โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

หมิงฮุน : แต่งหรือตาย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 16 พ.ค. 2567 เวลา 18.57 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2567 เวลา 18.57 น. • ไป๋ชิงหง
เหตุตาลปัตรที่เกิดจากมือมืดส่งผลให้การจุติเร็วกว่ากำหนดหลายร้อยปี หากแต่เฟิ่งโม่ซินกลับไม่มีความทรงจำเหล่านั้น ความลับเหล่านี้…เธอจะต้องไขปริศนาให้ได้ [อ่านฟรีทุก 2-3 วัน]

ข้อมูลเบื้องต้น

เมื่อสัจเทพรับบทดาราสาวท่านหนึ่ง

หากชอบเรื่องนี้ฝากกดหัวใจ คอมเมนต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ

อ่านฟรีทุก 2-3 วันค่ะ

คำโปรย

เฟิ่งโม่ซินเดิมเป็นเด็กสาวที่ถูกตระกูลเฟิ่งรับมาเลี้ยงไว้
แม้ว่าพวกเขาจะมีบุตรสาวและบุตรชายรวมกันถึงสามคนแล้วก็ตาม
ในคืนวันเกิดอายุครบสิบแปดปีเธอกลับถูกชายหนุ่มที่หลงรักหักหลัง
เขาร่วมมือกับพี่สาวของเธอเพื่อล่อลวงเธอไปฆ่า
ทว่าเฟิ่งโม่ซินกลับต่อสู้อย่างไม่คิดชีวิตจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
กระทั่งเธอได้พบกับคนกลุ่มหนึ่งที่ยื่นข้อเสนอเพื่อแลกกับการช่วยชีวิต
แต่งหรือตาย…เธอมีสองทางเลือก
หากเธอยอมเข้าพิธีหมิงฮุนกับชายหนุ่มที่นอนอยู่ในโลงศพ
พวกเขาจะช่วยเธอและให้เงินจำนวนหนึ่ง
แต่ถ้าไม่สิ่งที่เหลือไว้มีเพียงความตายเท่านั้น
หากเป็นเฟิ่งโม่ซินคนเดิมเธออาจจะยอมตาย แต่ไม่ยอมขายศักดิ์ศรี
ทว่าตอนนี้จิตเทพตื่นได้ขึ้น
นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว
ชายหนุ่มในโลงศพกลับเป็นผู้ที่ 'นาง' ตั้งใจตามลงมายังโลกมนุษย์อีกด้วย
เมื่อจิตเทพตื่นขึ้น เฟิ่งโม่ซินคนเดิมก็ได้เปลี่ยนไปแล้ว
และตระกูลเฟิ่งต้องจ่ายราคาสำหรับขโมยโชคของเธอไปนับสิบปี
ขณะเดียวกันเธอก็เริ่มภารกิจดอกบัวขาว
แสร้งทำเป็นอ่อนแอเพื่อให้เขาเวทนาและเห็นใจ

เฟิ่งโม่ซิน : ชาติก่อนเป็นเทพ หลังจากตื่นขึ้นก็ปลุกดวงตาสวรรค์ สามารถมองเห็นเคราะห์กรรมของมนุษย์และสิ่งเหนือธรรมชาติได้ เป็นเด็กกำพร้าที่ตระกูลเฟิ่งในเมืองเล็กๆ อุปการะไว้ ทว่ากลับถูกใครบางคนจ้างวานฆ่า และได้นักพรตเจ้าเล่ห์ใช้ร่างของนางเพื่อแต่งงานกับศพ หากนางไม่ยอมช่วย เขาจะทำให้นายตายก่อนแล้วจึงใช้ร่าง แต่ถ้านางยอมทำตามคำบอก นางจะได้รับเหตุการณ์ที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของตนไปตลอดกาล

เซียวลู่หรง : นายน้อยตระกูลเซียวที่มีประวัติอันลึกลับ เขาถูกส่งมายังเมืองเล็กๆ เพียงเพราะจู่ๆ ร่างกายก็ค่อยๆ เย็นลงราวกับศพ คนในตระกูลต่างก็กลัวว่าเขาจะตายจึงพยายามทำทุกวิถีทาง กระทั้งพบนักพรตเต๋าแล้วบอกว่าต้องหาคนที่มีดวงชะตาพิสดารเพื่อมาแต่งงานกับเขาจึงจะรอดชีวิตไปได้ ขณะเดียวกันนักพรตเฒ่าก็ทำนายว่าที่เมืองเล็กๆ แห่งนี้จะมีหญิงสาวที่มีดวงชะตานี้ประสบเหตุการณ์ร้ายแรงบางอย่าง และส่งคนไปตามหาในตำแหน่งที่แม่นยำมาก หลังจากได้รับความช่วยเหลือ ตื่นขึ้นมาเขาก็กลายเป็นชายหนุ่มที่ผ่านพิธีแต่งงานในหลุมศพ ขณะที่ภรรยาของเขาหายตัวไปอย่างลึกลับ

E-Book เล่ม 1-3 วางจำหน่ายแล้ว

เรื่องนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่างโลกของเทพเซียนโบราณเข้ากับจีนปัจจุบันนะคะ นางเอกเป็นสายรุก ส่วนพระเอกสายซึนค่ะ เรื่องนี้พระเอกค่อนข้างเย็นชามากๆ แต่ก็ซึนมากเช่นกัน ส่วนนางเอกว่างก็แทะโลมพระเอกพอเป็นพิธี ในขณะที่พระเอกปากบอกไม่ได้ชอบ แต่คอยหวงก้างตลอด มาลุ้นกันว่านางเอกจะจีบพระเอกติดก่อนที่พี่เขาจะจำอดีตได้หรือเปล่า ^^

ปล. จะมีเปิดให้อ่านฟรีจนจบ แต่ว่าเนื้อหาที่อ่านฟรีจะกำหนดให้อ่านฟรีประมาณ 24 ชั่วโมง ยังไงไป๋จะแจ้งทุกครั้งหากจะมีการติดเหรียญหรือเปิดให้อ่านฟรีในท้ายตอนของการอัปเดตเสมอ

ฝากกดหัวใจ กดเข้าชั้น หรือคอมเมนต์ให้กำลังใจกันด้วยนะคะ

แจ้งข่าวดีค่า

สวัสดีค่ะทุกคน ไป๋เพิ่งนึกขึ้นได้ค่ะ
เนื่องจากระบบเด็กดีกำลังปรับให้เหรียญล่วงหน้าที่ติดไปไม่ต้องซื้อซ้ำแล้ว
นั่นก็คือหากไป๋ติดเหรียญล่วงหน้าตอนละ 5 เหรียญ แล้วมาปรับราคาขายถาวรตอนละ 10 เหรียญ คนที่เคยซื้อไปแล้วก็ไม่ต้องซื้อซ้ำค่ะ
ซึ่งปกติระบบเก่าจะต้องซื้อซ้ำ
แต่ระบบใหม่มีเงื่อนไขก็คือต้องติดตั้งแต่ 15 ก.พ. เป็นต้นไปเท่านั้น
ดังนั้นพรุ่งนี้ไป๋จะไม่อัปนิยายนะคะ แล้วเดี๋ยววันที่ 15 ไป๋จะลงตอนชดเชยให้ โอเคกันมั้ยคะ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นหรือเสนอแนะกันได้นะคะ ไป๋จะเก็บมาพิจารณาค่ะ

[ภาค1 เฟิงเฉิง] บทนำ

บทนำ

“โม่ซินซ่างเสิน เนื่องจากท่านยอมสละอาภรณ์เทพเพื่อจุติลงไปยังโลกมนุษย์ โปรดจงตระหนักไว้ว่าก่อนอายุขัยสิบแปดปี ท่านจะต้องผ่านหายนะแห่งความเป็นตายหนึ่งครั้ง หากท่านสามารถผ่านมันไปได้ อิทธิฤทธิ์ของท่านทั้งหมดจะค่อยๆ กลับคืนมา ทว่าการกระทำทุกอย่างของท่านอยู่ภายใต้วิถีของสวรรค์ หากละเมิดและใช้มันกับมนุษย์อย่างไร้เหตุผล ท่านจะต้องรับทัณฑ์ทรมานที่หนักหนายิ่งกว่าอสนีบาตจากเก้าชั้นฟ้า รับทราบหรือไม่”

“ข้าทราบแล้ว”

น้ำเสียงเย็นหวานหูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ เจ้าของเสียงเย็นใสนั้นสวมอาภรณ์เทพจันทราสีขาวประกายแดง ผมยาวรวบครึ่งศีรษะภายใต้เฟิ่งกวานสีทองอร่าม ใบหน้าของนางมีรัศมีสว่างไสวบดบัง หากแต่ผู้คนยังพอคาดเดาได้ว่าเบื้องหลังรัศมีเทพอันสว่างสดใสนี้เป็นใบหน้าที่งามพิลาสเพียงใด นางยืนกลางโถงอย่างอาจหาญ อาภรณ์พลิ้วไสวราวกับกระแสลมโชยพัด ท่ามกลางโถงขนาดใหญ่ของวังนรกใต้ดิน รัศมีของนางได้กดข่มราชันนรกจนไม่สามารถเงยศีรษะขึ้นมาได้

กระนั้นแล้วสังเกตจากความหม่นหมองของรัศมีเทพที่เล็ดลอดออกมา แสดงว่านางพยายามข่มรัศมีของตนอย่างถึงที่สุดแล้ว

บนบัลลังก์กลางโถงของวังนรกใต้ดิน บุรุษรูปร่างสูงใหญ่สวมอาภรณ์ดำสนิทปักเลื่อมพราย ลวดลายบนผืนผ้าสีดำสนิทดูราวกับเปลวเพลิงจากนรกจิ่วโยวที่มีชีวิต คิ้วดาบพาดเฉียง นัยน์ตาคมปลาบ หากแต่ใบหน้ากลับมีความกริ่งเกรงอยู่บ้าง

เขาเป็นราชันนรกในรุ่นนี้ ทว่าตรงหน้าเป็นถึงสัจเทพที่มีอายุขัยยืนยาว เทพองค์ใหญ่ลงมาเยือนยังโลกใต้พิภพ เขาเองยังคงประหม่าอยู่มาก

คำสั่งที่พูดออกไปเป็นเพียงคำสั่งของเทียนจุนบนเก้าชั้นฟ้า แม้ว่าสัจเทพจะอยู่นอกเหนือเขตอำนาจปกครองของเก้าชั้นฟ้า ทว่าการจุติไปยังโลกมนุษย์ยังคงต้องผ่านเส้นทางปกติและเคารพกฎของฟ้าดิน ดังนั้นนางจึงต้องฟังกฎระเบียบการลงไปยังโลกมนุษย์ด้วยความอดทน

“โม่ซินซ่างเสิน ขะ…ข้าขอถาม เทพชะตาได้มอบหนังสือชีวิตให้กับท่านหรือไม่” เขาพยายามประคองเสียงให้อ่อนโยนและนอบน้อมเล็กน้อย เมื่อสังเกตว่าบรรยากาศรอบตัวนางเริ่มเย็นลง

นางยกมือเรียวขาวขึ้น สะบัดปลายนิ้วอย่างเกียจคร้าน ขนนกสีทองพลันล่องลอยไปยังมือของราชันนรกอย่างนุ่มนวล

มือที่รับขนนกทองคำสั่นเทาเล็กน้อย เขาอ่านหนังสือชีวิตอย่างรวดเร็ว คิ้วเข้มค่อยๆ ขมวดมุ่นราวกับกำลังต่อสู้อะไรบางอย่างกับตัวเอง

“เหตุใดหนังสือชีวิตของท่านถึงเต็มไปด้วยเรื่องราว…”

โม่ซินเลิกคิ้วเมื่อได้ยินเสียงของราชันนรก นางไม่ได้อ่านหนังสือชีวิต แต่เมื่อคิดถึงใบหน้าของชายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเทพชะตา ริมฝีปากก็เม้มเป็นเส้นตรงพร้อมกับนัยน์ตาที่เปล่งประกายอันตราย

บุรุษผู้นั้นชมชอบการอ่านนิยายในโลกมนุษย์เป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เขาว่าง จะต้องใช้อาวุธวิเศษเพื่อเดินทางข้ามเวลาไปยังเมืองมนุษย์เพื่อซื้อนิยายที่วางแผงใหม่ บางครั้งเวลาเขาต้องการจะแบ่งปันความทุกข์ในการอ่านนิยายจึงชอบมารบกวนนางที่วังเฟิ่งซินอยู่เป็นนิจ

ทว่านางไม่ทันฉุกคิดว่าเขาจะกล้านำเรื่องราวในนิยายประโลมโลกมาเขียนในหนังสือชีวิตของนางจริงๆ

ไป๋มิ่ง…รอข้ากลับมาก่อนเถอะ

นางพยายามควบคุมโทสะ บอกกับราชันนรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ไม่เป็นไร ก็แค่ชีวิตหนึ่ง”

ในเวลาเดียวกัน บนตำหนักกวงหมิง

“ฮัดเช้ย! ช่วงนี้ข้านอนน้อยเกินไปหรือไม่” บุรุษหนุ่มผู้มีใบหน้าอ่อนโยนขยี้ปลายจมูกแดงก่ำด้วยความงุนงง นัยน์ตากระจ่างใสราวกับกวางยังคงไม่อาจละไปจากหนังสือที่มีหน้าปกสีสันฉูดฉาดในมือได้ เขาปล่อยผมยาวสยายอย่างเกียจคร้าน เอนกายบนตั่งตัวยาว ด้านข้างเป็นเซียนรับใช้โบกพัดอย่างไร้อารมณ์

เขาสวมอาภรณ์ขาวเรียบ ดูสง่างามราวกับแสงจันทร์สีเงินในคืนเดือนหงาย ขาเรียวที่ซ่อนเร้นใต้อาภรณ์เหยียดยาวอย่างเอ้อระเหย หากทว่าปลายเท้ากลับกระดิกอย่างไม่สงวนท่าที

เซียนรับใช้ข้างกายกระตุกมุมปาก ใบหน้าอ่อนเยาว์ปรากฏร่องรอยของความเอือมระอา “ข้าเกรงว่าโม่ซินซ่างเสินจะรับรู้เกี่ยวกับละครชีวิตที่ท่านเขียนให้นางแล้ว”

“…” ไป๋มิ่งปรายตามองเซียนรับใช้คนสนิท ท่าทางอ่อนโยนก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนในทันใด ดูราวกับอันธพาลตัวร้ายก็ไม่ปาน

เขาหยิบเส้นผมที่ไหล่ลู่มายังหน้าอก ก่อนจะสะบัดมันไปด้านหลังอย่างไม่ใส่ใจ

“นางจะต้องสำนึกในน้ำใจข้า ละครชีวิตเช่นนี้จะทำให้คนผู้นั้นเห็นอกเห็นใจนาง บางครา…การเล่นละครชีวิตครั้งนี้อาจจะทำให้นางสมหวังกับเจ้าก้อนน้ำแข็งนั่นเสียที”

“…” เซียนรับใช้กลอกตามองฟ้า โอดครวญกับสวรรค์อย่างหดหู่ เขาหวังงเพียงโม่ซินซ่างเสินจะไม่ถล่มตำหนักกวงหมิงของพวกเขาราบเป็นหน้ากลองก็พอ

เรื่องนี้จะลงให้อ่านฟรีไปสักระยะ แล้วจะติดเหรียญให้อ่านล่วงหน้าตอนละ 2 เหรียญไปจนจบ จนกว่าจะปลดเหรียญครบไป๋ถึงจะติดเหรียญทั้งหมดก่อนวางจำหน่ายอีบุ๊ก ไป๋จะมาแจ้งติดเหรียญล่วงหน้า ดังนั้นฝากกดเข้าชั้นเพื่อรับข่าวสารด้วยนะคะ

บทที่ 1 หายนะแห่งความตาย 1

บทที่ 1 หายนะแห่งความตาย 1

ค่ำคืนแห่งฤดูสารท พระจันทร์สีเงินหลบเร้นหลังริ้วเมฆ ลมหนาวหอบผ่านป่ารกร้างข้างทาง หอบเอากลิ่นคาวโลหิตคละคลุ้งแผ่กระจายไปทั่ว

ร่างเล็กซุกตัวอยู่ใต้พงหญ้า พยายามซ่อนลมหายใจให้แนบเนียนที่สุด นัยน์ตาดำสนิทหลุบลงเพื่อซ่อนประกายตื่นตระหนก ลมหายใจของเธอแผ่วหวิว บนร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์ หากแต่เธอกลับไม่ได้หลั่งน้ำตาออกมาสักหยด ความเจ็บปวดทำให้เธอเกือบจะหมดสติหลายต่อหลายครั้ง ทว่าเสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์นับสิบทำให้เธอต้องพยายามกัดปลายลิ้นเพื่อเรียกสติตลอดเวลา

พวกมันเดินผ่านไปผ่านมาอย่างหัวเสีย เนื่องจากเป็นสถานที่รกร้างห่างไกล จึงมีเพียงแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอย่างเย็นเยียบ

หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับกลองรบความเคียดแค้นระคนหวาดกลัวทำให้หญิงสาวพยายามฝืนเรียกสติของตนเองอยู่ตลอด ตอนนี้ได้แต่ภาวนาไม่ให้ชายเหล่านั้นเข้ามาใกล้

ติ๊ดๆ

โทรศัพท์มือถือของชายคนหนึ่งดังขึ้น เขากดรับทันทีแล้วเปิดสปีกเกอร์โฟน “ฮัลโหล”

[งานเสร็จหรือยัง?] เสียงเย็นชาของชายปลายสายดังขึ้น

ชายที่รับโทรศัพท์ชะงัก เหยื่อหนีไปได้ ทว่าอีกฝ่ายก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส เขาไม่เชื่อว่าเธอจะรอดชีวิต ดังนั้นจึงพูดเอาตัวรอดว่า “ตายแล้วครับ”

[ดี…เงินอีกห้าล้านจะถูกโอนให้ทันที]

“ครับ”

หลังจากวางสายชายคนนั้นก็กวาดสายตามองไปยังจุดที่หญิงสาวซ่อนตัวอยู่ หัวใจของเธอสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว

ติ๊ง!

ชายคนนั้นดูโทรศัพท์มือถือ เมื่อเห็นว่ามีเงินจำนวนห้าล้านถูกโอนเข้ามาก็พ่นลมหายใจพร้อมกับตะโกนเรียกลูกน้อง

“กลับกันเถอะ นายจ้างโอนเงินมาแล้ว”

“เฮ้! ลูกพี่ ผู้หญิงคนนั้นหนีไปได้จะไม่เป็นอะไรเหรอครับ”

ชายคนนั้นจุกบุหรี่อย่างไม่ใส่ใจ ปลายบุหรี่เกิดสีแดงวาบเมื่อเขาสูดลมหายใจเข้าปอด เขาพ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยควันสีเทาออกมา ดวงตาดุดันเต็มไปด้วยความเลือดเย็น “นังนั่นไม่มีทางรอดพ้นคืนนี้ไปได้ กลับกันเถอะ มีเพียงเทพเซียนเท่านั้นที่จะช่วยชีวิตเธอได้”

ถึงอย่างไรพวกเขาก็จะหนีออกจากเมืองเฟิงเฉิงหลังจากคืนนี้ ไม่มีทางกลับมาเพื่อให้นายจ้างถูกสงสัยอีกเป็นอันขาด นี่เป็นข้อปฏิบัติของพวกเขาหลังจากเสร็จงานใหญ่สักชิ้น

“น่าเสียดายที่มันหายตัวไป อดชิมเนื้อนุ่มๆ ของเด็กสาวเลย” ใครคนหนึ่งพูดอย่างหื่นกระหาย เสียงแหบพร่านั้นไม่ต่างอะไรจากปีศาจในนรก

อีกคนแค่นเสียงอย่างไม่พอใจ คิดสภาพพวกเขานอนกับศพหญิงสาวแล้วรู้สึกขยะแขยง “กลับเถอะ มีอะไรกับศพไม่ใช่เรื่องน่ายินดี”

หัวหน้าใหญ่ไม่ติดใจ พวกเขาก็ไม่ได้พูดอะไรแล้วรวมตัวกันเดินกลับไปที่ถนน

เมื่อเห็นว่าเดนนรกเหล่านั้นเดินจากไปแล้ว เฟิ่งโม่ซินก็แทบหมดแรง ร่างกายของเธออ่อนปวกเปียก เลือดจากบาดแผลถูกของมีคมพลันรินไหลไม่หยุด กลิ่นคาวคละคลุ้ง ผสานเข้ากับลมหายใจที่อ่อนระโหย ประสาทสัมผัสที่เคยเฉียบคมค่อยๆ เลอะเลือน

ดวงตากระจ่างใสกลายเป็นหม่นหมอง เธอมองพระจันทร์ที่ลอยเด่นบนท้องฟ้า ดูเหมือนว่าแสงจันทร์ในวันนี้จะมีสีขาวซีดและอ่อนแรงกว่าทุกครั้ง กระแสลมเย็นเยือกทำให้อาการเจ็บปวดจากบาดแผลทั่วร่างกายกลายเป็นชาหนึบ ลมหายใจพลันอ่อนระโหยโรยริน

ทว่าหัวใจกลับร้อนรุ่มไปด้วยไฟแค้น

เฟิ่งอันซี…

โอ้…เฟิ่งหานอีกคน

เสียงจากปลายสายเป็นพ่อบุญธรรมที่แสดงออกว่ารักเธอนักหนา ชายที่เต็มไปด้วยความใจดีและอ่อนโยนได้แสดงด้านมืดของเขาออกมาในคืนนี้

คืนที่เป็นวันเกิดของเธอ

และอาจจะเป็นคืนสุดท้ายของชีวิต

เสียงรถค่อยๆ ห่างออกไป เธอหัวเราะในความมืด น้ำตารินไหลปะปนกับคราบเลือดบนใบหน้า หากแต่หญิงสาวไม่ได้สนใจ แสงจันทร์ค่อยๆ หายไปจากครรลองสายตา ฟ้าดินกลายเป็นสีน้ำหมึก

เธอหลับตาลง มือที่เต็มไปด้วยบาดแผลกำแน่น ในอกเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ

ห่างไกลออกไปราวสิบกิโลเมตร

สุสานส่วนตัวบนเขาสูง ร่างของคนนับสิบคนล้อมรอบโลงศพสีขาวที่ยังไม่ได้ปิดฝาโลง ด้านในคือร่างของคนผู้หนึ่ง ใบหน้าราวหยกสลักสะท้อนกลิ่นอายสูงศักดิ์ภายใต้แสงจันทร์ แพขนตาหนาราวกับพัดสงบนิ่ง สันจมูกโด่งเชิดขึ้น รับกับริมฝีปากสีซีดที่เริ่มหมองคล้ำ

รอบตัวเขาแผ่รัศมีเย็นเยือกราวกับก้อนน้ำแข็งหมื่นปี

ข้างโลงสีขาวเป็นชายวัยกลางคนมีสีหน้ากระวนกระวาย “ท่านนักพรตเสวียนคง ท่านแน่ใจหรือว่าจะหาหญิงสาวมาช่วยนายน้อยได้ทัน”

นักพรตเสวียนคงแต่งตัวเช่นเดียวกับนักพรตเต๋าในสมัยโบราณ เขาเป็นชายชราอายุราวหกสิบปี ใบหน้าใจดีและเต็มไปด้วยความฉลาดเฉลียว ในมือถือแส้นักพรตซึ่งทำด้วยหางม้าสีเงินยวง พาดปลายหางยาวตรงไว้กับแขนข้างหนึ่งอย่างสบายๆ

มือข้างที่ว่างลัดนิ้วคำนวณดวงชะตา ขณะที่สายตากลับจับจ้องที่ดวงดาวทางทิศเหนือ

ทันใดนั้นนัยน์ตาของนักพรตเฒ่าก็เปล่งประกายวาบ พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ไปทางทิศตะวันออก ห่างจากที่นี่สิบกิโลเมตร จำไว้ ต้องรักษาชีวิตของเธอให้ได้”

ชายวัยกลางคนเป็นพ่อบ้านเก่าแก่ของตระกูลเซียว เขามีชื่อว่าเซียวจาง หลังจากได้ยินคำพูดของนักพรตเสวียนคงก็ไม่ถามไถ่อะไรสักคำและหันไปพูดกับชายฉกรรจ์ที่อยู่ใกล้ ๆ “ไปสิ อย่าลืมเตรียมยาฟื้นชีวิตผู้คน!”

“ครับพ่อบ้านเซียว”

“เดี๋ยวก่อน พาเขาไปด้วย” นักพรตเสวียนคงชี้ไปที่ชายหนุ่มรูปงามที่อยู่ใกล้ๆ ลูกศิษย์ของเขา เสวียนจี

เสวียนจีสวมชุดนักพรตเช่นเดียวกับอาจารย์ ทว่ากลับเต็มไปด้วยความสง่างามที่หาได้ยาก เขายืดตัวขึ้น เดินไปที่รถตู้โดยไม่ต้องให้ออกคำสั่ง

ชายชุดดำราวห้าหกคนรีบเดินตามเสวียนจีไปที่รถตู้ ก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

นักพรตเสวียนคงดึงสายตากลับมาแล้วมองชายหนุ่มในโลงสีขาว ก่อนจะมองไปยังดวงดาวทิศเหนือด้วยความกังวลเล็กน้อย

เขาไม่สามารถรับรู้ได้ว่าหญิงสาวในคำทำนายจะปรากฏตัวที่ใด ทราบเพียงว่านางและนายน้อยเซียวจะมีเคราะห์ถึงแก่ชีวิตและความตายในคืนเดียวกัน โชคยังดีที่หญิงสาวคนนั้นเป็นผู้สูงศักดิ์มาเกิด ชะตาชีวิตสามารถมองผ่านจากดวงดาวได้เพียงเล็กน้อย ทว่าหลังจากคืนนี้ชะตากรรมของนายน้อยเซียวและหญิงสาวคนนั้นจะเปลี่ยนไป แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่าจะเปลี่ยนไปอย่างไร

เมื่อถึงคราวเคราะห์หนัก หากพวกเขาผ่านมันไปได้ ชะตากรรมจะไม่ถูกผู้อื่นล่วงรู้อีกต่อไป

ดั่งคำพูดโบราณ ชะตาชีวิตของพวกเขาล้วนลิขิตด้วยมือของตนเอง…

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...