โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[สปอยล์] เฉลยปมซีรีส์ 'Loki' ซีซัน 2 ตอนสุดท้าย ทำไมโลกิต้องรวบเส้นเวลาเป็นต้นไม้อิกดราซิล ?

BT Beartai

อัพเดต 14 พ.ย. 2566 เวลา 02.47 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2566 เวลา 11.23 น.
[สปอยล์] เฉลยปมซีรีส์ 'Loki' ซีซัน 2 ตอนสุดท้าย ทำไมโลกิต้องรวบเส้นเวลาเป็นต้นไม้อิกดราซิล ?

https://assets.beartai.com/uploads/speaker/post-1328636.mp3?cb=1699930191.mp3

คำเตือน: บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาสำคัญของซีรีส์ ‘Loki’ ซีซัน 2

ตอนสุดท้ายในซีซันที่ 2 ของซีรีส์ ‘Loki’ เรียกได้ว่าเป็นตอนสุดท้ายที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่มีทั้งสมการรอคอย และใจหายอยู่ไม่น้อย เพราะเป็นตอนที่ทำให้เราได้เห็นเรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นจากทั้ง 12 ตอนได้มาบรรจบกันด้วยบทสรุปที่ยิ่งใหญ่ การเปลี่ยนตัวเองกลายเป็นเทพแห่งเรื่องราว (God of Story) ผู้ควบคุมเส้นเวลาทั้งมวลเอาไว้ด้วยตัวเอง

บทสุดท้ายของเรื่องราว จึงเป็นเหมือนกึ่ง ๆ บทสรุปของเรื่องราวต่าง ๆ ของโลกิที่เกิดขึ้นใน MCU ที่ผ่านมาในอดีตถึงความต้องการใน ‘ลิขิตอันทรงเกียรติ’ หรือ ‘Glorious Purpose’ ของเขา ในการปลดแอกจากการควบคุมเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ของ ชายผู้คงอยู่ (He Who Remains) เสียสละเพื่อปกป้องสรรพชีวิตในทุก ๆ มัลติเวิร์ส มอบเจตจำนงเสรี (Free Will) ให้กับเหล่าพนักงานและเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน TVA (Time Variance Authority)

เกิดอะไรขึ้นในตอนสุดท้าย

Loki Season 2 © 2023 MARVEL
Loki Season 2 © 2023 MARVEL

ในตอนสุดท้ายของซีรีส์ ‘ลิขิตอันทรงเกียรติ’ หลังจากที่โลกิเผชิญกับเหตุการณ์ที่เครื่องทอเวลา (Temporal Loom) ไม่สามารถรับกำลังการถักทอเส้นเวลาที่เพิ่มขึ้นได้อีกต่อไป จนทำให้ทุก ๆ เส้นเวลาระเบิด TVA ล่มสลาย โลกิเผชิญกับอาการเวลาไถล (Time Slipping) ทำให้ตัวเขาย้อนกลับไปยังอดีต และค้นพบตัวแปรของพนักงาน TVA เขาพยายามค้นหาวิธีป้องกันไม่ให้เส้นเวลาสูญสลาย แต่ไม่ได้ผล แต่สิ่งที่เขาได้ค้นพบก็คือ เวลานี้เขาค้นพบวิธีการควบคุมเวลาไถลได้แล้ว

โลกิย้อนกลับมาเหตุการณ์ตอนซ่อมเครื่องทอ ช่วงเวลาก่อนเกิดเหตุระเบิดอีกครั้ง เขาจึงคิดใช้การไถลเวลาเพื่อย้อนกลับไปยังอดีต เพื่อแก้ไขไม่ให้เหตุการณ์ซ้ำรอย แต่ไม่ว่าจะพยายามขนาดไหน หรือใช้เวลาย้อนกลับไปเรียนรู้วิชาฟิสิกส์อีกกี่ร้อยปี TVA ก็ยังจะคงล่มสลายเช่นเดิม เพราะเส้นเวลาได้ขยายตัวเพิ่มอีกเป็นทวีคูณ

โลกิได้ย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่ซิลวีสังหาร He Who Remains เขาได้พยายามจะยับยั้งเหตุการณ์ไม่ให้ซิลวีลงมือ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร He Who Remains ก็ต้องตายอยู่ดี แต่เขาก็ได้รู้ความจริงว่า หากจะเปลี่ยนเหตุการณ์ไม่ให้เกิดขึ้นแบบวนซ้ำอีก สิ่งที่เขาต้องทำคือการสังหารซิลวีลง นอกจากนี้เขายังได้รู้ว่า การที่เครื่องทอระเบิด ก็เพื่อทำลายเฉพาะเส้นเวลาแตกแขนง (Branched Timeline) เพื่อปกป้องเส้นเวลาศักดิ์สิทธิ์ (Sacred Timeline) เอาไว้ เพื่อให้เหตุการณ์ยังคงวนลูปต่อไป

โลกิไถลเวลาย้อนกลับไปในเหตุการณ์ที่เขาคุยกับมอร์เบียสครั้งแรก ทำให้เขาเริ่มตระหนักถึงลิขิตอันทรงเกียรติ และการเลือกเส้นทางที่ยากเพื่อหลีกหนีจากลูปที่ He Who Remains สร้างเอาไว้ โลกิย้อนกลับไปช่วงก่อนเหตุการณ์ระเบิด ก่อนจะตัดสินใจระเบิดกระสวยเครื่องทอเวลา จนทำให้เส้นเวลาทั้งหมดเฉาตาย โลกิใช้เวทมนตร์ของตัวเองในการฟื้นชีวิตของเส้นเวลา เก็บรวมเอาไว้ และขึ้นไปนั่งบนบัลลังก์ ณ จุดสิ้นสุดของเวลา โลกินั่งควบคุมเส้นเวลาทั้งหมดที่ตอนนี้แปรสภาพกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่มีรูปทรงคล้ายกับต้นอิกดราซิล (Yggdrasil)

แม้เขาเองในเวลานี้จำต้องโดดเดี่ยวจากเพื่อนร่วมชะตากรรมของเขาไปตลอดกาล แต่การเสียสละของโลกิในการยืดทุกไทม์ไลน์จาก He Who Remains มาไว้ที่ตัวเองแบบเบ็ดเสร็จ ช่วยปกป้องรักษาทุกชีวิตในทุก ๆ เส้นเวลาเอาไว้นับไม่ถ้วน รวมทั้งยังปกป้อง TVA ที่ตอนนี้เปลี่ยนเป้าประสงค์จากการกำจัดผู้ที่ทำให้เกิดการแตกแขนงของเส้นเวลา (Nexus Event) เป็นการเฝ้าระวังตัวแปรของ แคงผู้พิชิต (Kang the Conqueror) ในเส้นเวลาต่าง ๆ แทน

ตำนานต้นอิกดราซิล

Loki Season 2 © 2023 MARVEL
Loki Season 2 © 2023 MARVEL

ต้นอิกดราซิล (Yggdrasil) เป็นต้นไม้ในตำนานตามเรื่องราวของเทพปกรณัมนอร์ส (Norse) เป็นตำนานเก่าแก่ที่ถูกเล่าไว้ในบทกวีที่เรียบเรียงขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 13 กล่าวถึงต้นไม้แห่งชีวิต ที่มีมีลักษณะเป็นต้นแอช (Ash) สีเทาซีด แต่เขียวชอุ่มอยู่ตลอด คอยโอบอุ้มโลกทั้ง 9 เอาไว้อยู่ที่จุดแกนกลางของสวรรค์ได้แก่ โลกมนุษย์ หรือ มิดการ์ด (Midgard) โลกของยักษ์, โลกของคนแคระ, โลกของเอลฟ์

นอกจากนี้ยังมีรากที่แตกกิ่งก้านออกเป็น 3 รากและหยั่งลึกลงไปยังเบื้องล่าง เป็นตัวเชื่อมโยงเรื่องราวของเทพ ยักษ์ และมนุษย์เข้าด้วยกัน เช่น โยทันไฮล์ม (Jotanheim) ดินแดนแห่งยักษ์, นิฟล์ไฮล์ม (Niflheim) ดินแดนแห่งหมอกและน้ำแข็ง และแอสการ์ด (Asgard) ดินแดนแห่งเทพเจ้าที่มี โอดิน (Odin) ปกครองอยู่ และยังมี เฮลไฮม์ (Helheim) ดินแดนใต้พิภพที่เป็นอาณาจักรแห่งความตาย

ต้นอิกดราซิลในตำนานนอร์สโบราณ ทำหน้าที่เป็นแก่นกลางที่เชื่อมโยงอาณาจักรและชีวิตทั้งมวลอาศัยอยู่ในดินแดนต่าง ๆ เป็นตัวเชื่อมเรื่องราวของเทพ ยักษ์ และมนุษย์เข้าด้วยกัน เป็นจุดกำเนิดแห่งธาตุ และพลังที่ทำหน้าที่รักษาสมดุลของโลกเอาไว้ เป็นสถานที่บ่อเกิดแห่งปัญญา และยังเป็นสัญลักษณ์ของวัฏจักรแห่งชีวิต การเกิด แก่ เจ็บ ตาย ของสรรพสิ่งทั้งมวล

อิกดราซิล คืออุปมาอุปไมยที่สื่อไปถึงรากเหง้าของโลกิ

Loki Season 2 © 2023 MARVEL
Loki Season 2 © 2023 MARVEL

การที่โลกิตัดสินใจเข้าควบคุมเส้นเวลาของตัวเอง ณ จุดสิ้นสุดของเวลา ด้วยการรวมเส้นเวลาทั้งหมดและห่อหุ้มตัวเองเอาไว้จนมีรูปร่างดั่งต้นอิกดราซิล นอกจากจะเป็นการย้อนไปสู่รากเหง้าของแอสการ์ดที่เขาเติบโตมา ยังเป็นการสะท้อนตัวตนและเจตนาข้างในลึก ๆ ของโลกิ ที่ครั้งหนึ่งเขาถูกลิขิตให้เป็นเทพจอมเจ้าเล่ห์ที่ต้องพบกับความพ่ายแพ้ ขาดมิตรภาพที่แท้จริงมาตลอด หรือแม้แต่ตัวแปรของเขาที่มาอยู่ใน TVA ก็ยังค้นพบว่า แม้จะย้อนกลับไปแก้ไขเหตุการณ์อีกกี่ร้อยกี่พันครั้ง เหตุการณ์ก็จะยังคงเป็นแบบเดิมตลอดไป

นั้นจึงทำให้โลกิ ที่บัดนี้ได้พบกับมิตรภาพและเจตจำนงเสรีของเขาเอง ที่ต้องการจะรักษา TVA และรักษามิตรภาพที่เขา (ในไทม์ไลน์นี้) ได้มีโอกาสมีไม่ให้สูญเสียไปจากการระเบิดของเส้นเวลา ทำให้เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ยากลำบาก เช่นเดียวกับมอร์เบียสที่เลือกไม่สังหารเด็กน้อยคนนั้น เพื่อหวังจะไต่เต้าขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งสูง ๆ แบบเดียวกับผู้พิพากษา ราวอนนา เรนสเลเยอร์

โลกิ เทพแห่งการหลอกลวง ได้เลือกเส้นทางที่ยากลำบาก เพื่อปกป้องทุกคน ด้วยการยอมเสียสละตนเองในการฝืนชะตากรรม ทำหน้าที่เป็น God of Story เขียนเรื่องราวของตนเองใหม่ ด้วยการยืดทุกไทม์ไลน์มาไว้ที่ตัวเองเพื่อทำลายลูปเวลาของ He Who Remains

การเสียสละของเขาไม่ต่างอะไรที่เขาตัดสินใจเลือกลิขิตอันทรงเกียรติ ด้วยการเสียสละปกป้องธอร์ จนตัวเองถูกสังหารไปใน ‘Avengers: Infinity War’ (2018) เพื่อรักษาชีวิตและเจตจำนงเสรีของทุก ๆ ชีวิตในทุก ๆ เส้นเวลา และเปลี่ยนชะตากรรมของเรื่องราวให้ต่างไปจากเดิม แม้จากนี้ เขาจะต้องอยู่ภายในต้นอิกดราซิลแห่งมัลติเวิร์สอย่างโดดเดี่ยวไปตลอดกาลก็ตาม

ที่มา: Collider, CBR, Screen Rant, Screen Rant (2), Inverse

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...