โลกร้อน เป็นหนี่งในสาเหตุ ให้สตาร์บัคไทยขึ้นราคา ทั้งกาแฟ น้ำตาล จะแพงขึ้นไปอีก
โลกร้อน หนึ่งในสาเหตุที่สตาร์บัค (Starbucks) ประเทศไทยขึ้นราคา ท่ามกลางสภาพอากาศที่ผันผวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ ทำให้กาแฟและน้ำตาลมีผลผลิตน้อยจนราคาวัตถุสูงขึ้น ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าต้นทุนจะสูงขึ้นไปอีกจนกว่าเอลนีโญจะลดลง
สตาร์บัค ร้านกาแฟที่ใคร ๆ ก็รู้จักได้ประกาศขึ้นราคาทุกเมนูเพิ่ม 5 บาทด้วยสาเหตุต้นทุนที่แพงขึ้น หลายคนอาจมองเป็นเรื่องตลกขำขัน แต่ลึกลงไปแล้ว เรื่องนี้เป็นผลกระทบต่อเนื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง และไม่ใช่กาแฟเท่าที่จะแพงขึ้น แต่อาหารและขนมหวานก็จะแพงขึ้นด้วยเช่นกัน
“สภาพอากาศสุดขั้วส่งผลกระทบต่ออาหาร ปีที่แล้วเป็นอะโวคาโด ตอนนี้เปลี่ยนเป็นน้ำตาล” Gernot Wagner นักเศรษฐศาสตร์ภูมิอากาศ จากคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยโคลัมเบียเตือนว่า แม้บริษัทขนาดใหญ่จะมีแรงจูงใจหลายประการในการเพิ่มราคา แต่ภัยคุกคามเบื้องหลังนั้นเกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างปฏิเสธไม่ได้
ปัญหาเหล่านี้เกิดจากปริมาณผลผลิตที่ได้ไม่ตรงเป้า สำหรับสตาร์บัคที่มีสาขากว่า 36,000 แห่งทั่วโลกได้ซื้อเมล็ดกาแฟจากเกษตรกรกว่า 400,000 รายใน 30 ประเทศ แต่ความแห้งแล้ง หรือฝนตกหนักไม่ถูกต้องตามฤดูกาล ได้ทำลายต้นกาแฟ โกโก้ ไปจนถึงองุ่นลงอย่างมาก
ตามรายงานของ Inter-American Development Bank ซึ่งเป็นสถาบันการเงินที่ให้บริการในแถบละตินอเมริกาและแคริเบียนได้ระบุไว้ว่า กาแฟจะเติบโตได้อย่างเหมาะสมนั้นต้องการอุณหภูมิ แสงสว่าง และความชื้นที่เฉพาะเจาะจน แต่พวกเขาเตือนว่า ภายในปี 2050 ‘อุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นจะลดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกกาแฟถึง 50%’
เช่นเดียวกับในรายงานประจำปีล่าสุดของสตาร์บัค (ปี 2023) ชี้ว่า ‘ต้นทุนของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่มีคุณภาพสูงนั้น สูงขึ้น และความพร้อมของเมล็ดกาแฟอาราบิก้าที่มีคุณภาพสูงก็ลดลง’ สาเหตุนั้นมาจากสภาพอากาศที่เลวร้าย ปริมาณน้ำที่ลดลง และโรคพืชที่ร้ายแรง
ทั้งหมดล้วนส่งผลให้เมล็ดกาแฟมีราคาแพงกว่าที่สตาร์บัคเคยซื้อ รายงานยังเตือนอีกว่า ‘การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศจะทำให้ปัจจัยเหล่านี้เลวร้ายขึ้น’ แม้ในตอนนี้สตาร์บัคกำลังพยายามพัฒนาสายพันธุ์กาแฟของตัวเองที่สามารถทนต่อสภาพอากาศได้มากขึ้น และเริ่มแจกเมล็ดไปแล้ว แต่ก็ต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะเห็นผล ดังนั้นเราน่าจะได้เห็นการขึ้นราคาต่อไปเรื่อย ๆ
ไม่เพียงแค่กาแฟเท่านั้นที่น่ากังวล แต่ยังรวมถึงน้ำตาลที่นำไปใช้ทำขนม นม เนย ให้มีรสชาติหวานก็ราคาพุ่งสูงขึ้นเช่นกัน The Guardian รายงานว่า ราคาของผลผลิตทางการเกษตรชนิดนี้พุ่งขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2011 หลังประเทศไทย และอินเดียเจอกับปัญหาภัยแล้งสุดขีด ทำให้ได้ผลผลิตต่ำกว่าที่คาด
ซึ่งไทยและอินเดียต่างเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ที่สุดรองจากบราซิล ดังนั้นหากราคาน้ำตาลขึ้น ก็คาดการณ์ได้เลยว่า ช็อคโกแลต คุกกี้ ขนมหวาน และอื่น ๆ จะเพิ่มขึ้นไปตาม
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าราคาน้ำตาลจะสูงขึ้นมาก และจะยังคงสูงต่อไปจนกว่าเราจะเห็นปรากฏการณ์เอลนีโญลดลง” Joseph Glauber นักวิจัยอาวุโสของสถาบันวิจัยนโยบายอาหารนานาชาติ กล่าว พร้อมเสริมว่าสิ่งนี้จะเป็นปัญหากับทุกคน ไม่ว่าจะครอบครัวนั้นจะรวยหรือจน ทุกคนจะรู้สึกได้ว่าต้องจ่ายค่าอาหารแพงขึ้น
การศึกษาขนาดใหญ่ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่า ความร้อนที่เพิ่มมากขึ้นทั่วโลกจะทำให้หลายประเทศมีผลผลิตทางการเกษตรน้อยลง ตัวอย่างเช่นปริมาณข้าวโพดทั่วโลกอาจลดลง 24% ภายในปี 2030
“แม้โดยพื้นฐานแล้วพืชอาหารของเราจะได้รับการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพอากาศในช่วง 10,000 ปีผ่านมาซึ่งเป็นสภาพอากาศที่ค่อนข้างคงที่ แต่มันกำลังจะจากเราไป” Wagner บอก “เราจะกำลังจะออกจากช่วงอุณหภูมิของ Goldilocks (ในบริบทนี้หมายความว่า ไม่ร้อนไม่หนาวเกินไป) และนั่นจะสร้างแรงกดดันต่อความพร้อมและราคาของอาหาร”
ที่มา
https://edition.cnn.com/…/starbucks-coffee…/index.html
https://www.nytimes.com/…/business/starbucks-prices.html
https://www.theguardian.com/…/starbucks-arabica-coffee…
https://www.theguardian.com/…/climate-crisis-drought…
Photo : formatoriginal/Envato