โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กูรูอสังหาฯ จับแนวโน้มตลาดที่อยู่อาศัยปี 2567 งัดสารพัดกลยุทธ์กระตุ้นกำลังซื้อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ม.ค. 2567 เวลา 15.44 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2567 เวลา 01.20 น. • The Bangkok Insight

ตลาดที่อยู่อาศัยปี 2567 ปีแห่งการแข่งขันกระตุ้นกำลังซื้อ คาดไม่น้อยกว่า 1 แสนหน่วย ขณะที่ปริมาณสินค้าใหม่เข้าสู่ตลาดยังมากกว่ากำลังซื้อ หวังรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

ในปี 2566 ที่ผ่านมา ตลาดอสังหาริมทรัพย์ หรือตลาดที่อยู่อาศัย ยังคงได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อไม่ฟื้นตัว ขณะที่ผู้พัฒนาโครงการยังต้องเปิดตัวโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อประคองยอดขาย และคาดว่าภาวะดังกล่าวจะยังคงต่อเนื่องถึงปี 2567 นี้

ตลาดที่อยู่อาศัย

ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย กำลังซื้อในปี 2567 ไม่น้อยกว่า 1 แสนหน่วย เมื่อเทียบกับราว 9.4 หมื่นหน่วยในปี 2566 ทำให้ผู้ประกอบการต้องงัดเอา Say’s Law กลับมาใช้ใหม่ หรือกลยุทธทางการตลาด อัดแคมเปญ ดูดกำลังซื้อ เพื่อระบายสต็อกที่มีอยู่ รวมถึงกระตุ้นยอดขายโครงการใหม่

นัยสำคัญของสถานการณ์ตลาดที่อยู่อาศัย คือ กำลังซื้อตามไม่ทันปริมาณสินค้าใหม่ที่เกิดขึ้น และคงจะกลายเป็นปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการในปี 2567 ในขณะเดียวกัน อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี 2567 ที่เคยคาดว่าจะเป็น 4.5% ก็จะตํ่าลงตามปัจจัยลบของสถานการณ์โลก ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่ได้กระทบเศรษฐกิจไทยมากนัก

แต่ปัจจัยลบสำคัญมาจากภายในที่เกิดจากการเปลี่ยนผ่านรัฐบาลที่ทำให้การใช้จ่ายภาครัฐบาลขาดความต่อเนื่องทั้งในด้านการบริโภคและการลงทุน

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกในปี 2567 อาจหวังได้จากกำลังซื้อผู้บริโภคยังดีอยู่ แต่ก็ไม่เท่าปี 2565 การลงทุนบางส่วนในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี และเหนืออื่นใด โครงการประชานิยมของรัฐบาลใหม่ที่หวังว่าคงจะได้ผลดี อัตราดอกเบี้ยโดยทั่วไปน่าจะมีโอกาสลดลงได้ตามตลาดโลก อาจจะถือได้ว่าเป็นปัจจัยบวก

ดร.ประศาสน์ ตั้งมติธรรม

ชงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการอสังหาฯ

ขณะที่ นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด กล่าวว่า ในช่วงต้นปี 2567 ทั้ง 7 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ เตรียมข้อเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านมาตรการอสังหาฯ ต่อนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อออกมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อและตลาดในปี2567 ทั้งมาตรการระยะสั้นและมาตรการถาวร

สำหรับ 7 สมาคมด้านอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ คณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบและก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร, สมาคมอาคารชุดไทย ,สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ,สมาคมการขายและการตลาดอสังหาริมทรัพย์, สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย และสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน

อิสระ บุญยัง

ทุกรัฐบาลที่ผ่านมีการใช้มาตรกรอสังหาฯกระตุ้นเศรษฐกิจ ตั้งแต่ปี 2540 เช่น ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ ,ลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มดำเนินการเมื่อปี 2563 ลดให้ 90% ล่าสุดปี 2566 ลดให้ 15%

ทั้งนี้ ข้อมูลที่เตรียมเสนอ คือ ขอให้ลดค่าโอนและจำนองเหลือ 0.01% สำหรับบ้านใหม่และบ้านมือสองในทุกระดับราคาหรือลดให้ 3 ล้านบาทแรก จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท และลดภาษีที่ดินต่อไปอีกจนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวมากกว่านี้ ส่วนมาตรการอื่น ๆ รอสรุปอีกครั้ง

นายวสันต์ เคียงศิริ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า สมาคมมีข้อเสนอ คือ ขอให้รัฐบาลปลดล็อกมาตรการ LTV ลดค่าธรรมการโอนและจดจำนองเหลือ 0.01% ลดหย่อนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 50% มาตรการสนับสนุนคนมีบ้านหลังแรก โดยฟื้นโครงการบ้านดีมีดาวน์และขยายวงเงินคืนเงินดาวน์ 5 หมื่นบาท เป็น 1 แสนบาท สำหรับการซื้อบ้านทุกระดับราคา และจัดเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

ด้านนายพีระพงศ์ จรูญเอก นายกสมาคมอาคารชุดไทยและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า สมาคมขอให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ซึ่งเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เช่น พิจารณาลดภาษีบ้านหลังแรกราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท เหมือนรถคันแรก ,ผ่อนผัน LTV อีก 2 ปี, ให้มิดเทอมวีซ่าต่างชาติไม่เกิน 5 ปี เมื่อซื้อคอนโดฯ 3-5 ล้านบาท และให้ซื้อบ้านพร้อมที่ดินในโครงการจัดสรรได้ไม่เกิน 25% ตามที่เงื่อนไขกำหนด คือ กรุงเทพฯราคา 10 ล้านบาทขึ้นไปส่วนต่างจังหวัดไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท เป็นต้น

มองว่าปีหน้าตลาดจะเติบโต 5-10% ตามภาวะเศรษฐกิจที่จะมีการขยายตัวกว่า 3%

นายพรนริศ ชวนไชยสิทธิ์ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า ปีนี้ตลาดอสังหาฯไม่ค่อยดีและยังคงไม่ดีต่อเนื่องไปถึงปี 2567 ปัจจัยเสี่ยงคือกำลังซื้อ โดยสมาคมฯขอให้รัฐบาลฟื้นกำลังซื้อ 1-3 ล้านบาท ที่หดตัวหลังลูกค้ากู้แบงก์ไม่ผ่านถึง 50% ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของภาคธุรกิจ ตอนนี้กำลังซื้อเหลือแต่กลุ่มระดับบน โดยขอให้ขยายเพดานลดค่าโอนและจดจำนอง 0.01% จากเดิมไม่เกิน 3 ล้านบาท,เลิกหรือผ่อนผันLTV ทยอยขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ และลดหย่อยภาษีที่ดิน เป็นต้น

คาดปี 2567 มูลค่าโอนทะลุ 1.1 ล้านล้านบาท

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์ ผู้ตรวจการธนาคาร และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า จากการติดตามสถานการณ์ในช่วง 3 ไตรมาสมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบว่ามีสถานการณ์การโอนดีกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปี เนื่องจากผลจากยอดขายที่ดีในปีก่อนหน้า ได้ส่งผลให้ยอดโอนปีนี้ คาดการณ์ได้ว่า ในปี 2566 คาดว่าจะมีจำนวนหน่วยโอน จำนวน 377,832 หน่วย ปรับลดจากปีก่อน 3.8% ขณะที่มูลค่าการโอน ประมาณ 1.07 ล้านล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้น 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ดร.วิชัย วิรัตกพันธ์

สำหรับทิศทางตลาดอสังหาฯ หลังปีใหม่ ปี 2567 หากตลาดสามารถรักษาโมเมนตัมเช่นนี้ได้จะสามารถช่วยให้หน่วยและมูลค่าโอนกรรมสิทธิ์ปี 2567 มีโอกาสขยายตัวได้ 4.0% และ 4.6% โดยคาดว่าปี 2567 จะมียอดโอนได้ถึง 392,936 หน่วย มูลค่าการโอน 1.114 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6 %

ทั้งนี้ สัดส่วนของบ้านแนวราบยังมีสัดส่วนประมาณ 70% และอาคารชุด 30% และด้านอุปทานจะเริ่มกลับมาขยายตัวประมาณ 2- 4% อีกครั้ง เพื่อรองรับการขยายตัวของอุปสงค์ในตลาดที่อยู่อาศัย

เราต้องให้ความสำคัญต่ออุปทานเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยที่ยังเหลือขายในตลาดที่มีการสะสมมากเพิ่มขึ้น เนื่องจากการเพิ่มขึ้นมากและเร็วของอุปทานในช่วงก่อนหน้า แต่ยอดขายในปี 2566 ไม่ดีนักทำให้เกิดการดูดซับอุปทานเป็นไปอย่างช้า

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...