รู้จัก ภาษีขายหุ้น หรือ Financial Transaction Tax (FTT)
ภาษีขายหุ้น เป็นนโยบายการจัดเก็บภาษีเข้าคลังของรัฐบาลโดยจะจัดเก็บจาการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากย้อนไปเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งนี้ภาษีขายหุ้น ดังกล่าวได้รับยกเว้นตั้งแต่ปี 2535 เนื่องจากเป็นช่วงของการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่อยากให้มาตรการภาษีเป็นภาระต้นทุน และต้องการให้ตลาดเติบโตอย่างเข้มแข็ง
หากย้อนกลับไปดูปริมาณการซื้อ-ขายหุ้นในตลาดหลักทรัพยในปี 2534 มีมูลค่าตลาด (Market Cap) ประมาณ 9 แสนล้านบาท มาถึงปี 2565 มูลค่าตลาดเพิ่มเป็น 20 ล้านล้านบาท แต่เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงการคลังได้หยิบยก ภาษีขายหุ้น ขึ้นมาปัดฝุ่น หลังจากที่มีการยกเว้นมานานกว่า 30 ปี โดยกระทรวงการคลังได้เตรียมแผนการจัดเก็บภาษีขายหุ้น อีกครั้ง
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการยกเลิกการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับการขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อเพิ่มความเป็นธรรมในการจัดเก็บภาษีและลดความเหลื่อมล้ำในการกระจายรายได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการออมเพื่อเกษียณอายุ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ของเดือนที่ 4 ถัดจากเดือนที่พระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษา (Grace Period ประมาณ 90 วัน)” เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเตรียมการในการจัดเก็บภาษี จากนั้นก็จะเริ่มเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้การเก็บภาษีขายหุ้นดังกล่าว จะเก็บในอัตรา 0.1% ของมูลค่าที่ขาย แต่ในปี 2566 ถือเป็นปีแรก จะมีการเก็บภาษีก่อนในอัตรา 0.05% ของมูลค่าที่ขาย โดยจะแบ่งออกแบ่งเป็น 2 ช่วง ดังนี้
ช่วงที่ 1 : จัดเก็บในอัตรา 0.055% (ภาษีขายหุ้น 0.05% และภาษีท้องถิ่น 0.005%) ตั้งแต่วันที่พระราชกฤษฎีกามีผลใช้บังคับ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566
ช่วงที่ 2 : จัดเก็บในอัตรา 0.11% (ภาษีขายหุ้น 0.1% และภาษีท้องถิ่น 0.01%) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป
อนึ่ง ในการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีนี้ กฎหมายได้กำหนดให้สมาชิกของตลาดหลักทรัพย์ฯ (Broker) ที่เป็นตัวแทนของผู้ขายมีหน้าที่หักภาษีธุรกิจเฉพาะจากเงินที่ขายและยื่นแบบแสดงรายการภาษี และชำระภาษีในนามตนเองแทนผู้ขาย โดยผู้ขายไม่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีอีก
สำหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บภาษีขายหุ้น เพื่อสร้างความเป็นธรรมในกการชำระภาษีของผู้มีรายได้ ลดความเหลื่อมล้ำ และการจัดเก็บภาษีดังกล่าวมีการยกเว้นมานาน ขณะที่ตลาดทุนไทยมีการเจริญเติบโตต่อเนื่อง นอกจากนี้ การเก็บภาษียังอยู่ในแผนฎิรูปการจัดเก็บภาษีและการปรับโปรงโครงกสร้างภาษีของรัฐ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังประเมินรายได้ว่า การจัดเก็บภาษีดังกล่าว จะสร้างรายได้เข้ารัฐ ประมาณปีละ 1.6 หมื่นล้านบาท ก่อนจะเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ใหม่ที่ 1-2 หมื่นล้านบาทต่อปี
ทั้งนี้ ในต่างประเทศก็มีการเก็บภาษีขายหุ้น ในลักษณะนี้เช่นกัน อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม และจีน มีการเก็บภาษีที่ 0.1% จากการขาย หรือประเทศฟิลิปปินส์ เก็บที่ 0.6% จากการขาย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนของจากบรรดาผู้ที่เกี่ยกับวงการตลาดหุ้นไทย ส่วนมากมองว่า การเก็บภาษีหุ้น จะทำให้ต้นทุนการเทรดหุ้นสูงขึ้น โดยเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่และนักลงทุนที่เก็งกำไรระยะสั้น สายเดย์เทรด อาจส่งผลทำให้อัตราการเทรดหุ้นน้อยลง นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลเรื่องต้นทุนการระดมทุน และต้นทุนภาษีที่ซ้ำซ้อน จึงคงต้องจับตาดูกันว่าการเก็บภาษีหุ้นในปี 2566 จะส่งผลต่อมูลค่าการซื้อ-ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ มาก-น้อยเพียงใด
ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง : รมว.คลัง ยันไม่มีแผนเก็บภาษี Capital Gains ย้ำเก็บภาษีขายหุ้นขาเดียว