โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IRPC ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ผนึกโรงพยาบาล รุกเฮลท์&เวลเนส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ธ.ค. 2566 เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 20 ธ.ค. 2566 เวลา 00.12 น.
กฤษณ์ อิ่มแสง

“ไออาร์พีซี” ปรับพอร์ตฯ รับโรงกลั่นแข่งเดือด-สินค้าปิโตรเคมีจีนทะลัก ลดสัดส่วนโรงกลั่นจาก 75% เหลือ 55% ชูสินค้ามูลค่าสูง แตกไลน์ธุรกิจ ชงบอร์ด Q1/67 เคาะแผนลงทุน ผนึก รพ.บางปะกอก-ปิยะเวท ผุดอาณาจักรโรงพยาบาล-ที่พักเพื่อสุขภาพ จ.ระยอง กวาดลูกค้าอีอีซี พร้อมเดินหน้าศูนย์นวัตกรรม สร้างโมเดลปั้นบริษัทสตาร์ตอัพต่อยอดงานวิจัยเชิงพาณิชย์สู่ตลาด

นายกฤษณ์ อิ่มแสง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ ไออาร์พีซี กำลังทรานส์ฟอร์มธุรกิจ จากปัจจุบันโรงกลั่นไออาร์พีซีมีกำลังการผลิตประมาณ 215,000 บาร์เรลต่อวัน หรือ 215 KBD เมื่อกลั่นออกมามีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจน้ำมัน 75% และอีก 25% เป็นบายโปรดักต์ปิโตรเคมี ที่จะถูกนำไปผลิตเม็ดพลาสติก โดยจากนี้ไปบริษัทจะทยอยลดสัดส่วนธุรกิจน้ำมันลงเหลือ 55% ในปี 2028

ส่วนธุรกิจปิโตรเคมีจะเพิ่มขึ้นจาก 25% เป็น 45% และจะเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่มีมูลค่าสูง เช่น ผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ POLIMAXX เม็ดพลาสติก พีพี เมลต์โบลน (PP Melt Blown) สำหรับผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ทางการแพทย์อย่างหน้ากากอนามัย ชุดพีพีอี เม็ดพลาสติก HDPE 100-RC สำหรับผลิตท่ออุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ทนแรงกระแทก มีอายุการใช้งานนานกว่า 100 ปี หรือธุรกิจสารเคลือบและสี เป็นต้น

“วันนี้การขยายกำลังการกลั่น อีก 1.5-2 ปี หลักจะไปอยู่ที่ไทยออยล์ที่กำลังจะเกิดขึ้น โครงการ CFP จะเสร็จทำให้มีกำลังการผลิตมากถึง 2 แสนบาร์เรลต่อวัน ซึ่งจะทำให้กำลังการผลิตของโรงกลั่นในประเทศไทยมากกว่าการใช้มาก และยังมีเหลือส่งออก

แต่การที่ต้องเอาน้ำมันดิบมากลั่น ทุกคนก็ต้องกลั่นให้เต็มกำลังการผลิตของตัวเอง นอกจากนี้ยังมีโรงกลั่นรายใหม่เข้ามาในตลาดโลกอีกหลายโรงที่กำลังจะดำเนินการ ทั้งอเมริกา รัสเซีย อิหร่าน และเมื่อถึงวันนั้นในอนาคตอาจจะลำบากจึงต้องทรานส์ฟอร์ม”

ส่วนผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี เม็ดพลาสติก ที่เดิมผลิตส่งออกไปจีนเป็นตลาดใหญ่ แต่ปัจจุบันจีนมีกำลังการผลิตเพื่อใช้เองในประเทศ และมีกำลังการผลิตเหลือเป็นจำนวนมาก แต่เมื่อเศรษฐกิจในจีนมีปัญหา ดีมานด์ในประเทศลดลง จีนจึงต้องระบายของออกมา

และเนื่องจากสเกลการผลิตของจีนที่ใหญ่ ไทยผลิตหลักแสนตัน จีนผลิตหลักล้านตัน ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยจีนถูกกว่า ประกอบกับไทยมีการทำความตกลงเปิดเขตการค้าเสรีกับจีน (เอฟทีเอ) ส่งผลให้สินค้าจากจีนเข้ามาในตลาดจำนวนมาก

แตกไลน์บุก เฮลท์ & เวลเนส

นายกฤษณ์กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางกลยุทธ์ด้วยการขยายพอร์ตลงทุนใหม่ ล่าสุดได้ลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาลบางปะกอก และโรงพยาบาลปิยะเวท ร่วมกันศึกษาโอกาสและความเป็นไปได้ในการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลและที่พักเพื่อสุขภาพ (Health & Wellness) ในพื้นที่ของบริษัท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสุขภาพประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง และจังหวัดใกล้เคียง

โดยเตรียมจะนำเสนอผลศึกษาความเป็นไปได้นี้ต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริหารบริษัท หลังจากผลศึกษาแล้วเสร็จในไตรมาส 1 ปี 2567 เพื่อพิจารณารูปแบบการลงทุนต่อไป

“ตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษา Feasibility Study ว่าจะไปถึงสถานที่พักพื้นหลังการเจ็บป่วย และรองรับตลาดสังคมสูงวัย เรามีที่ดินเนื้อที่ประมาณ 22 ไร่ ส่วนรูปแบบการลงทุนขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบอร์ด ซึ่งอาจจะเป็นการลงทุนร่วม หรือ Joint Venture ซึ่งเราต้องพึ่งคนที่เชี่ยวชาญและทำอยู่แล้วอย่างโรงพยาบาลปิยะเวท โดยองค์ประกอบในโครงการนี้จะมีทั้งโรงพยาบาล สถานพักฟื้นหลังการเจ็บป่วย ฟื้นฟูสมรรถนะ”

โมเดลใหม่ปั้น “สตาร์ตอัพ”

นายกฤษณ์กล่าวว่า นอกจากนี้บริษัทเน้นให้ความสำคัญกับพัฒนานวัตกรรม โดยตั้งศูนย์นวัตกรรมไออาร์พีซี (IRPC Innovation Center) ขึ้นที่ จ.ระยอง ซึ่งได้มีการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมได้เป็นผลสำเร็จแล้ว 10 รายการ และมีการนำนวัตกรรมกลุ่มนี้ออกสู่ตลาดแล้ว 3-4 รายการ โดยโจทย์ในการพัฒนานวัตกรรมดังกล่าวจะเน้นการใช้วัสดุและพลังงานเพื่อชีวิตที่ลงตัว หมายถึงอะไรก็ได้ที่ผ่อนแรงเกี่ยวกับปัจจัย 4 ทั้งหมด บ้าน อาหารการกิน ยา เครื่องนุ่งห่ม

โดยนวัตกรรมล่าสุดคือ ธาตุอาหารสำหรับพืชที่ใช้เทคโนโลยีนาโนมาช่วยให้พืชสามารถดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย มาพัฒนาต่อยอดเป็นสินค้า REINFOXX หรือปุ๋ยหมีขาว มีสตาร์ตอัพ บริษัท รักษ์ป่าสัก จำกัด เป็นผู้ดูแลจัดหน่าย และบริษัทเพิ่งลงนามเอ็มโอยูร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ดำเนินโครงการภายใต้กองทุนอินโนเวชั่นวัน เพื่อร่วมกันยกระดับการพัฒนาและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันให้แก่สตาร์ตอัพ

“เราวางแนวทางไว้ว่านวัตกรรมที่พัฒนาได้ จะมีการ Spin Off ให้คนนอกเข้ามาดูเทคโนโลยี ถ้าสินค้าดีเอาไปเลย แล้วมาลงนามสัญญาต่างตอบแทนกัน เราพร้อมจะขายนวัตกรรมหรือทรัพย์สินทางปัญญาให้กับคนนอก หรือแม้แต่พนักงานของเราที่พร้อมจะออกไปเป็น Entrepreneur

แต่ออกไปอย่างน้อยต้องมีทุนประเดิมให้ และเราทำให้สินค้าคอมเมอร์เชียลได้แล้ว คือมีตลาดพอสมควร การสปินออกไปก็ตั้งเป้าให้เขาเป็นสตาร์ตอัพออกสู่ตลาด บริษัทสตาร์ตอัพจะมีอิสระในการทำงาน โดยไออาร์พีซีจะไม่ผูกมัด จะไม่ไปถือหุ้น ไม่ไปทำอะไรเขาเลย เขาจะมีสัญญา 5 ปี 10 ปี 15 ปี แล้วแต่ระยะคืนทุน”
ปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต

ส่วนธุรกิจโรงกลั่นเดิม ยังมีการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันดีเซล ยูโร 5 (Ultra Clean Fuel Project หรือ UCF) มีความพร้อมผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 หรือน้ำมันดีเซลที่มีกำมะถันต่ำ สามารถผลิตเชิงพาณิชย์ภายใน 1 มกราคม 2024 เพื่อช่วยสร้างมูลค่าและรายได้เพิ่มให้กับบริษัท และขยายระบบโลจิสติกส์ขนส่งน้ำมันทางท่อ โดยขยายคลังน้ำมันแห่งใหม่ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วยระบบขนส่งน้ำมันทางท่อความยาว 99 กิโลเมตร ร่วมกับ บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานภาคขนส่งในภาคกลางและภาคเหนือ ช่วยให้การดำเนินงานและการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการขนส่ง

นอกจากนี้ยังมีธุรกิจท่าเรือและอสังหาริมทรัพย์ ที่มีความพร้อมให้บริการท่าเทียบเรือน้ำลึกเพื่อขนถ่ายสินค้าทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ รองรับการขนส่งของแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ท่าเรือคอนเทนเนอร์และสินค้าทั่วไป ท่าเรือปิโตรเคมีและปิโตรเลียมเหลว และยังได้มีการพัฒนาพื้นที่ให้เป็นที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรม เพื่อรองรับโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

รวมถึงโครงการตามนโยบายส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐและเอกชน แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ โครงการเขตประกอบการอุตสาหกรรม ไออาร์พีซี จ.ระยอง โครงการนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (WHAIER) อ.บ้านค่าย จ.ระยอง และที่ดินพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพในพื้นที่ อ.จะนะ จ.สงขลา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...