โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับแล้ว มือปืนรัวยิงในสนามบอล หนีไปโผล่จันทบุรี เผยอาวุธทิ้งคลองไปแล้ว

Khaosod

อัพเดต 11 ธ.ค. 2566 เวลา 05.54 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2566 เวลา 04.47 น.
จับแล้ว มือปืนรัวยิงในสนามบอล หนีไปโผล่จันทบุรี เผยอาวุธทิ้งคลองไปแล้ว

จับแล้ว มือปืนรัวยิงในสนามบอล หนีไปโผล่จันทบุรี เผยอาวุธทิ้งคลองไปแล้ว เร่งสอบสวนหาสาเหตุ รับสารภาพว่าเป็นมือยิง

จากกรณีตำรวจ สภ.คูคต จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุยิงกันภายในสนามฟุตบอลหญ้าเทียมชื่อ 9 อัพอารีน่า ต.ลำสามแก้ว อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ต่อมาตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 เข้าเก็บปลอกกระสุนปืนและพยานวัตถุในที่เกิดเหตุ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่เจอปลอกกระสุนปืนอีก 1 ปลอกบริเวณถนนข้างสนาม ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สำหรับความคืบหน้า วันที่ 11 ธ.ค.66 มีรายงานข่าวว่า พ.ต.อ.พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.ตม.3 พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด พ.ต.อ.เพลิน กลิ่น พยอม รองผบก.ตม.3 สั่งการให้ด่าน ตม.ทุกแห่ง เฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มงวด

กระทั่งพบตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงในสนามบอลกำลังหลบหนีที่ด่านบ้านแหลม จ.จันทบุรี จึงจับกุมตัวนายด้วง สัญชาติกัมพูชา พร้อมรายงานพล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ รองผบ.ตร. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม. ให้ทราบเบื้องต้น

สอบพฤติการณ์พบว่าผู้ต้องหายิงเสร็จหนีไปและทิ้งปืนไปในคลองรังสิต ก่อนนั่งรถหนีไป จ.สมุทรปราการ ก่อนไปขึ้นรถจากบางบ่อ มุ่งหน้าไปด่านบ้านแหลม ตม.จันทบุรี เพื่อหลบหนี แต่ภายหลังถูกจับกุมไว้ได้ นายด้วงให้การรับสารภาพว่าเป็นมือยิง ส่วนอาวุธปืนได้ทำการโยนทิ้งไปแล้วก่อนหน้า

ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสอบปากคำ และได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดปทุมธานี และพ.ต.อ.กานตภณ วรรณา ผกก.สภ.คูคต ไปรับตัวมาเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...