ตลาดมีกี่ประเภท? ทำความรู้จัก ‘ตลาดในระบบเศรษฐกิจ’ ออกสอบบ่อย!
ถ้าพูดถึง ‘ตลาด’ ในมุมมองของน้องๆ หลายคนที่เข้าใจก็คงหมายถึง สถานที่ที่มีคนซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการกัน เช่น ตลาดนัด กันใช่ไหมคะ แต่ตลาดที่คอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ จะพูดถึงในวันนี้ คือ ‘ตลาดในทางเศรษฐศาสตร์’ซึ่งมีอยู่ 4 ประเภทที่ออกสอบบ่อย ได้แก่ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ ตลาดผูกขาด ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด และตลาดผู้ขายน้อยรายแต่ละประเภทต่างกันยังไง มาทำความรู้จักเพื่อใช้เตรียมสอบ A-Level ไปพร้อมกัน ท้ายบทความมีข้อสอบจริงมาให้ทุกคนลองทำ ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลยค่ะ
ตลาดทางในเศรษฐศาสตร์ คืออะไร?
คำว่า ‘ตลาด’ ในทางเศรษฐศาสตร์ หมายถึง การที่ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถติดต่อและตกลงซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการกันได้ โดยผู้ซื้อและผู้ขายจะอยู่คนละมุมโลกก็ได้ไม่จำเป็นต้องมีสถานที่ หน้าร้าน หรือต้องเจอกันแบบตัวต่อตัว โดยองค์ประกอบของตลาดมี 3 ส่วน ได้แก่ผู้ซื้อ (ผู้บริโภค), ผู้ขาย (ผู้ผลิต), สินค้าและบริการ
ดังนั้น พวกแอปพลิเคชัน หรือแพลตฟอร์มต่างๆ ที่มีการซื้อขายสินค้าและบริการ เช่น Shopee Lazada TikTok ก็นับว่าเป็นตลาดทั้งหมด ซึ่งในทางเศรษฐศาสตร์เราจะแบ่งตลาดออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆได้แก่ ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ และตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ ทั้งสองประเภทนี้แตกต่างกันอย่างไร มาดูไปพร้อมๆ กันค่ะ
ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ (Competitive Market)
ตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เป็นตลาดที่มีลักษณะผู้ซื้อและผู้ขายจำนวนมากโดยสินค้าของผู้ผลิตแต่ละรายมีลักษณะเหมือนกันทุกประการไม่ว่าผู้บริโภคจะซื้อของใครก็สามารถใช้แทนกันได้ ทั้งผู้ขายรายใหม่ และผู้ขายรายเก่าสามารถเข้าออกตลาดได้อย่างเสรีโดยไม่มีเงื่อนไขหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ในทางตรงกันข้ามก็สามารถเลิกกิจการเมื่อไหร่ก็ได้เช่นกัน
โดยตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เป็นตลาดที่ราคาสินค้าเกิดขึ้นตามกลไกอุปสงค์และอุปทานไม่มีปัจจัยอื่น ๆ มาผลักดันในเรื่องราคา ที่สำคัญผู้ซื้อและผู้ขายมีความรู้และข้อมูลในการซื้อขายสินค้าเป็นอย่างดีทั้งข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะตลาด รวมถึงราคาและปริมาณของสินค้าและบริการด้วย
ตัวอย่างสินค้าในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เช่น โลหะที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิต ธัญพืช โลหะเงิน สินค้าเกษตร และทองคำ
สมมติน้อง ๆ ต้องการมะม่วงเขียวเสวย ก็สามารถซื้อมะม่วงเขียวเสวยได้ง่าย ๆ เพราะไม่ว่าจะเป็นเจ้าไหนสินค้าก็เหมือนกัน แถมราคาก็ไม่ต่างกันมาก
ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์ (Non-perfect competition Market)
ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์เป็นตลาดที่สินค้าส่วนใหญ่เป็นสินค้าอุตสาหกรรม โดยที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายมีอิทธิพลในการกำหนดราคา หรือปริมาณซื้อสินค้า ขึ้นอยู่กับความไม่สมบูรณ์ของตลาดว่าไม่สมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน โดยแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ ตลาดผูกขาด ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด และตลาดผู้ขายน้อยราย
ตลาดผูกขาด (Monopoly Market)
ตลาดผูกขาด เป็นตลาดที่มีผู้ขายอยู่เพียงรายเดียวไม่มีคู่แข่งในตลาดเลย และไม่มีสินค้าไหนมาทดแทนได้ทำให้ผู้ขายมีอิทธิพลเหนือราคาและปริมาณสินค้าหมายความว่าผู้ขายจะเพิ่มหรือลดราคา และควบคุมจำนวนขายทั้งหมดได้ตามต้องการ
โดยส่วนใหญ่แล้วตลาดผูกขาดจะเป็นการบริหารของรัฐบาล เพื่อกำหนดราคาไม่ให้สูงเกินไป และควบคุมจำนวนการผลิตได้อย่างถูกกฎหมาย ส่วนมากจะเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนมาก ทำให้ธุรกิจขนาดเล็กรายอื่นๆ ไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้
ตัวอย่างสินค้าในตลาดผูกขาดเช่น กิจการสาธารณูปโภค ได้แก่ การรถไฟ ไฟฟ้า น้ำประปา บุหรี่ เป็นต้น
ถ้าน้องๆ สังเกตกันจะเห็นว่าผู้ประกอบการของกิจการเหล่านี้มักจะมีแค่เจ้าเดียวหลักๆ ที่ดูแล ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นการบริหารโดยรัฐบาล อย่างเช่นบุหรี่ที่ขายในบ้านเรา ถึงจะมีหลายแบรนด์ก็จริง แต่ทั้งหมดอยู่ภายใต้การดูแลของ “การยาสูบแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลังนั่นเอง
ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด (Monopolistic Competition Market)
ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด เป็นตลาดที่มีผู้ขายจำนวนมาก และมีสินค้าหลากหลายยี่ห้ออาจมีลักษณะเหมือนหรือแตกต่างกัน แต่สามารถใช้แทนกันได้ทำให้ผู้ขายมีอำนาจในการตั้งราคาเหนือตลาดได้ในระดับที่จำกัด เพราะผู้ซื้อสามารถหนีไปใช้สินค้าอื่นทดแทนได้ เมื่อสินค้าที่มีคุณลักษณะใกล้เคียงกันราคาแพงเกินไป ตลาดรูปแบบนี้ผู้ขายสามารถเข้าและออกตลาดได้อย่างเสรีโดยบริษัทหรือแบรนด์ต่างๆ จะเน้นแข่งขันกันที่การโฆษณา การสร้างแบรนด์ และคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ในทางเศรษฐศาสตร์มองว่าตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดเป็นลักษณะของตลาดที่ใกล้เคียงกับโลกความจริงมากกว่าตลาดแข่งขันสมบูรณ์ เนื่องจากสินค้าในตลาดแข่งขันสมบูรณ์ต้องเหมือนกันทุกประการ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในโลกความเป็นจริง เพราะสุดท้ายสินค้าแบบเดียวกันย่อมมีความแตกต่างกันอยู่ไม่มากก็น้อยเสมอ
ตัวอย่างสินค้าตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาดเช่น เครื่องสำอาง สกินแคร์ สบู่ แชมพู ยาสีฟัน ฯลฯ
จากตัวอย่างสินค้าจะเห็นว่าในตลาดมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ให้เราเลือกซื้อ แต่ผู้ขายของแต่ละแบรนด์มักจะสร้างสินค้าของตัวเองให้มีจุดเด่น และแตกต่างอยู่เสมอ ทั้งโลโก้สินค้า คุณภาพผลิตภัณฑ์ หรือการโฆษณา ซึ่งทำให้ปัจจัยทางด้านราคานั้นแตกต่างไปด้วย เช่น แบรนด์ที่ดังมีชื่อเสียง ราคาสินค้าอาจจะสูงกว่าสินค้าแบรนด์อื่นที่เหมือนกัน
ตลาดผู้ขายน้อยราย (Oligopoly Market)
ตลาดผู้ขายน้อยราย เป็นตลาดที่มีผู้ขายประมาณ 2-3 รายเนื่องจากหากผู้ขายรายใหม่ ต้องการเข้ามาในตลาดนี้จะเจอการกีดกันในการเข้าสู่ตลาด เช่น ต้องใช้เงินลงทุนสูง หรือต้องได้รับใบอนุญาตในการทำธุรกิจ ทำให้ผู้ซื้อไม่มีทางเลือกอื่นโดยลักษณะสินค้าจะเหมือนกันทุกประการ หรือต่างกันเล็กน้อยแต่สามารถใช้แทนกันได้ และผู้ขายค่อนข้างมีอำนาจในการกำหนดราคาสินค้าและบริการ โดยทั่วไปราคาสินค้ามักจะมีระดับราคาที่ใกล้เคียงกันซึ่งไม่ได้เป็นเพราะผู้ขายไม่มีอำนาจเหนือตลาด แต่เป็นเพราะการดำเนินกลยุทธ์ด้านราคาของผู้เล่นในตลาดจะส่งผลกระทบซึ่งกันและกัน
นั่นหมายความว่า ถ้าบริษัท A ลดราคา สินค้าของคู่แข่งเจ้าอื่นๆ ก็จะลดราคาลงด้วย เพื่อรักษาระดับการขายไว้ในบางครั้งอาจมีการร่วมมือกันระหว่างบริษัท เพื่อกำหนดราคาและเพิ่มผลกำไรให้สูงสุดให้แก่บริษัทตัวเองด้วย
ตัวอย่างสินค้าในตลาดผู้ขายน้อยรายเช่น น้ำมันดิบ เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ รถยนต์ โรงภาพยนตร์ และซุปเปอร์มาร์เก็ต
อย่างในประเทศไทย ธุรกิจที่มีลักษณะเป็นตลาดผู้ขายน้อยรายที่ชัดเจนอย่างมาก คือ โรงภาพยนตร์ ที่ปัจจุบันมี Major และ SF ที่เป็นผู้แข่งขันรายใหญ่ โดยที่ราคาของทั้งคู่ก็ใกล้เคียงกัน
ความแตกต่างของตลาด 4 ประเภท ออกสอบบ่อย
จากเนื้อหาด้านบนจะเห็นได้ว่าตลาดในระบบเศรษฐกิจที่สำคัญนั้นมีอยู่ 4 ประเภทด้วยกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ข้อสอบมักจะนำมาออกสอบบ่อย เพื่อให้น้องๆ เห็นภาพชัดมากขึ้นว่าตลาดทั้ง 4 ประเภทต่างกันยังไง พี่แป้งสรุปเป็นตารางเปรียบเทียบมาให้แล้วค่ะ
มาทดสอบความรู้กัน!
ทำความเข้าใจเรื่องระบบตลาดในทางเศรษฐศาสตร์กันไปแล้ว ถึงเวลามาทดสอบความรู้กันแล้วค่ะ สำหรับข้อสอบที่นำมาให้น้องๆ ฝึกทำโจทย์ เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจกันในวันนี้มี 2 ข้อด้วยกัน เป็นข้อสอบ 9 วิชาสามัญ วิชาสังคมศึกษา จากโครงการ Dek-D’s Pre Admission รอบธันวาคม 2563 และข้อสอบ A-Level วิชาสังคมศึกษา ปี 2566 ถ้าพร้อมแล้วเริ่มทำได้เลย!
1. พิจารณาคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้(9 วิชาสามัญ โครงการ Dek-D’s Pre Admission รอบธันวาคม 2563)
ก.ผู้ซื้อเป็นจำนวนมาก
ข.ผู้ผลิตรายใหม่สามารถเข้าสู่ตลาดได้ง่าย
ค.สินค้าราคาเหมือนกันทุกประการ
ง.ผู้บริโภคมีความรอบรู้เกี่ยวกับตลาดเป็นที่เปิดเผยทั่วไป
จากคุณสมบัติดังกล่าว เป็นไปตามลักษณะสำคัญของตลาดแบบใด
1) ตลาดแข่งขันสมบูรณ์
2) ตลาดกึ่งแข่งขันกึ่งผูกขาด
3) ตลาดผู้ขายน้อยราย
4) ตลาดผูกขาด
5) ตลาดแข่งขันไม่สมบูรณ์
__-
2. สินค้า A เป็นสินค้าที่มีราคาเท่ากันหรือใกล้เคียง หากว่าผู้ขายรายใดรายหนึ่งเปลี่ยนแปลงราคา หรือนโยบายการขายแล้วจะส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตรายอื่น สินค้า A คือข้อใด (A-Level วิชาสังคมศึกษา ปี 2566)
1) ข้าว และ ยางพารา
2) ซิมโทรศัพท์ และ สบู่
3) รถยนต์สันดาป และ น้ำมันดีเซล
4) รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และไฟฟ้า
5) น้ำมันพืช และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
น้องๆ ชาว Dek-D คิดว่าข้อไหนถูกต้อง ถ้ารู้แล้วว่าก็คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!
สำหรับคอลัมน์ ‘รู้ไว้เผื่อออกสอบ’ วิชาสังคมศึกษาฯ บทความต่อไปจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอะไร ฝากติดตามกันด้วยนะคะ หรือถ้าน้องๆ มีเรื่องราวน่าสนใจเรื่องไหน ที่อยากให้นำมาเล่า หรือแจกทริคการจำ ก็สามารถคอมเมนต์เอาไว้ด้านล่างได้เลย!