โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เทียบฟอร์มผลตอบแทน 3 ช่องทางลงทุนทองคำ แบบไหนคุ้มสุด!

Wealthy Thai

อัพเดต 07 มี.ค. 2567 เวลา 02.49 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2566 เวลา 01.39 น.

ในสถานการณ์ที่ตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง ก็ทำให้นักลงทุนหลายคนเลือกที่จะหันหลังให้กับตลาดทุนหรือโยกย้ายเงินไปยังสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัยและความผันผวนต่ำ ซึ่งแน่นอนว่า “ทองคำ” จึงถือเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน
แต่อย่างไรก็ดี สำหรับการลงทุนในทองคำปัจจุบันก็มีช่องทางการลงทุนหรือผลิตภัณฑ์การลงทุนที่หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทองคำแท่ง กองทุนรวมทองคำ และบริษัทจดทะเบียนที่ค้าทองคำหรือหุ้น ฉะนั้นทาง Wealthy Thai จึงได้ทำการรวบรวมข้อมูลผลตอบแทนตั้งแต่ต้นปี 2566 ของทั้ง 3 ช่องทาง มานำเสนอกันในครั้งนี้
โดยเริ่มกันที่สินทรัพย์หลักอย่าง ทองคำแท่ง ที่ราคาขายอ้างอิงจากต้นปี 2566 ที่ราคา 29,850 บาท มาจนปัจจุบัน (ณ วันที่ 14 ธ.ค.66) ราคาขายทองคำแท่งก็ได้มีขยับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลให้มาอยู่ที่ระดับราคา 33,850 บาท หรือการปรับตัวขึ้นกว่า 13.06%
ด้านบทวิเคราะห์ของกลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ จํากัด ภาพรวมราคาทองไทยยังคงอยู่ในแนวโน้มทิศทางขาขึ้น และมีโอกาสขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมได้ที่ระดับ 34,400 บาทภายในปีหน้า จากนโยบายการเงินของเฟดที่จะคลายมากขึ้น หลังภาวะเงินเฟ้อเริ่มกลับเข้าใกล้ที่ระดับเป้าหมาย 2% จึงไม่มีความจําเป็นที่จะคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูง
ขณะที่กองทุนรวมทองคำ เราได้หยิบยกกองทุนเปิดเค โกลด์-C ชนิดสะสมมูลค่า หรือ K-GOLD-C(A) ด้วยผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่มนับจากต้นปีหรือให้ผลตอบแทนกว่า 18.22% ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนต่างประเทศอย่าง SPDR Gold Trust เป็นกองทุนหลัก
สำหรับนโยบายการลงทุนของกองทุนหลักนั้น จะมุ่งเน้นการเข้าลงทุนในทองคำแท่งโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างผลตอบแทนก่อนหักค่าใช้จ่ายให้ใกล้เคียงกับการเคลื่อนไหวของราคาทองคำแท่งในตลาดโลก
และสุดท้ายอีกหนึ่งทางเลือกการลงทุนก็คือการลงทุนในหุ้นบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ AURA ที่จะประกอบธุรกิจตั้งแต่ค้าปลีกทองรูปพรรณ เครื่องประดับเพชรและอัญมณี ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องอื่นที่มีบริการแบบครบวงจร ซึ่งราคาหุ้นจากต้นปีถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 14 ธ.ค. 66) ได้ปรับตัวลดลงกว่า 18.24% ลงมาอยู่ที่ 14.80 บาท
โดยบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ จำกัด ให้คำแนะนำ “เข้าเก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 17.72 บาท เนื่องจากผลประกอบการไตรมาส 4/66 มีโอกาสเติบโต ด้วยเทศกาลเฉลิมฉลองทำให้รับผลบวกโดยตรงจากความต้องการสินค้าที่มากขึ้น บวกกับราคาทองคำที่สูงขึ้นช่วยหนุนให้ราคาหุ้นที่ปรับตัวลงก่อนหน้าฟื้นตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...