทนายมาเป็นตัวแทนเจรจา แต่ก็ยังไม่ตอบกลับอะไร จากนั้นมีโมเดลลิ่งที่สองซึ่งเป็นคนที่รับงานจากคนจีนคนนี้ ติดต่อมาอีกในข้อเสนอเดิม แต่เพิ่มเป็น 200,000 บาท
น.ส.อัญรัตน์กล่าวอีกว่า มีเจ้าหน้าที่ตํารวจพูดถึงเรื่องเงินเยียวยาทํานองว่า มีให้เลือก 2 ทาง คือ ให้รับเงินเยียวยา โดยเจ้าหน้าที่ตํารวจจะเป็นตัวกลางเสนอที่ 500,000 บาท หรือจะไม่รับการเยียวยาแล้วไปสู้ในชั้นศาล แต่น้องที่เสียชีวิตเป็นคนรับงานเอง ก็ถือว่ามีส่วนผิด อีกฝั่งอาจจะไม่ต้องเยียวยาก็ได้ ต่อให้สู้ก็ไม่มีสิทธิที่จะชนะคดี ซึ่งแนวทางที่ 2 นั้น รู้สึกไม่โอเค จึงยอมรับว่าตอนนั้นเลือกแนวทางแรก เพราะอย่างน้อยยังได้เงินเยียวยาดีกว่าไม่ได้อะไรเลย
เพิ่งทราบเมื่อวานว่า โมเดลลิ่งคนที่ติดต่องานให้คนจีน มีแฟนเป็นเจ้าหน้าที่ตํารวจ และรู้จักกับเจ้าหน้าที่ตํารวจที่ทำคดี จึงรู้สึกแปลกเพราะเรื่องเงียบ เลยเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม และกังวลเนื่องจากคนจีนผู้ก่อเหตุเป็นคนที่มีฐานะ ถึงขนาดเปิดห้องคืนละ 100,000 บาทได้ ทําให้วันนี้จึงออกมาเพื่อจะสู้และยืนยันจะดําเนินคดีจนถึงที่สุด เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับน้องสาว จะได้เงินหรือไม่ตอนนี้ก็ไม่สำคัญแล้ว
ส่วน พล.ต.ต.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผบก.น.4 เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า ผู้ต้องหารายนี้คือ นายตั้วหยิน วู หรือชื่อไทยว่า นายเจษฎา อายุ 37 ปี เป็นชาวจีนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยอย่างถูกกฎหมาย ช่วงวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ตรวจสอบพบว่าเคยเดินทางเข้ามาหลายครั้ง และสามารถสื่อสารภาษาไทยได้ ส่วนของกลางยาเสพติดในที่เกิดเหตุนั้น พบว่าน่าจะเป็นแฮปปี้วอเตอร์ (Happy Water) ซึ่งเป็นสารเสพติดชนิดใหม่ที่กำลังระบาดในกลุ่มนักเที่ยว และเคตามีน
ข้อมูลจากการสืบสวนระบุว่านายตั้วหยิน วู เคยเรียกเด็กเอ็นเตอร์เทนมาบริการในลักษณะนี้หลายครั้ง โดยใช้โรงแรมดังกล่าวเป็นสถานที่นัดพบ และเปิดเมมเบอร์กับโรงแรมเพื่อเข้าพักระยะยาว อย่างไรก็ตาม โรงแรมยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาเด็กเอ็นฯ เป็นเพียงสถานที่ให้พักอาศัย
พล.ต.ต.ธนันท์ธรกล่าวอีกว่า กรณีที่ครอบครัวของผู้เสียชีวิตได้รับการติดต่อจากพนักงานสอบสวนว่ามีคนกลางของชายชาวจีนรายนี้แสดงเจตจำนงว่าต้องการร่วมทำบุญงานศพจำนวน 100,000 บาท ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดทางวินัยหรืออาญา จะดำเนินการตามกฎหมาย
ต่อมา พ.ต.อ.เศรษฐพันธ์ ศรีสาคร ผกก.สน.โชคชัย เชิญตัว น.ส.ปณิตา แสโอสถ หรืออลิน อายุ 19 ปี โมเดลลิ่ง ที่เป็นตัวกลางรับงานจากชายชาวจีนให้กับน้องไอมาสอบสวน พร้อมแจ้งข้อหา “เป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี” และจะนำตัวส่งฝากขังยังศาลอาญา ส่วนโมเดลลิ่งอีกคนคือ น.ส.ปาลิกา ขณะนี้ยังไม่พบมีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งหากแนวทางการสืบสวนพบพยานหลักฐาน หรือมีผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ก็จะเรียกมาสอบปากคำทั้งหมด
ต่อมาเวลา 14.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญา โดยผู้สื่อข่าวได้สอบถามอลินว่า อยากต้องการจะพูดอะไรหรือไม่ และขอให้ตอบคำถามในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าอลินมีแฟนเป็นตำรวจ และช่วยเหลือทางคดีหรือไม่ แต่ น.ส.อลินไม่ตอบคำถามใดๆ ก่อนขึ้นรถตำรวจไปยังศาลอาญา
มีรายงานข่าวว่า จากการสอบสวนอลินให้การรับสารภาพว่าเป็นคนจัดหาสาวๆ รวมถึงผู้เสียชีวิตไปรับงานเอ็นเตอร์เทนให้กับลูกค้า โดยจะรับเงินจากลูกค้าโดยตรง ก่อนจะจ่ายเงินให้กับสาวในสังกัด ซึ่งถือเป็นโมเดลลิ่งรายใหญ่ในวงการ มีสาวในสังกัดกว่า 1,000 คน ตามหลักฐานเป็นกลุ่มแชตงานเด็กเอ็นฯ ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งพฤติการณ์ทั้งหมดนี้ถือว่าเข้าองค์ประกอบความผิดเรื่องการเป็นธุระจัดหาให้มีการค้าประเวณี ส่วนการบังคับเสพยาเสพติดนั้น ยังไม่พบพยานหลักฐานว่าอลินมีส่วนเกี่ยวข้องกับการบังคับให้ผู้เสียชีวิตเสพยา และยังต้องรอให้ได้ตัวผู้ต้องหาชาวจีนมาสอบปากคำก่อน
ส่วนแหล่งข่าวที่เป็นรุ่นพี่ในวงการเด็กเอ็นฯ ของน้องไอให้ข้อมูลว่า น้องไอเพิ่งจะรับงานเอ็น (En) ครั้งแรกเมื่อ 31 มกราคม ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แต่จากแชตที่น้องไอคุยกับโมเดลลิ่ง เจ้าตัวเพิ่งรู้ว่า เป็นงานเอ็น อัพ วี (En Up vip) คือต้องอัพยาด้วย และได้ต่อรองขอไม่อัพ แต่ทางโมเดลลิ่งตอบว่าแค่อัพนิดหน่อยเอาฟีล เจ้าตัวจึงยอมไป กระทั่งมาเสียชีวิตดังกล่าว
ขณะเดียวกัน มีรายงานข่าวว่านายตั้วหยิน วู ผู้ต้องหารายนี้ได้เผ่นออกจากประเทศไทยไปแล้ว
จากคดี ‘ลัลลาเบล’ มาถึงคดี ‘น้องไอ’ ถึงเวลาหรือยังที่ผู้เกี่ยวข้องต้องดูแลจัดการปัญหาอย่างจริงจังเสียที อย่ารอให้มีศพเพิ่มอีก
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดด้านมืดวงการเด็กเอ็นฯ หนุ่มจีนบังคับอัพยาจนช็อก ถูกทิ้งให้ตายคาโรงแรมหรู ญาติคาใจ ตร.ช่วยไกล่เกลี่ย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com