โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้โจทย์เศรษฐกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 17 ธ.ค. 2565 เวลา 17.25 น. • เผยแพร่ 18 ธ.ค. 2565 เวลา 01.22 น.
Photo by Jack TAYLOR / AFP

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

ถือว่าเป็นทั้งข่าวดีและน่ากังวลไปพร้อม ๆ กัน กับการนำเสนอภาวะสังคมไทยไตรมาส 3/2565 ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เพราะภาพรวมตัวเลขด้านต่าง ๆ ออกมาดูดี ไม่ว่าจะเป็นการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูงถึง 4.5% จนคาดการณ์เศรษฐกิจตลอดปี 2565 จะขยายตัว 3.2% และปี 2566 จะขยายตัวได้ 3-4%

การขยายตัวที่ดีย่อมส่งผลถึงตัวเลขอื่น ๆ พลอยเป็นบวกไปด้วย อาทิ ภาพรวมจ้างงานขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 2.1% คิดเป็น 39.6 ล้านคน เป็นการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมเพิ่มขึ้น 4.3% จ้างงาน 27.2 ล้านคน ธุรกิจกลุ่มค้าส่งค้าปลีกจ้างงานเพิ่ม 4.5% โรงแรมและภัตตาคารจ้างงานเพิ่ม 8.3% ทำให้ตัวเลขการว่างงานปรับตัวดีขึ้น จำนวนผู้ว่างงาน 4.9 แสนคน คิดเป็น 1.23% เช่นเดียวกับการว่างงานในระบบที่ปรับตัวลดลงอยู่ที่ 1.99%

แม้การว่างงานจะลดลง แต่หากเจาะเนื้อในจักพบว่ากลุ่มผู้ว่างงานที่น่าห่วง เป็นกลุ่มคนมีการศึกษาระดับอุดมศึกษา หรือปริญญาตรี มากถึง 185,410 คน หรือ 2.49% ที่ถือว่าสูงสุดแล้ว เมื่อดูในรายละเอียดยิ่งน่าห่วงเข้าไปอีก

เพราะในจำนวนปริญญาตรี สัดส่วนประมาณ 66% เป็นเด็กจบใหม่ 33.4% หรือคือกลุ่มที่เคยทำงานมาก่อน ผู้ว่างงานในระดับอุดมศึกษา ส่วนใหญ่จบคณะสังคมศาสตร์และบริหารธุรกิจกว่า 60% ที่เหลือเป็นสาขาวิทยาศาสตร์ และอื่น ๆ

อีกจุดที่ถูกจับตามาตลอดคือหนี้สินครัวเรือน ในไตรมาส 2/2565 มีมูลค่า 14.76 ล้านล้านบาท ขยายตัว 3.5% แม้จะลดลงจากไตรมาส 2 แต่ยังมีสัดส่วนสูงถึง 88.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ ที่ไทยเริ่มเปิดประเทศ อีกส่วนเพราะค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ครัวเรือนไทยชะลอการก่อหนี้

สภาพัฒน์ยังระบุตัวเลขคนจนหรือผู้ที่มีรายจ่ายเพื่อการอุปโภคบริโภคต่ำกว่าเส้นความยากจนในปี 2564 มีทั้งสิ้น 4.4 ล้านคน คิดเป็น 6.32% ลดลงจากปีก่อนที่มีจำนวน 4.7 ล้านคน เนื่องจากรัฐบาลกู้เงินจำนวนมหาศาลมาแจก จึงช่วยพยุงตัวเลขเอาไว้ได้ แต่กระนั้นกลุ่มคนยากจนยังมีปัญหาขาดโอกาสเข้าถึงทรัพยากรที่จำเป็น ตลอดจนการไม่สามารถเข้าถึงบริการและความช่วยเหลือของรัฐ

ข้อมูลทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ ไม่ต่างจากโจทย์ที่บรรดานักการเมืองซึ่งเตรียมตัวรับเลือกตั้งปี 2566 ต้องพิจารณา ในเรื่องทางบวกนั้นมิต้องพูดถึง แต่ในเชิงลบเป็นโอกาสอันดีในการสื่อสารถึงประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ว่ามีนโยบายรับมือหรือแก้ไขเช่นใด โดยเฉพาะเรื่องหนี้ครัวเรือน รวมถึงการแก้ปัญหาความยากจน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำที่ไทยเป็นประเทศติดอันดับสูงของโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...