ทำความรู้จัก ‘เผายาหน้าท้อง’ ช่วยรักษาอาการไหนบ้าง
The Bangkok Insight
อัพเดต 06 ธ.ค. 2566 เวลา 01.13 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2566 เวลา 01.13 น. • The Bangkok Insightทำความรู้จัก "เผายาหน้าท้อง" ศาสตร์แพทย์แผนไทย สูตรโบราณ ช่วยรักษาโรคอะไร อาการไหนบ้าง?
จากกรณีเน็ตไอดอลสาว เดินทางเข้าพบ กัน จอมพลัง เรียกร้องคลินิกชื่อดังรับผิดชอบ หลังเข้ารับการเผายาหน้าท้อง แต่เกิดพลาดไฟลุกท่วมตัว ในเวลา 2 เดือนที่รักษาในโรงพยาบาล ทางคลินิกโอนมาจ่ายค่ารักษาให้ แต่หลังจากที่ออกโรงพยาบาลมาตั้งแต่ช่วง กุมภาพันธ์ 66 เป็นต้นมา ก็ไม่เคยได้รับเยียวยาอีกเลย มีแต่ทนายเราติดต่อไปหาเขาจนถึงตอนนี้ จึงต้องให้ทนายยื่นเรื่องต่อศาล ให้ทนายฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าชดเชยเยียวยา ส่วนอาญาก็ให้ทางตำรวจดำเนินคดีไปให้
หลายคนอยากทราบว่า “เผายาหน้าท้อง” คืออะไร ทำไมปัจจุบันผู้ป่วยถึงหันมารักษด้วยวิธีนี้มากขึ้น วันนี้ thebangkokinsight จะพามาทำความรู้จักกับ หัตการ “เผายา” ที่ไม่ใช่ใครๆ ก็ทำได้
หัตถการ"เผายา" เป็นการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ที่ใช้หลักการเพิ่มธาตุไฟเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย โดยให้ความร้อนผ่านเครื่องยาสมุนไพรในบริเวณที่ต้องการรักษาโรค เพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีภาวะธาตุไฟหย่อน ช่วยกระจายลม ลดภาวะบวมน้ำ และช่วยปรับให้ธาตุในร่ายกายกลับมาอยู่ในภาวะสมดุล
'เผายา' รักษาอะไร
"รักษาโรคทางเดินอาหาร" อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยแพทย์แผนไทยจึงทำการรักษาโรคทางเดินอาหาร โดยการปรับสมดุลร่างกายด้วยหัตถการทางศาสตร์การแพทย์แผนไทยที่เป็นที่นิยมคือ "การเผายาหน้าท้อง" โดยแนวทางการรักษาโรคทางเดินอาหาร จะเป็นการกดจุด ร่วมกับการเผายาหน้าท้อง
การเผายา เป็นการเพิ่มไฟธาตุ กระจายลม ลดภาวะบวมน้ำ ด้วยการใช้ความร้อนจากไฟและสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เช่น ขมิ้น, ผิวมะกรูด, ตะไคร้, หัวไพล, เหง้าข่า, เหง้ากระทือ และ เกลือ ซึ่งเป็นการเพิ่มความร้อนจากภายนอก นิยมใช้ในกลุ่มโรคที่มีอาการของลมเยอะเป็นหลัก เนื่องจากความร้อนจะทำให้ลมเกิดการเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น ลักษณะความร้อนที่ได้จากการเผายาจะเป็นลักษณะความร้อนที่แผ่กระจายออกไม่รุนแรงแต่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น โรคทาง
'เผายา' เหมาะกับใคร
การเผายา เป็นเวชปฏิบัติแผนไทย ที่ใช้หลักการเพิ่มธาตุไฟเฉพาะส่วน โดยใช้ความร้อนของไฟผ่านเครื่องยาสมุนไพรสดที่มีรสร้อนเข้าไป ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีภาวะธาตุไฟหย่อน ผู้ที่มีอาการเหมาะกับการเผายา
- ท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย (จากไฟย่อยหย่อน)
- ภูมิแพ้อากาศ (น้ำมากจนไฟหย่อน)
- อาการปวดกล้ามเนื้อที่เกิดจากการอั้นของลม (เช่น สะบัก หลัง เข่า)
- ผู้ป่วยอัมพฤกษ์อัมพาต (มีภาวะไฟหย่อน เนื้อตัวเย็น กล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ไม่มีเรี่ยวแรง)
- อาการหนาวใน อาการอ่อนเพลียจากปิตตะหย่อน
วิธีการรักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร
หลังจากที่แพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย แพทย์ก็จะทำการวินิจฉัยอาการของโรคเพื่อเลือกวิธี โดยแพทย์แผนไทยจะใช้วิธีการ ดังต่อไปนี้ รักษาโรคทางเดินอาหาร
- 1. การใช้สมุนไพร: โดยแพทย์สามารถใช้ยาสมุนไพรทั้งสมุนไพรเดี่ยว หรือใช้สมุนไพรตามตำรับยาบัญชียาหลักแห่งชาติ ยาสามัญประจำบ้านแผนโบราณ ยาสมุนไพรในงานสาธารณะสุขมูลฐาน รวมทั้งตำรับยาสมุนไพรในโรงพยาบาลเพื่อผู้ป่วย รวมทั้งแพทย์แผนไทยสามารถใช้ยาอื่น ๆ เพื่อฟื้นฟูโรคตามที่เห็นสมควร
- 2. หัตถเวชกรรมแผนไทย: คือการที่แพทย์แผนไทยใช้การนวดเส้นพื้นฐาน หรือการกดจุดนวดเพื่อฟื้นฟูอาการของผู้ป่วยให้ดีขึ้น
- 3. การประคบสมุนไพร: คือการที่แพทย์นำลูกประคบสมุนไพรมาประคบ กด คลึงบนร่างกายเพื่อช่วยบรรเทาและฟื้นฟูอาการ
- 4. การให้คำแนะนำ: เป็นการให้คำแนะนำด้านการปฏิบัติตนที่รักษาอาการตามแนวทางของแพทย์แผนไทย โดยจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการบำบัดที่ถูกต้อง บรรเทาโรค ฟื้นฟูร่างกายให้หายขาดจากโรคที่เป็นอยู่ โรคทางเดินอาหาร
สมุนไพรที่ช่วย รักษาโรคทางเดินอาหาร
มาถึงการรักษาโรคทางเดินอาหารด้วยสมุนไพรไทย โดยเราจะแบ่งตามกลุ่มอาการเพื่อให้ทุกคนเข้าใจการด้วยรักษาโรคทางเดินอาหารด้วยสมุนไพรไทยมากขึ้น
1.อาการเบื่ออาหาร โรคทางเดินอาหาร
คืออาการของผู้ป่วยที่ไม่รู้สึกอยากกินอาหาร รู้สึกไม่เจริญอาหาร รวมถึงไปถึงการปฏิเสธอาหารที่เคยชอบ ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมไปถึงการใช้ยาก็ทำให้เบื่ออาหารได้ง่ายเช่นกัน โดยมีสมุนไพรหลายชนิดที่ช่วยลดอาการเบื่ออาหาร พร้อมทำให้ทุกคนเจริญอาหารมากขึ้น ประกอบด้วย
- พริกหวาน: ช่วยทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยแก้อาหารเบื่ออาหารได้
- มะระ: มีฤทธิเย็น ช่วยขับพิษร้อน อีกทั้งยังเป็นยาช่วยในการเจริญอาหาร พร้อมกระตุ้นอาการอยากอาหาร และทำให้น้ำย่อยทำงานได้ดีมากขึ้น
- สะเดา: เป็นสมุนไพรไทยที่ช่วยขับน้ำย่อย สามารถย่อยอาหารประเภทไขมันได้ดี แก้อาการเบื่ออาหารได้อย่างเห็นผล
- กะเพรา: สรรพคุณของกะเพราช่วยแก้ปวดท้อง จุกเสียด ขับลม และทำให้อยากรับประทานอาหารมากขึ้น
2.ถ่ายอุจจาระ
โดยผู้ป่วยที่มีอาการท้องเดิน ท้องเสีย บิด ถ่ายเป็นเลือด หรือถ่ายดำ รวมถึงมีอาการการของอุจจาระธาติพิการ สามารถใช้การรักษาด้วยยาสมุนไพร รวมถึงเข้ากับการแนะนำโดยแพทย์แผนไทยถึงการรักษาโรคที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยสมุนไพรที่ใช้เกี่ยวกับการรักษาอาการถ่ายอุจจาระ ประกอบด้วย บื่ออาหาร พร้อมทำให้ทุกคนเจริญอาหารมากขึ้น ประกอบด้วย
- ฝ้าทะลายโจร: สามารถเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายช่วยแก้อาการท้องเสีย และโรคอุจจาระร่วงได้
- กล้วยน้ำว้า: โดยกล้วยน้ำว้าที่สุก สามารถใช้เป็นยาระบายแก้อาการท้องผูกได้ เพราะมีสารเพคตินจึงช่วยเพิ่มกากใยในลำไส้จึงทำให้ถ่ายอุจจาระได้คล่องขึ้น
- ทับทิม: เป็นอีกหนึ่งสมุนไพรตำรับยาที่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคอุจจาระร่วง มีฤทธิ์ลดความถี่ของการถ่ายอุจจาระ ยับยั้งการหลั่งสารของลำไส้ที่ทำให้อุจจาระมากขึ้น
- กานพลู: ช่วยแก้อาการท้องผูก ท้องอืดโดยใช้ดอกกานพลูสด 2 ดอก และขิงสด 5 กรัมทุบรวมกันแล้วนำมาต้มแล้วดื่มจะช่วยรักษาอาการดังกล่าวได้
3.ปวดท้อง และมีลมในท้อง
โดยอาการของโรคจะประกอบไปด้วย ปวดท้องน้อย จุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด รวมถึงมีลมในกระเพาะเป็นจำนวนมาก โดยแพทย์สามารถรักษาด้วยสมุนไพรไทย ซึ่งประกอบไปด้วย
- ขมิ้นชัน: เมื่อมีอาการปวดท้อง แน่นท้อง สามารถนำแง่งสมุนไพรมาล้าง จากนั้นหั่นบาง ๆ และนำไปตากแดดจากนั้นบดละเอียดเพื่อใส่ไว้ในแคปซูลพร้อมช่วยบรรเทาอาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุกเสียด ขับลม
- ขิง: สำหรับขิงนั้นมีสรรพคุณช่วยในการขับลม ท้องอืด จุกเสียดแน่น พร้อมช่วยให้สบายท้อง รักษาโรคทางเดินอาหาร
- สะระแหน่: สำหรับสะระแหน่ ต้นสด ๆ นั้นสามารถกินเพื่อใช้เป็นยาขับลมได้ สามารถแก้อาการปวดท้อง จุกเสียดได้อย่างเห็นผล
4.กระเพาะอาหารอักเสบ
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินอาหารนี้ จะมีอาการปวดท้อง รู้สึกไม่สบายช่องท้องส่วนบน ท้องเฟ้อ เรอบ่อย โดยสมุนไพรไทยที่สามารถรักษาอาการนี้ได้ประกอบด้วย
- ผงขมิ้น: สำหรับสมุนไพรชนิดนี้สามารถต้านเชื้อไวรัสที่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงช่วยขับลม และลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ
- ว่านหางจระเข้: สำหรับว่านหางจระเข้จะสามารถสมานแผลได้แล้วยังสามารถลดการอักเสบของกระเพาะอาหารได้อีกด้วย
- กล้วยน้ำว้า: เจ้าผลไม้สีเหลืองนี้ มีฤทธิ์รักษาโรคกระเพาะช่วยให้กระเพาะแข็งแรงขึ้น โรคทางเดินอาหาร
5.ริดสีดวงทหาร
สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคริดสีดวงทวารนั้นทรมานมาก เพราะนอกจากมีเลือดไหลแล้ว ยังมีอาการเจ็บปวดในขณะขยับหรือเปลี่ยนท่า โดยริดสีดวงทวารก็สามารถรักษาด้วยสมุนไพรได้เช่นกัน ซึ่งมีดังต่อไปนี้ โรคทางเดินอาหาร
- เพชรสังฆาต: สมุนไพรอันดับ 1 ในการรักษาโรคริดสีดวงทวาร ช่วยอาการอักเสบและทำให้หลอดเลือดดำที่บวมยุบตัวลงได้
- ว่านหางจระเข้: เนื่องจากสมุนไพรชนิดนี้มีฤทธิ์เย็น ช่วยลดอาการปวด และอาการบวมจากริดสีดวงทวารได้
- ขมิ้นชัน: หาซื้อได้ง่าย ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยฆ่าเชื้อโรคในลำดับถัดไป
- มะขามป้อม: นอกจากช่วยเรื่องแก้ไอแล้ว มะขามป้อมยังมีรสขมเย็นทำให้ขับถ่ายได้ดีขึ้น พร้อมป้องกันท้องผูก โรคทางเดินอาหาร
6.คลื่นไส้อาเจียน
อาการของผู้ที่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน คืออาการอึดอัดจากในท้อง ช่วยทำให้รู้สึกอย่างอาเจียน ซึ่งอาการต้องระมัดระวัง โดยสมุนไพรที่ช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียน ดังนี้
- กะเพรา: แก้อาการคลื่นไส้ อาเจียน อาการท้องอืดเฟ้อ แน่จุกเสียดและปวดท้อง โรคทางเดินอาหาร
- ขิง: เป็นสมุนไพรอีกหนึ่งช่วยที่ช่วยแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยแก้อาการคลื่นไส้อาเจียนอย่างเห็นผล
- ยอบ้าน: เพียงแค่ใช้ผลดิบหรือห่าม(ยังไม่สุก) ต้มหรือชงดื่มครั้งละมาก ๆ จะช่วยแก้อาการอาเจียน และคลื่นไส้ด้วย สาร Asperuloside ซึ่งออกฤทธิ์ลดอาการคลื่นไส้อาเจียน
- ว่านกาบหอย: สามารถแก้อาการอาเจียนเป็นเลือด แก้กรดไหลย้อน ช่วยให้อาการคลื่นไส้อาเจียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด รักษาโรคทางเดินอาหาร
อย่างไรก็ตาม การให้ความร้อนโดยตรงจะมีผลกระทบต่อการทำงานของธาตุในร่างกายอย่างมาก ดังนั้นก่อนการรักษาโรคทางเดินอาหารจะต้องมีการตรวจประเมินร่างกายของผู้ป่วยทุกครั้ง หากผู้ป่วยมีแผลผ่าตัดหรือมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง มะเร็งในลำไส้ มีกำเดากำเริบ จะไม่เผายาให้เด็ดขาด และต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้นรักษาโรคทางเดินอาหาร
ขอบคุณข้อมูล ภาพ : คลินิกแพทย์แผนไทยประยุกต์ “อภัยเวลเนส,สมุนไพรอภัยภูเบศร
อ่านข่าวเพิ่มเติม