ตัวตนและชีวิตยากๆ ของ 5 นางเอกแห่ง ‘ดวงใจเทวพรหม’ เหล่าตัวละครที่มี ‘แม่’ เป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต ทั้งในทางที่สุขและเศร้า
เดินทางมาถึงโค้งสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย สำหรับละครชุดจากช่อง 3 ที่หลายคนรัก และทำให้คนไทยหลายคนพร้อมใจกันกลับมาติดละครไทยกันงอมแงมอีกครั้ง อย่าง ‘ดวงใจเทวพรหม’ ภาคต่อของ สุภาพบุรุษจุฑาเทพ ที่เคยสร้างความประทับใจมาแล้วจากเส้นเรื่องแก๊ง 5 คุณชายแห่งวังจุฑาเทพ ซึ่งใน ดวงใจเทวพรหม จะดำเนินเรื่องโดยเน้นไปที่เรื่องราวชีวิตของ 5 ‘นางเอก’ หรือสาวๆ รุ่นลูกจากบ้านเทวพรหม ตระกูลที่คนรุ่นเก่าเคยมีพันธสัญญาเรื่องการจับคู่หมั้นหมายระหว่างหนุ่มจุฑาเทพและสาวเทวพรหมในภาคแรก จนเกิดเป็นปมอันใหญ่หลวงที่ส่งผลต่อชีวิตของพวกเธอ และความสัมพันธ์กับเหล่าลูกชายของรุ่นพ่อจุฑาเทพในภาคนี้
จุดเด่นหนึ่งที่น่าพูดถึงจาก 5 เรื่องราวชีวิตของ 5 สาวเทวพรหม ได้แก่ ลออจันทร์, ขวัญฤทัย, ใจพิสุทธิ์, ดุจอัปสร และ พรชีวัน คือปูมหลังของแต่ละคน ที่มุ่งเน้นไปที่ตัวตนความเป็นหญิง ความรู้สึกนึกคิด และมุมมองการใช้ชีวิตของพวกเธอ ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้ ‘แม่’ ของพวกเธอล้วนเป็นส่วนหลักๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจต่างๆ ทั้งในแง่มุมที่ดี และในแง่มุมที่คนดูทีมหน้าจออย่างเรามองแล้วเห็นใจและเอาใจช่วยพวกเธอให้ผ่านพ้นเรื่องราวต่างๆ ไปได้อย่างราบรื่น
เนื่องในเดือนแห่งวันแม่แห่งชาติ เราจึงขอหยิบยกความสัมพันธ์ระหว่างแม่และลูกสาวแห่งบ้านเทวพรหมมาเล่าสู่กันฟัง ถึงความสำคัญของการเลี้ยงดูและการปฏิบัติกับลูกที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีส่วนทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมามีความแข็งแรงทางจิตใจไม่เท่ากัน และมีความกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองไม่เท่ากัน เพราะความอบอุ่นและความเข้าอกเข้าใจพร้อมรับฟังลูกๆ ของครอบครัวนั้นจำเป็นจริงๆ
ลออจันทร์ : ตัวแทนของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ขาดความรักจากครอบครัว และโลกบังคับให้เธอต้องเข้มแข็ง
ลออจันทร์ เป็นเรื่องเปิดจักรวาล ดวงใจเทวพรหม ที่เราอาจพูดได้เลยว่าเธอเป็นนางเอกที่แม้จะดูแข็งแกร่งและยืนได้ด้วยตัวเองโดยไม่ง้อผู้ชายมากที่สุด แต่เธอกลับน่าเห็นใจสุดๆ ด้วยปูมหลังครอบครัวที่ทำให้เธอแสวงหา ‘ครอบครัวที่อบอุ่น’ มาตลอดทั้งชีวิต เพราะเธอแทบจะไม่ได้สัมผัสความอบอุ่นเลย
ลออจันทร์ (จีน่า ญีนา) เป็นลูกสาวของเจ้าวีระวงศ์ และ ออเดรย์ รูว์ฟิเย่ ที่เป็นนักแสดงชาวฝรั่งเศส ซึ่งเนื้อเรื่องของลออจันทร์จะว่าด้วยการตามหาปริศนาชาติกำเนิดที่แท้จริงว่าเธอมาจากไหน แล้วทำไมถึงเป็นหนึ่งในสายเลือดตระกูลเทวพรหม ในเมื่อพ่อและแม่ไม่ได้มีนามสกุลเทวพรหม?
ด้วยความที่ ลออจันทร์ โตมาอย่างโดดเดี่ยว เธอเรียนอยู่ที่ฝรั่งเศส โดยมีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวคือ ซัน นั่นทำให้เธอรักซันในฐานะเพื่อนมากๆ เนื่องจากเธอมองเขาเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาพ่อของลออจันทร์นำเธอไปฝากให้คนสนิทเลี้ยงดู เนื่องจากเป็นลูกที่ไม่ได้เกิดกับภรรยาของตน แต่เป็นลูกที่เกิดกับแม่ของลออจันทร์ ขณะที่ฟากฝั่งแม่ก็ไม่อาจกล้าเปิดตัวว่าตัวเอง ‘เป็นแม่’ เพราะเป็นห่วงชื่อเสียงการเป็นนักแสดงของตน ลออจันทร์จึงเป็นเด็กที่โตมาจากการเลี้ยงดูแบบลับๆ ล่อๆ ของทั้งพ่อและแม่ เพิ่งจะได้มาอยู่กับพ่อจริงๆ ก็ตอนที่ภรรยาของเขาเสียชีวิต และเขาก็เสียชีวิตในเวลาต่อมา ทำให้ลออจันทร์ต้องอยู่คนเดียวอีกครั้ง และตัดสินใจตามหาต้นตระกูลปริศนาอันซับซ้อนของครอบครัว ที่ผูกโยงไปถึงตระกูลเทวพรหม ด้วยตัวของเธอเอง
ลออจันทร์ มักบอกกับ คุณภู หรือ หม่อมหลวงภูธเนศ จุฑาเทพ พระเอกของเรา ว่าเธอโดดเดี่ยว เธอไม่ค่อยสนิทกับคำว่าครอบครัวเท่าไร นั่นเป็นเหตุที่ทำให้เธอตามหาคำว่าครอบครัวต่อไปอย่างมุ่งมั่น ตลอดทางกว่าพระ-นางจะรักกัน เราจึงจะเห็นความมุ่งมั่นของลออจันทร์ ที่แม้เธอจะหลงรักหนุ่มจุฑาเทพคนนี้ไปแล้ว แต่เธอก็พยายามจะตัดเรื่องรักๆ ออกไปจากสมอง เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเธอคือการปลดล็อกความว่างเปล่าในจิตใจ ที่ต้องการตามหา ‘ครอบครัว’ เพื่อทำให้เธอไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกครั้ง
และแม้เธอจะสืบจนรู้ความจริงว่าตัวเองเป็นหนึ่งในเชื้อสายเทวพรหมจากฝั่งพ่อ แต่ปูมหลังอันซับซ้อนนี้ก็ทำให้ คุณตาเทวพันธ์ เทวพรหม ไม่ยอมรับเธอในช่วงแรก ต้องเอาชนะใจอยู่นานกว่าเขาจะยอมรับได้ ซึ่งในแง่หนึ่ง ลออจันทร์ ก็เป็นตัวแทนของผู้หญิงคนหนึ่งที่ขาดความรักจากครอบครัวและโลกบังคับให้เธอต้องเข้มแข็ง แต่ภายในใจของเธอนั้นรู้สึกว่างเปล่า จนต้องตามหาความรักจากครอบครัวอีกครั้ง เธอยังเป็นตัวแทนผู้หญิงที่ไม่ได้มองว่าเรื่องของความรักโรแมนติกเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิต ซึ่งก็เหมือนการฉีกกรอบค่านิยมของผู้หญิงสมัยก่อน ที่สังคมมองว่าผู้หญิงทุกคนควรจะโฟกัสแต่การหาสามี
ขวัญฤทัย : สาวห้าวที่แม่ไม่ยอมให้เป็นสาว จนต้องหันไปพิสูจน์ตัวเองในโลกของผู้ชาย
ขวัญฤทัย เป็นเรื่องที่ 2 จากจักรวาล ดวงใจเทวพรหม ว่าด้วยเรื่องราวความรักของขวัญฤทัย (ญดา นริลญา) กับ พันตรีนายแพทย์ หม่อมหลวงฉัตรเกล้า จุฑาเทพ ที่ต้องฝ่าฟันด่านแม่ยายที่โหดและน่าปวดหัวสุดๆ เพราะแม่ยายหรือแม่ของขวัญดันเป็น “หม่อมหลวงมารตี เทวพรหม คู่หมั้นของคุณชายพุฒิภัทร จุฑาเทพ!” (ประโยคยอดฮิตที่เป็นไวรัลของบทมารตี) ความแค้นของมารตีที่ไม่ได้หมั้นหมายกับคุณชายพุฒิภัทรในภาคแรก จึงตกมาถึงรุ่นลูก ที่กว่าจะรักกันก็ทำเอาคนดูปวดหัวกันสุดๆ ไปเลย
หลังจากที่มารตีอกหักจากคุณชาย เธอหายตัวไปจากบ้านเทวพรหม และย้ายมาสร้างครอบครัวใหม่ที่เชียงรายพร้อมกับลูกในท้อง ซึ่งเป็นลูกของนายพลพินิจ ที่ในภาคที่แล้วเธอได้ตัดสินใจผิดพลาดจนมีลูกโดยไม่ได้ตั้งใจ มารตีแต่งงานใหม่กับกวีที่เชียงชาย กวีจึงเปรียบเสมือนพ่อที่แสนดีของขวัญ ที่แม้ขวัญจะถูกแม่ห้ามให้แต่งตัวสวยๆ หรือทำตัวออกสาว กระทั่งไม่ให้เรียนหนังสือ เพราะอยากจะให้ลูกสาวเป็นไปตามที่ตัวเองต้องการและอยู่ในสายตาตลอด แต่พ่อกวีก็แอบมอบที่ดินให้ขวัญเป็นบ้านอีกหลังไว้ให้เธอเป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ซื้อชุดสวยๆ ให้เธอใส่ในแบบที่ต้องการ จนเมื่อกวีเสียชีวิต ขวัญจึงไม่เหลือที่พึ่งทางใจอีกต่อไป ต้องกัดฟันทำงานงกๆ กับพี่ชาย ตามคำสั่งของแม่ที่มีไลฟ์สไตล์ฟู่ฟ่า แถมยังกีดกันเธอกับหมอฉัตรสุดใจ เพราะเธอเกลียดผู้ชายทุกคนที่เป็นหมอ โดยเฉพาะลูกชายของคนที่เธออกหักมา
ขวัญฤทัย จึงมีภาพลักษณ์เป็นสาวห้าว เธอแทบจะไม่ปล่อยผม เพราะถ้าปล่อยออกมา แม่จะด่าทันทีว่าอ่อยผู้ชาย เธอแต่งตัวแมนๆ ขี่มอเตอร์ไซค์ลุยๆ ปากจัด ไม่เกรงกลัวใคร แต่แท้จริงเธอก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความฝันอยากเป็นพยาบาล และอยากแต่งตัวหวานๆ ปล่อยผมสวยๆ แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อแม่ไม่อยากให้เธอได้โตเป็นสาวอย่างที่ควรจะเป็น ระหว่างการเติบโตเธอจึงต้องหันไปพิสูจน์ตัวเองในโลกของผู้ชายแทน และเธอก็มีความกล้าที่จะทำในสิ่งที่ผู้ชายทำโดยไม่เกรงกลัวอะไร เป็นสายสืบตำรวจจับแก๊งค้ายาเสพติด พร้อมบู๊กับผู้ชาย ซึ่งก็ถือเป็นตัวแทนผู้หญิงที่กำลังบอกว่า ผู้หญิงสามารถทำงานที่เสี่ยงอันตรายได้เหมือนผู้ชายเช่นกัน แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่า ถ้าแม่ไม่ห้ามให้เธอเป็นสาวตั้งแต่ต้น ขวัญฤทัยจะมีเส้นทางชีวิตในแบบอื่นไหม
กว่าขวัญจะได้เป็นตัวเองแบบที่แต่งตัวได้ตามใจชอบก็ปาไปตอนใกล้จบแล้ว ตอนที่มารตีเริ่มจะคิดได้ว่าตัวเองเป็นแม่ที่ทำผิดต่อลูกมากแค่ไหน แต่หากดูมาจนจบ เราจะเห็นพัฒนาการของขวัญอย่างชัดเจนเลยว่า เหตุผลที่ขวัญยอมแม่สุดๆ ซึ่งขัดกับนิสัยของเธอที่ไม่ยอมคนอื่น นั่นเป็นเพราะเธอเหลือ ‘แม่’ แค่คนเดียว ซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวอีกด้วย เธอเลยอาจเหมือนลูกอีกหลายๆ คนที่คิดว่าการยอมอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด หากคิดว่าลูกที่ดีต้องเชื่อฟังแม่ และคิดว่าแม่จะรักตนมากขึ้น จะเห็นได้ว่าทุกครั้งที่มารตีพึงพอใจหลังจากสั่งให้ขวัญไปทำอะไรสักอย่าง ขวัญก็จะรู้สึกดีมากๆ ที่แม่ยอมพูดดีด้วย เพราะสิ่งที่เธออยากได้มากที่สุดคือความรักจากแม่ ไม่ใช่ความร้ายกาจที่แม่กระทำกับเธอมาตลอด แต่เมื่อเธอและพี่ชายเลือกจะดัดนิสัยแม่ในตอนท้าย ด้วยการไม่ทำตามคำสั่งอีกต่อไป ก็จะเห็นได้เลยว่าบางครั้งลูกก็ไม่จำเป็นต้องยอมครอบครัวเสมอไป เพราะชีวิตมันเป็นของเรา และแน่นอนว่าแม่ไม่ได้เสียใจเป็นคนเดียว แต่ลูกก็เสียใจเป็นเช่นกัน
ใจพิสุทธิ์ : ครูสาวสุดอ่อนหวาน ที่ยึดมั่นใน ‘แม่ผู้ให้กำเนิด’ ทั้งยังเป็นห่วงคนอื่นมากกว่าตัวเองเสมอ จนบางครั้งก็ถูกเอาเปรียบ
ใจพิสุทธิ์ เป็นเรื่องที่ 3 จากจักรวาล ดวงใจเทวพรหม ที่เน้นไปที่เรื่องราวการตามหาแม่ของ ‘หนูพุก’ หรือ ใจพิสุทธิ์ (อุ้ม อิษยา) หลังจากที่พ่อบุญธรรมของเธอ กล่าวก่อนเสียชีวิตว่า แม่แท้ๆ ของเธอยังมีชีวิตอยู่ นั่นทำให้หนูพุกตั้งใจที่จะตามหาแม่ให้เจอ ไม่ว่าสุดท้ายแม่จะรักหรือไม่รักเธอก็ตาม
ละครตั้งใจทำให้ ร้อยเอก หม่อมหลวงรณจักร จุฑาเทพ สับสน ว่าคนที่เขารักอาจเป็นลูกของ หม่อมหลวงวิไลรัมภา เทวพรหม ที่หายตัวไปหลายปี แต่ส่งจดหมายที่มีเนื้อความสะเทือนใจมายังย่าอ่อนอยู่บ่อยๆ เพราะแค้นที่ย่าอ่อนไม่ยอมทำตามสัญญาที่จะให้เธอแต่งงานกับ คุณชายรณพีร์ ในภาคก่อน ซึ่งเรื่องราวก็เฉลยในตอนท้ายว่า หนูพุก ไม่ใช่ลูกของวิไลรัมภา แต่เป็นลูกของ กำไล ผู้มีเชื้อสายเทวพรหม ที่มีเหตุผลที่ต้องทิ้งลูกไว้ตั้งแต่เด็ก เพราะแก๊งพ่อค้ายาเสพติดจ้องจะฆ่าเธอและหนูพุก ทำให้เธอไม่มีทางเลือก จึงตัดสินใจฝากลูกไว้ที่พ่อบุญธรรมของหนูพุก และหนีไปซ่อนตัวด้วยการปลอมตัวเพื่อความปลอดภัย แต่เธอก็ยังคอยวนเวียนและดูแลหนูพุกมาตลอด ในฐานะ น้ากำไล เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงที่หนูพุกเคารพรัก
นั่นทำให้เมื่อเฉลยออกมาว่า กำไล เป็นแม่ของหนูพุก หนูพุกจึงรู้สึกดีเสียด้วยซ้ำที่คนคนนี้เป็นแม่ เพราะเธอคอยช่วยเหลือหนูพุกมาตลอด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่ผ่านมาการเติบโตมาโดยไม่มีแม่ ก็เป็นเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หลังจากพ่อเสีย เธอต้องไปอยู่บ้านครูทรงสมร น้องสาวของพ่อบุญธรรมของเธอ ซึ่งลูกชายของครูก็มีท่าทีไม่ต้อนรับหนูพุก ถึงขั้นทำร้ายเธอ หนูพุกจึงมองตัวเองเป็น ‘ภาระ’ เสมอ เธอจึงติดนิสัยยอมคนและนึกถึงใจคนอื่นก่อนเสมอ ไม่ว่าจะการถูกหลอกไปทำร้ายอย่างง่ายๆ โดยใช้ข้ออ้างเรื่องแม่ หรือข้ออ้างเรื่องอะไรก็ตามที่เธอพร้อมจะทำตาม จนเกือบเอาตัวไม่รอดในหลายสถานการณ์ที่อันตราย และครั้งที่เธอคิดว่าแม่ของเธอคือวิไลรัมภา เธอก็คิดจะตัดใจจากพระเอก เพราะรู้ว่าแม่คงจะรับไม่ได้ถ้าจะคบกับลูกชายของคุณชายรณพีร์ เนื่องจากเธอไม่อยากให้แม่เสียใจ รวมทั้งเธอก็ไม่อยากเสียแม่ไป เพราะเพิ่งได้แม่กลับคืนมา
เธอจึงเป็นตัวละครที่น่าเห็นใจ กับการมองว่าตัวเองต้องทำตัวไม่เป็นภาระใครอยู่ตลอดเวลา ซึ่งหลายครั้งคนที่ยอมคนมากๆ ก็มีคนจ้องจะคอยฉวยโอกาสและทำร้ายทางอ้อมได้อย่างน่าเศร้า
ดุจอัปสร : หญิงสาวผู้แบกรับโลกทั้งใบ จากแม่ที่ป่วยเป็นโรคบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง และจมอยู่กับความแค้นในอดีต จนลูกเสี่ยงเป็นซึมเศร้า
ดุจอัปสร เป็นเรื่องที่ 4 จากจักรวาล ดวงใจเทวพรหม ที่สร้างประโยคยอดฮิตที่คนพูดกันทั่วเมืองอย่าง “ดุจอัปสรค่ะ”…“อศิรครับ อศิร จุฑาเทพ”…“จุฑาเทพ…” ซึ่งแจ้งเกิดให้ มิ้นท์ รัญชน์รวี และ กองทัพ พีค กลายเป็นคู่ขวัญที่โดดเด่นมากๆ ในยุคนี้
ชีวิตของฟ้า หรือ ดุจอัปสร นั้นน่าสงสาร เธอเติบโตมากับแม่หรือ วิไลรัมภา ผู้เป็นโรคบุคลิกภาพแบบก้ำกึ่ง จากปมฝังใจในอดีตที่เธอไม่ได้แต่งงานกับคุณชายรณพีร์ ตามสัญญาของเทวพรหม-จุฑาเทพ จนเกิดเป็นความแค้นขึ้นมา เมื่อเธอมีลูกสาวเธอจึงมีคำสั่งชัดเจนให้ฟ้าแก้แค้น โดยการไปทำให้ลูกชายของคุณชายรณพีร์หลงรัก แล้วหักอกให้เจ็บปวด แต่สุดท้ายคนที่เจ็บปวดก็คือฟ้าเอง เพราะเธอดันไปหลงรัก คุณเพชร หรือ พันตรีหม่อมหลวงอศิร จุฑาเทพ ลูกชายของคุณชายธราธร ที่บอกเลยว่าคนนี้แม่ยายไม่ชอบสุดๆ
ฟ้าและคุณเพชรจึงต้องพิสูจน์ความมั่นคงซึ่งกันและกันอย่างหนักจนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ตัวฟ้าเองเป็นลูกที่แบกรับความคาดหวังของแม่ในระดับที่สูงลิบลิ่ว พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่ยังเด็ก เธอจึงอยู่กับแม่ และมีน้องสาวของพ่อคอยดูแลอีกแรง ซึ่งการกดดันให้แก้แค้นของวิไลรัมภาก็ทวีคูณความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ฟ้าต้องรองรับอารมณ์ที่แปรปรวนอย่างหนักของแม่ ทั้งอารมณ์โกรธ เกรี้ยวกราด เสียใจ ร้องไห้ คลุ้มคลั่ง ด่าทอ และใช้ถ้อยคำที่ไม่เห็นใจลูกในหลายๆ ครั้ง จนละครพาไปถึงจุดที่คุณหมอเจ้าของไข้วิไลรัมภา พูดว่าจริงๆ ฟ้าก็น่าเป็นห่วง เพราะเธอก็เสี่ยงจะเป็นซึมเศร้า จากการคอยเป็นที่รองรับอารมณ์แม่อยู่ตลอดเวลา และเธอต้องพยายามเล่นละครเป็นฉากๆ เพื่อแสร้งว่า “ไม่เป็นอะไร” ในหลายสถานการณ์อย่างน่าเจ็บปวด ซึ่งพฤติกรรมแบบนี้ปล่อยไว้นานๆ แน่นอนว่าส่งผลต่อสภาพจิตใจได้อย่างมากเลยทีเดียว
ฟ้า จึงเป็นตัวแทนของลูกหรือคนในครอบครัวอีกหลายคน ที่ดูแลคนในบ้านที่เป็นผู้ป่วย ซึ่งหลายครั้งเมื่อทุ่มเทแรงกายแรงใจมากๆ ก็อาจส่งผลต่อความเครียดและสุขภาพจิตของตัวเอง ดังนั้น นี่ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า คนดูแลผู้ป่วยก็มีจิตใจ เครียดได้ รู้สึกแย่เป็น สุขภาพของเราก็สำคัญไม่น้อย และควรดูแลมันด้วยเช่นกัน
ซึ่งการที่ฟ้าทำตามคำสั่งแม่ทุกอย่าง ก็ทำให้เธอพลาดที่จะทำความรู้จักญาติพี่น้องของเธอ พลาดในการเริ่มต้นความสัมพันธ์กับคนที่เธอรัก พลาดโอกาสที่จะมีความสุขกับตัวเองจริงๆ เพราะต้องมานั่งพะวงความรู้สึกของแม่ นั่นทำให้ชีวิตของคนที่สวยเหมือนนางฟ้าคนนี้ กว่าจะแฮปปี้ก็เล่นเอาหนักหน่วงสุดๆ
พรชีวัน : สาวอารมณ์ดีที่ลึกๆ คิดว่าตัวเองด้อยกว่าคนอื่น เพราะแม่ปลูกฝังให้เจียมเนื้อเจียมตัว ด้วยความเป็นห่วงที่มากไป
และเรื่องปิดจักรวาล เทวพรหม ก็คือพรชีวัน ที่ดำเนินเรื่องหลังจากตามหามารตีและวิไลรัมภาจนเจอ และความแค้นในอดีตก็ได้รับการแก้ไขกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีอีกหนึ่งหนุ่มอย่าง หม่อมหลวงสรุจ จุฑาเทพ หรือ คุณสรุจ ที่ยังไม่มีแฟนกับเขาอยู่คนเดียว ย่าอ่อนจึงยังติดนิสัยจับคู่แบบเดิมๆ สั่งให้ ชีวัน (พีพี ปุญญ์ปรีดี) เป็นกามเทพสื่อรักจับคู่ให้คุณสรุจกับพรชีวา ลูกสาวคนเล็กบ้านเทวพรหมลงเอยกัน ทว่ากามเทพและคุณสรุจดันหลงรักกันเองเสียอย่างนั้น ชีวันจึงต้องก้าวข้ามผ่านความรู้สึก ‘ด้อยกว่า’ คนอื่นครั้งนี้ไปให้ได้
ชีวันเป็นลูกสาวของ หม่อมหลวงกระถิน แห่งตระกูลเทวพรหม ที่คุณตาของชีวันได้ละทิ้งฐานันดรศักดิ์ทุกอย่างมาใช้ชีวิตบ้านๆ และกระถินเองก็เช่นกัน เธอโตมาในชีวิตแบบบ้านๆ โดยไม่ได้คิดอยากจะเป็นคนใหญ่คนโตแต่อย่างใด แต่ในภาคที่แล้วเธอก็ถูกย่าอ่อน (อีกแล้ว) ลากตัวกลับเข้าวัง เพราะจะจับคู่ให้เธอกับคุณชายปวรรุจ ซึ่งสุดท้ายกระถินก็ยังยืนยันที่จะมีชีวิตของเธอด้วยการแต่งงานกับหนุ่มใต้ที่เธอรัก จนมีลูกออกมาเป็นชีวัน
กระถินที่คิดว่าตัวเองมีสิทธิเลือกชีวิตของตัวเอง แต่กลับมีความเป็นห่วงว่า ‘ลูก’ จะเลือกผิด และยังอยากให้ลูกตัดสินใจเลือกแบบตน นั่นก็คือเลือกชีวิตธรรมดาที่ไม่ได้เกี่ยวโยงกับตระกูลจุฑาเทพ เพราะไม่อยากให้ลูกต้องมาแบกความคาดหวังจากสังคม เธอจึงสอนให้ลูกเจียมเนื้อเจียมตัว ชีวันถูกปลูกฝังว่าตนเป็นแค่บ่าวมาตลอด อย่าคิดจะไปเทียบกับคนอื่น
คำพูดหนึ่งที่กระถินพูดกับชีวันคือ “อย่าหลงใหลกับรูปงาม สถานที่งาม จนลืมไปว่าสถานที่นั้นมันใช่ที่ของเราหรือเปล่า คนเรามีที่ทางของตัวเองนะลูก อย่าเอาที่ทางของเราไปเปรียบเทียบกับใคร ต้องรู้จักตัวเองให้ดี ว่าที่ของเราอยู่ที่ตรงไหน” ฟังแบบนี้ก็เป็นข้อคิดเตือนใจลูกที่ดี เพื่อย้อนตั้งคำถามไปยังลูกให้ลูกเลือกฟังเสียงหัวใจตัวเอง เลือกทำในสิ่งที่อยากทำจริงๆ และย้อนถามไปยังชีวันอีกว่า ถ้าให้เป็นภรรยาท่านทูต ชีวันก็ไม่ไหวใช่ไหมล่ะ? แง่หนึ่งเธอก็เป็นแม่ที่คอยให้แง่มุมอีกด้านว่า การจะเป็นสะใภ้จุฑาเทพ มีหน้าที่ต้องรักษาชื่อเสียงราชสกุล ภรรยาท่านทูตเป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ชีวันจะทำได้จริงหรือเปล่า แต่อีกแง่หนึ่งการที่แม่ตั้งการ์ดตั้งแต่แรก โดยที่ไม่อยากให้ชีวันคบกับผู้ชายบ้านนี้ก็เป็นการด่วนสรุปเอาเอง และยังกดดันให้ลูกมองตัวเองไม่เท่ากับคนอื่นไปโดยปริยาย
“ความรัก คือ อิสระ และเป็นตัวของตัวเอง ความรักไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากเกินไป…รักคนที่อยู่สูงกว่ามีแต่จะเหนื่อย แล้วสุดท้ายก็ไปกันไม่รอด” กระถิน เน้นย้ำ
นั่นจึงเป็นหน้าที่ของคุณสรุจด้วย ที่เขาต้องมุ่งมั่นทำให้ชีวันรู้สึกว่าเธอเป็นคนธรรมดาเท่ากับคนอื่นๆ ตามคำมั่นของเขาที่กล่าวว่า “พี่อยากให้เราเท่ากัน”
สุดท้ายทั้งคู่จะฝ่าฟันไปได้ไหม และชีวันจะกลับมาเห็นคุณค่าในตัวเองที่มีไม่ต่างอะไรจากคนอื่นได้อย่างไร ต้องติดตามดูใน พรชีวัน กันนะ
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ตัวตนและชีวิตยากๆ ของ 5 นางเอกแห่ง ‘ดวงใจเทวพรหม’ เหล่าตัวละครที่มี ‘แม่’ เป็นส่วนสำคัญในการใช้ชีวิต ทั้งในทางที่สุขและเศร้า
- 3 โมเมนต์จับใจ จากพิธีเปิดโอลิมปิกปารีส 2024 ที่ใช้ทั้งเมืองเป็นสเตเดียม และแตกแตนจนคนไทยไม่ได้นอน
- ชีวิตของเหล่าตัวละครหญิงใน ‘สืบสันดาน’ ที่ไม่ว่าจะรวยหรือจน ก็อาจถูกกดทับทางเพศ เพียงแต่คนรวยยังมีโอกาสร้องไห้บนเบาะ ขณะที่คนจนต้องทุ่มทั้งชีวิตเพื่อจะรอด
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com