โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

'15 ปีชุมชนจินตกรรมพากย์ไทย' (1)

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 28 ส.ค. 2567 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 28 ส.ค. 2567 เวลา 02.21 น.

การเมืองวัฒนธรรม | เกษียร เตชะพีระ

’15 ปีชุมชนจินตกรรมพากย์ไทย’ (1)

ศาสตราจารย์เบเนดิกต์ แอนเดอร์สัน (1936-2015) ผู้เชี่ยวชาญการเมืองเปรียบเทียบภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ โดยเฉพาะอินโดนีเซีย ไทยและฟิลิปปินส์ แห่งคณะการปกครอง มหาวิทยาลัยคอร์แนล ได้ฟันธงสรุปไว้ตรึงใจในงานชิ้นเอกของท่านเรื่อง Imagined Communities : Reflections on the Origin and Spread of Nationalism (หรือ IC พากย์อังกฤษพิมพ์ครั้งแรกปี 1983 พากย์ไทยพิมพ์ครั้งแรกปี 2009) ว่า :

ชาติ = ชุมชนในจินตนากรรม (ผมขออนุญาตใช้คำนี้แทน “จินตกรรม” เพราะถูกอัธยาศัยกว่า)

นัยสำคัญทางการเมืองและประวัติศาสตร์ของงานชิ้นนี้อยู่ตรงด้วยการรื้อคิดว่า “ชาติ” คือชุมชนในจินตนากรรมอันเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางวัฒนธรรม ครูเบ็น แอนเดอร์สัน ได้ :

– ทำให้เป็นไปได้ที่จะแยกชาติ/รัฐออกจากกันในทางความคิด-จินตนากรรม-การเมือง ชาติไม่ถูกกำกับจำกัดผูกขาดโดยรัฐถ่ายเดียวอีกต่อไป

– ทำให้เป็นไปได้ที่จะคิดถึงชาติกับประวัติศาสตร์ชาติเป็นพหูพจน์ มีได้หลายเวอร์ชั่น แทนที่จะเป็นเอกพจน์หนึ่งเดียวตลอดไป

บนฐานความเข้าใจข้างต้นนี้ ผมใคร่สำรวจเค้าโครงเบื้องต้นอย่างรวบรัดว่า เกิดอะไรขึ้นบ้างกับรัฐ/ชาติในการเมืองโลกและการเมืองไทยรอบ 15 ปีที่ผ่านมา?

หลัง IC ของครูเบ็นออกมา 24 ปีและก่อนชุมชนจินตกรรมตีพิมพ์ 2 ปี จูดิธ บัตเลอร์ นักปรัชญาและเพศสภาพศึกษาหญิงชาวอเมริกัน & กยาทรี สปิวัค นักทฤษฎีวรรณกรรมหลังอาณานิคมชาวอินเดีย ได้ตีพิมพ์บทสนทนาของทั้งคู่เรื่อง Who Sings the Nation-State? Language, Politics, Belonging (2007) ซึ่งตั้งข้อสังเกตพอสรุปได้ว่าชาติกับรัฐ (nation-state) เอาเข้าจริงมีแนวโน้มแยกยติภังค์กันได้ (nation/state : The nation-states can become dehyphenated.) ทั้งนี้เพราะ :

– ชาติเป็นสิ่งสร้างทางวัฒนธรรม-อุดมการณ์ (cultural-ideological construct) ขณะที่…

– รัฐเป็นสิ่งประดิษฐ์ทางกฎหมาย-การบริหาร (legal-administrative artifice)

– รัฐกับชาติจึงมีเนื้อหานัยตรรกะแตกต่างกัน ไม่แน่ว่าจะเป็นหนึ่งเดียวเสมอไป เลื่อนหลุดจากกันได้ มีหลากรัฐหลายชาติได้ แต่ถูกผูกล่ามกันไว้ด้วยยติภังค์ (hyphen)

– กลุ่มชนผู้ถูกกดทับทั้งหลายซึ่งแปลกแยกจากชาติ (หรือพูดแบบไทยๆ ได้ว่า “ถูกหาว่าไม่ไทย”) แต่อยู่ใต้การปกครองของรัฐ (คนในบังคับรัฐไม่ค่อยได้การยอมรับว่าเป็นพลเมืองร่วมชาติไทย) จึงเหมือนห้อยต่อง แต่งอยู่ตรงยติภังค์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชนผู้ถูกกดทับทางชาติพันธุ์ ชนชั้น เพศสภาพ ศาสนา การศึกษา อายุ พิการทุพพลภาพ ความคิดการเมือง

– ในสภาพที่นับวัน องค์ประกอบของ [รัฐชาติ] แยกห่างจากกันมากขึ้น [<-รัฐ/ชาติ->]

คำถามคือทำไม? อะไรเป็นเงื่อนไขเหตุปัจจัยที่ผลักรัฐ/ชาติให้ออกห่างจากกันมากขึ้นในการเมืองโลกในช่วงชีวิตของหนังสือ IC?

หากจับช่วงปรากฏการณ์เศรษฐกิจโลกที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่ (neoliberal globalization https://www.britannica.com/money/neoliberal-globalization) จากปลายทศวรรษที่ 1980 มาจนถึงปลายทศวรรษที่ 2010 แดนี รอดริก ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์การเมืองระหว่างประเทศชาวตุรกีแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐ ได้เสนอแนวคิด “หนทางการเมืองสามแพร่งของเศรษฐกิจโลก” (the political trilemma of the world economy) ไว้ในหนังสือ The Globalization Paradox : Democracy and the Future of the World Economy (2011) บทที่ 9 เพื่อล้อแนวคิด “สามเป็นไปไม่ได้” (the Impossible Trinity) ทางเศรษฐศาสตร์ในการกำหนดนโยบายการเงินของประเทศทั้งหลาย (ดู https://www.finnomena.com/editor/impossible-trinity/) :

สภาพความเป็นจริงของระบบเศรษฐกิจโลกยุคโลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่ภายใต้การกดดันกำกับขององค์กรโลกบาลทางเศรษฐกิจทั้งหลาย เช่น IMF, World Bank, WTO, etc. และศูนย์อำนาจเศรษฐกิจการเงินโลกในประเทศทุนนิยมก้าวหน้า เช่น สหรัฐ, สหราชอาณาจักร ฯลฯ ทำให้เป็นไปไม่ได้ที่ประเทศต่างๆ ซึ่งเข้าร่วมในระบบเศรษฐกิจดังกล่าวจะมีคุณสมบัติทางการเมือง 3 อย่างพร้อมกันเพราะมันจะขัดแย้งปีนเกลียวกันเอง ได้แก่ :

1. ไฮเปอร์โลกาภิวัตน์ : ในความหมายดำเนินนโยบายเปิดประเทศเข้าร่วมเศรษฐกิจโลกอย่างสุดลิ่มทิ่มประตูไม่จำกัดหวงห้ามใดๆ ทั้งสิ้น

2. อธิปไตยแห่งชาติ : ในความหมายคงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยแห่งรัฐชาติตัวเองโดยเฉพาะในแง่นโยบายเศรษฐกิจการเงินการคลังการค้าการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น

3. การเมืองประชาธิปไตย : ในความหมายมีระบบการเมืองที่เปิดรับและดำเนินการตามมติเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งของประชาชนพลเมือง

ประเทศเหล่านี้ (รวมทั้งไทย) มีทางเลือกแค่ธำรงรักษาคุณสมบัติ 2 ใน 3 ประการเอาไว้เท่านั้น กล่าวคือ (ดูภาพประกอบ 1) :

– เลือก [อธิปไตยแห่งชาติ+การเมืองประชาธิปไตย] = เป็นไปตามแนวทางข้อตกลงประนีประนอม เบรตตัน วูดส์ หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งไม่เอาไฮเปอร์โลกาภิวัตน์ ยอมเปิดเสรีทางการค้า แต่ไม่เปิดเสรีทางการเงิน คงไว้ซึ่งอำนาจอธิปไตยอิสระของรัฐในการกำหนดนโยบายแห่งชาติตามมติเสียงข้างมากของประชาชนพลเมือง

– เลือก [ไฮเปอร์โลกาภิวัตน์+การเมืองประชาธิปไตย] = จะต้องมีธรรมาภิบาลระดับโลกซึ่งสะท้อนมติเสียงข้างมากแบบประชาธิปไตยของชาวโลกในอันที่จะดำเนินแนวทางไฮเปอร์โลกาภิวัตน์ โดยยอมสละอำนาจอธิปไตยแห่งชาติของแต่ละประเทศลงไปไม่ขัดขวาง

– เลือก [ไฮเปอร์โลกาภิวัตน์+อธิปไตยแห่งชาติ] = แต่ละประเทศคงอำนาจอธิปไตยแห่งชาติของตัวไว้โดยต่างก็ดำเนินแนวนโยบายไฮเปอร์โลกาภิวัตน์ มินำพามติเสียงข้างมากของประชาชนพลเมืองในประเทศตน ผู้อาจเสียประโยชน์โภชผลที่เคยมีเคยได้มาปรารมภ์ว่าควรจะโลกาภิวัตน์มากน้อยแค่ไหน พอแล้วหรือจะชะลอหยุดเมื่อใด

จะเห็นได้ว่าประเทศส่วนใหญ่อย่างท่วมท้นของโลกเลือกแนวทางที่สามท้ายสุด [ไฮเปอร์โลกาภิวัตน์+อธิปไตยแห่งชาติ] ในการเข้าร่วมเศรษฐกิจโลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่ของโลก ด้วยเงื่อนไขต่างๆ กันไป บ้างก็โดยสมัครใจ (ไทยก่อนวิกฤตต้มยำกุ้งปี 1997, จีนหลังเข้าร่วม WTO ปี 2001) บ้างก็ถูกบังคับกะเกณฑ์ (ไทยหลังวิกฤตต้มยำกุ้ง) และบ้างก็กั๊กไว้บางเรื่อง ไม่เปิดเสรีโลกาภิวัตน์หมดเนื้อหมดตัว เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (เช่น จีนยังคงควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายระหว่างประเทศอยู่ เงินหยวนยังแลกเปลี่ยนไม่ได้โดยเสรี)

การใช้อำนาจอธิปไตยแห่งชาติดำเนินแนวนโยบายไฮเปอร์โลกาภิวัตน์โดยไม่ขึ้นต่อมติเสียงข้างมากแบบประชาธิปไตยของผู้คนพลเมืองในประเทศ ทำให้รอบสามสิบกว่าปีที่ผ่านมาในหลายต่อหลายประเทศผู้คนกลุ่มก้อนใหญ่ขึ้นทุกทีต้องสูญเสียสิทธิประโยชน์ที่ตนเคยมีเคยได้ไป ตกที่นั่งลำบากในกระบวนการโลกาภิวัตน์ทางเศรษฐกิจ ถูกทอดทิ้งไว้เบื้องหลัง กลายเป็นผู้แพ้ในประวัติศาสตร์ไฮเปอร์โลกาภิวัตน์อย่างหวานอมขมกลืน

(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ’15 ปีชุมชนจินตกรรมพากย์ไทย’ (1)

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...