โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้จัก ภาษีขายหุ้น หรือ Financial Transaction Tax (FTT)

Moneyclub

อัพเดต 16 ม.ค. 2566 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 16 ม.ค. 2566 เวลา 06.22 น. • Money Club Asia

ภาษีขายหุ้น เป็นนโยบายการจัดเก็บภาษีเข้าคลังของรัฐบาลโดยจะจัดเก็บจาการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากย้อนไปเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งนี้ภาษีขายหุ้น ดังกล่าวได้รับยกเว้นตั้งแต่ปี 2535 เนื่องจากเป็นช่วงของการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่อยากให้มาตรการภาษีเป็นภาระต้นทุน และต้องการให้ตลาดเติบโตอย่างเข้มแข็ง

หากย้อนกลับไปดูปริมาณการซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพยในปี 2534 มีมูลค่าตลาด (Market Cap) ประมาณ 9 แสนล้านบาท มาถึงปี 2565 มูลค่าตลาดเพิ่มเป็น 20 ล้านล้านบาท แต่เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงการคลังได้หยิบยก ภาษีขายหุ้น ขึ้นมาปัดฝุ่น หลังจากที่มีการยกเว้นมานานกว่า 30 ปี โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมแผนการจัดเก็บภาษีขายหุ้น อีกครั้ง

ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการออมเพื่อเกษียณอายุ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 4 ถัดจากเดือนที่พระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา (Grace Period ประมาณ 90 วัน)” เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมการในการจัดเก็บภาษี จากนั้นก็จะเริ่มเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ทั้งนี้การเก็บภาษีขายหุ้นดังกล่าว จะเก็บในอัตรา 0.1% ของมูลค่าที่ขาย แต่ในปี 2566 ถือเป็นปีแรก จะมีการเก็บภาษีก่อนในอัตรา 0.05% ของมูลค่าที่ขาย โดยจะแบ่งออกแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้

ช่วงที่ 1 : จัดเก็บในอัตรา 0.055% (ภาษีขายหุ้น 0.05% และภาษีท้องถิ่น 0.005%) ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

ช่วงที่ 2 : จัดเก็บในอัตรา 0.11% (ภาษีขายหุ้น 0.1% และภาษีท้องถิ่น 0.01%) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป

อนึ่ง ในการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีนี้ กฎหมายได้กำหนดให้สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ (Broker) ที่เป็นตัวแทนของผู้ขายมีหน้าที่หักภาษีธุรกิจเฉพาะจากเงินที่ขายและยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีในนามตนเองแทนผู้ขาย โดยผู้ขายไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีก

สำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บภาษีขายหุ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมในกการชำระภาษีของผู้มีรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีการยกเว้นมานาน ขณะที่ตลาดทุนไทยมีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเก็บภาษียังอยู่ในแผนฎิรูปการจัดเก็บภาษีและการปรับโปรงโครงกสร้างภาษีของรัฐ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังประเมินรายได้ว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะสร้างรายได้เข้ารัฐ ประมาณปีละ 1.6 หมื่นล้านบาท ก่อนจะเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ใหม่ที่ 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ ในต่างประเทศก็มีการเก็บภาษีขายหุ้น ในลักษณะนี้เช่นกัน อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน มีการเก็บภาษีที่ 0.1% จากการขาย หรือประเทศฟิลิปปินส์ เก็บที่ 0.6% จากการขาย เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนของจากบรรดาผู้ที่เกี่ยกับวงการตลาดหุ้นไทย ส่วนมากมองว่า การเก็บภาษีหุ้น จะทำให้ต้นทุนการเทรดหุ้นสูงขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนที่เก็งกำไรระยะสั้น สายเดย์เทรด อาจส่งผลทำให้อัตราการเทรดหุ้นน้อยลง นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องต้นทุนการระดมทุน และต้นทุนภาษีที่ซ้ำซ้อน จึงคงต้องจับตาดูกันว่าการเก็บภาษีหุ้นในปี 2566 จะส่งผลต่อมูลค่าการซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาก-น้อยเพียงใด

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : รมว.คลัง ยันไม่มีแผนเก็บภาษี Capital Gains ย้ำเก็บภาษีขายหุ้นขาเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...