โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Mercedes-Benz V 250 d Exclusive MPV 7 ที่นั่ง ระดับเฟิร์สคลาส

Businesstoday

อัพเดต 20 ม.ค. 2566 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 18 ม.ค. 2566 เวลา 05.14 น. • Businesstoday

โดย:ภาคภูมิ วรรณแสง บรรณาธิการ Auto-Business Today

เสริมทัพในกลุ่มของรถใช้งานในครอบครัวที่มาพร้อมความหรูหราสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส ด้วย V-Class เจนเนอเรชั่นล่าสุด Mercedes-Benz V 250 d Exclusive เหมาะกับการใช้งานในครอบครัวและภาคธุรกิจด้วยความหรูหราเหนือระดับ ตัวรถนำเข้า (CBU) จากโรงงานผลิตรถยนต์ที่ใหญ่เป็นอันดับสองของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในกลุ่ม MPV จากเมืองบิโตเรีย-กัสเตอิซ (Vitoria-Gasteiz) ประเทศสเปน

โดดเด่นในทุกมิติทั้งการออกแบบภายนอกและภายใน พื้นที่ใช้สอยในห้องโดยสาร พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร สมรรถนะและการขับขี่ รวมถึงเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยตามแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เจเนเรชั่นใหม่ โดยในรุ่น Exclusive ที่เป็นโมเดลโฉมปี 2023 จะได้รับการตกแต่งในสไตล์ Avantgarde ออกแบบขนาดตัวถังแบบ Extra Long เพื่อความกว้างขวางภายในห้องโดยสาร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนตร์ดีเซล 2.0 ลิตรเทอร์โบเจเนอเรชั่นล่าสุด พร้อมระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด 9G-TRONIC PLUS

ตัวรถออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบ 7 ที่นั่ง จัดรูปแบบการนั่งแบบ 2-2-3 มิติตัวถัง กว้าง x ยาว x สูง อยู่ที่ 1,928 x 5,370 x 1,909 มม. ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยในส่วนของพื้นที่โดยสาร และพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่มากขึ้นความจุสัมภาระสูงสุด 1,410 ลิตร ภาพลักษณ์ภายนอกเน้นความหรูหราภูมิฐานแฝงด้วยความสปอร์ตปราดเปรียว หรูหราด้วยการตกแต่งสไตล์ Avantgarde รอบคัน ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System สามารถปรับลำแสงตามสภาพแวดล้อมแบบอัตโนมัติ พร้อม Day Time Running Light พร้อมความสะดวกสบายในการขึ้นลงด้วยประตูบานเลื่อนไฟฟ้าสำหรับผู้โดยสาร ให้การใช้งานสะดวกง่ายดายด้วยประตูท้าย (EASY-PACK tailgate) โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยด์แบบ 5-Twin Spoke ขนาด 18 นิ้ว พร้อมติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบ AGILITY CONTROL ช่วยซับแรงกระแทกและทำให้ช่วงล่างมีความนุ่มนวลผ่อนคลายทุกการเดินทาง

เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบอันเลื่องชื่อในเรื่องของสมรรถนะและความประหยัด เครื่องยนต์แบบ 4 สูบ ขนาด 1,950 cc. เป็นเครื่องยนต์เจเนเรชั่นล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้พละกำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 4,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ที่ 1,350 – 2,400 นาที สามารถทำอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ในระยะเวลาเฉลี่ย 9.6 วินาที มีความเร็วสูงสุดโดยประมาณที่ 205 กม./ชม. โดยมีระบบส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ (9G-TRONIC PLUS) มีอัตราทดที่ต่อเนื่องสามารถให้การตอบสนองที่ฉับไว และมีความประหยัดน้ำมันเพราะสามารถรักษาช่วงแรงบิดได้อย่างต่อเนื่องแม้มีผู้โดยสารและสัมภาระเต็มพิกัด

ภายในห้องโดยสารเรียบหรูแฝงไปด้วยความสปอร์ตอย่างมีระดับ พร้อมฟังก์ชั่นการใช้งานที่มอบความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้เป็นอย่างลง ภายในติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นที่สามารถควบคุมการใช้งานต่างๆ ภายในรถได้อย่างอัจฉริยะ พร้อมเสริมความสนุกในการขับขี่ด้วยแป้นควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (DIRECT SELECT gearshift paddles) สำหรับการตกแต่งภายในมีการหุ้มเบาะด้วยหนัง Lugano สีดำ ตกแต่งคอนโซลด้วยลวดลาย pinstripe effect ที่มีความลงตัวรับกับหน้าจอหลักบนคอนโซลกลางที่เป็นจอมัลติมีเดียขนาด 10.25 นิ้ว ใช้ระบบเชื่อมต่อแบบ Smart Phone Integration รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto รวมถึงระบบ MBUX (Mercedes-Benz User Experience) ที่ผสานการทำงานของระบบมัลติมีเดียเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะ AI เพื่อเรียนรู้และจดจำพฤติกรรมของผู้ขับขี่ และควบคุมระบบความบันเทิงผ่านคำสั่งเสียง พร้อมยกระดับบรรยากาศที่ดีเยี่ยมในห้องโดยสารด้วยคุณภาพของระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Burmester และแสงไฟ Ambient Light แบบปรับเฉดสีได้ 3 สี

ความสบายในห้องโดยสารครบครัน โดยที่นั่งผู้โดยสารตอนหน้าเป็นเบาะปรับไฟฟ้าพร้อมและสามารถตั้งค่าหน่วยความจำ (memory seat) ได้ด้านละ 3 ตำแหน่ง ในส่วนที่นั่งของผู้โดยสารตอนหลังแถวที่ 2 รูปแบบ Luxury captain seat แยกซ้าย-ขวา ปรับด้วยไฟฟ้าและหน่วยความจำ 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบนวดหลัง ระบบระบายอากาศ และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบแยกโซน โดยมีระบบ THERMOTRONIC สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และระบบ TEMPMATIC สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง มอบประสบการณ์แสนสบายในระหว่างการขับขี่และการโดยสารไปอีกขั้น

โดดเด่นด้านความปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง เสริมความปลอดภัยครบครับ อาทิ ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ATTENTION ASSIST ระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic headlight assist) เซ็นเซอร์ปัดน้ำฝน (Rain sensor) เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC) ถุงลมนิรภัยและม่านถุงลมนิรภัยรอบคัน พร้อมเทคโนโลยีกล้องแสดงภาพแบบรอบทิศทาง (360º Camera)

Mercedes-Benz V 250 d Exclusive เปิดตัวในราคา 5,400,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...