โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“รมต.จักรพงษ์” สั่งรุกแก้ท่วม – แล้ง – น้ำเสีย เร่งรัดโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ. สาขาพังงา – ภูเก็ต ให้ทันปี 70

77kaoded

เผยแพร่ 08 ส.ค. 2567 เวลา 09.13 น. • 77 ข่าวเด็ด

ภูเก็ต รมต.จักรพงษ์ ลงพื้นที่เยือน จ.ภูเก็ต ติดตามสถานการณ์น้ำและแผนงานโครงการด้านน้ำ สั่ง สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุกแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำเสีย ยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัว พร้อมเร่งรัดโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ. สาขาพังงา – ภูเก็ต ให้เสร็จภายในปี 70

วันนี้ (8 ส.ค. 67) นายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยเป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและแผนงานโครงการด้านทรัพยากรน้ำในพื้นที่ โดยมี ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมชลประทาน (ชป.)
การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เป็นต้น เข้าร่วม ณ ห้องประชุมโครงการชลประทานภูเก็ต โดยได้รับฟังรายงานในประเด็นสำคัญด้านน้ำ ได้แก่ แผนพัฒนาการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ความก้าวหน้าโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยาย กปภ. สาขาพังงา – ภูเก็ต รวมถึงสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือประชาชนในเหตุการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมา จากนั้นได้ลงพื้นที่ติดตามการบริหารจัดการน้ำเขื่อนบางวาด อำเภอกะทู้ จังหวัดภูเก็ต

นายจักรพงษ์ ได้กล่าวมอบนโยบายด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย โดยรัฐบาลได้เน้นย้ำให้หน่วยงานด้านน้ำมุ่งเน้นการทำงานเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหาเชิงรุก ในการลดการเกิดภัยหรือบรรเทาเหตุการณ์อุทกภัยและภัยแล้ง รวมถึงปัญหาด้านคุณภาพน้ำ ที่จะส่งผลกระทบต่อประชาชนให้ได้มากที่สุด เพื่อช่วยยกระดับความเป็นอยู่และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ขยายตัวมากยิ่งขึ้น โดยได้มอบหมายให้ ชป. บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ของจังหวัดภูเก็ตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอและเกิดความสมดุลตลอดทั้งปี

และให้ กปภ. เร่งรัดโครงการก่อสร้างปรับปรุง ขยาย กปภ. สาขาพังงา – ภูเก็ต ซึ่งเป็นโครงการสำคัญที่มีเป้าหมายในก่อสร้างระบบผลิตน้ำขนาด 120,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ให้บริการผู้ใช้น้ำเพิ่ม 35,000 ราย มีพื้นที่เป้าหมาย ได้แก่ อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา อำเภอถลาง อำเภอกะทู้ และ อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ให้เป็นไปตามแผนที่กำหนดในระยะเวลาดำเนินงาน 4 ปี (ปี 67 – 70) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำอุปโภค-บริโภคให้เกิดขึ้นกับประชาชนตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ได้ตามเป้าหมาย พร้อมกันนี้ ให้ ปภ. ดำเนินการเตรียมความพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือ เพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดภัย และหาแนวทางการป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ให้ สทนช. ติดตามความก้าวหน้าตาม 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 67 ของภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก เพื่อบูรณาการการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นได้ทันท่วงทีและวางแผนการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อรองรับความต้องการใช้น้ำและการเติบโตของจังหวัดภูเก็ต

ด้านเลขาธิการ สทนช. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภค - บริโภคนับเป็นปัญหาหลักด้านน้ำในจังหวัดภูเก็ต เนื่องจากแหล่งน้ำดิบเพื่อผลิตน้ำประปายังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาของชุมชนเมือง ประกอบกับโครงข่ายระบบท่อส่งน้ำประปาที่ยังไม่ครอบคลุมพื้นที่และมีระบบส่งน้ำประปาชำรุด นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตยังประสบปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเกิดจากคลองระบายน้ำมีศักยภาพในการระบายน้ำไม่เพียงพอ ตลอดจนปัจจัยจากสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น สะพาน ท่อลอดถนน ที่มีขนาดไม่เหมาะสมต่อการระบายน้ำ รวมทั้งน้ำทะเลหนุนบริเวณริมชายฝั่ง โดยส่วนใหญ่จะพบปัญหาน้ำท่วมบริเวณพื้นที่อำเภอถลาง อำเภอกะทู้ อำเภอเมืองภูเก็ต และอีกปัญหาสำคัญคือเรื่องน้ำเสียส่วนใหญ่ที่เกิดจากแหล่งชุมชนและสถานบริการ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้ประชาชนจังหวัดภูเก็ตอย่างยั่งยืน สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการจัดทำแผนงานโครงการตามแผนหลักการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ทั้งในระยะสั้น (ปี 66 - 70) ระยะกลาง (ปี 71 - 75) และระยะยาว (ปี 76 - 80) รวม 461 โครงการ หากดำเนินการแล้วเสร็จตามแผน จะสามารถช่วยเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนได้กว่า 77 ล้าน ลบ.ม. ลดพื้นที่น้ำท่วมรวม 18,789 ไร่ บำบัดน้ำเสียได้เพิ่มขึ้นกว่า 22 ล้าน ลบ.ม. ต่อปี

“จากแผนหลักฯ ดังกล่าว สทนช. ได้จัดลำดับความสำคัญของแผนงานโครงการที่สามารถเร่งรัดดำเนินการได้ภายในระยะเวลา 3 ปี โดยจัดทำเป็นแผน 3 ปี ด้านทรัพยากรน้ำ และโครงการสำคัญในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต รวมจำนวน 142 โครงการ ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จจะมีพื้นที่รับประโยชน์ 3,241 ไร่ ครัวเรือนรับประโยชน์ 86,941 ครัวเรือน พื้นที่ที่ได้รับการป้องกัน 2,450 ไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 9.81 ล้าน ลบ.ม. โดยทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการที่ได้รับอย่างเคร่งครัดเพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้แก่จังหวัดภูเก็ตต่อไป” ดร.สุรสีห์ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...