โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Aya Nakamura ศิลปินหญิงที่คนฝรั่งเศสขวาจัดไม่ยอมรับ เพียงเพราะสายเลือดของเธอคือมาลี

Mirror Thailand

อัพเดต 09 ก.ย 2567 เวลา 05.57 น. • เผยแพร่ 09 ก.ย 2567 เวลา 05.57 น.
ภาพไฮไลต์

อายะ นากามูระ (Aya Nakamura) ทำการแสดงต่อหน้าสายตาชาวโลกอย่างสมศักดิ์ศรีในพิธีเปิดการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิกปี 2024 ที่ปารีส เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเธอเป็นหนึ่งในศิลปินที่รับหน้าที่เป็นธงหลักในการแสดงของค่ำคืนนั้น และแม้จะมีสเตจเนมที่ฟังดูคล้ายญี่ปุ่น แต่เธอคือนักร้องสาวชาวฝรั่งเศสเชื้อสายมาลี เจ้าของบทเพลงดังที่เราอาจเคยได้ยินผ่านหูแต่ไม่รู้ว่ามาจากเธออย่าง Copines, Nirvana และ La Dot

นากามูระเป็นหนึ่งในศิลปินเพลงป๊อปจากฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคนหนึ่ง ประเมินกันว่ายอดรวมสตรีมมิงของเธออยู่ที่ราวๆ 7 พันล้านครั้ง ทั้งยังถูกมองว่าเป็นศิลปินที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดของฝรั่งเศสต่อจาก เอดิต ปียัฟ (Édith Piaf) นักร้องชาวฝรั่งเศสในตำนาน อย่างไรก็ดี ไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ หลังจากที่มีข่าวลือว่านากามูระจะได้รับเลือกให้เป็นศิลปินที่ขึ้นแสดงในงานพิธีเปิดโอลิมปิก ก็มีกลุ่มผู้ประท้วงขวาจัดอย่าง Les Identitaires ซึ่งเป็นกลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องชาตินิยมในฝรั่งเศส ออกมาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยต่อการตัดสินใจครั้งนี้ พร้อมชูป้าย "ไม่มีทางเลย ที่นี่ปารีสนะ ไม่ใช่ตลาดบามาโก (เมืองหลวงของประเทศมาลี)"

อายะ นากามูระ หรือชื่อจริงๆ คือ อะนะ ดาโนยโก (Aya Danioko) เกิดที่บามาโก ประเทศมาลีในแอฟริกาใต้ และอพยพตามครอบครัวมาฝรั่งเศสตั้งแต่เธอยังเด็ก โดยเธอเพิ่งได้รับสัญชาติฝรั่งเศสเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2021 ที่ผ่านมา แต่ชัดเจนว่าหลายคนก็ยังไม่ยอมรับเสียทีว่าเธอคือคนฝรั่งเศส

เธอเริ่มอาชีพนักร้องตั้งแต่ปี 2014 ด้วยการปล่อยซิงเกิลของตัวเองลงเฟซบุ๊ก ก่อนจะติดลมบนจนมีค่ายเพลงเล็กใหญ่ในฝรั่งเศสเข้ามาติดต่อด้วยจำนานมาก และเธอเลือกเป็นศิลปินภายใต้นามแฝงที่เธอหยิบมาจาก ฮิโระ นากามูระ (Hiro Nakamura) ตัวละครสัญชาติญี่ปุ่นจากซีรีส์ Heroes (2006-2010) ที่เธอชื่นชอบมาตั้งแต่เด็ก

นากามูระเริ่มเป็นที่รู้จักในวงกว้างก็เมื่อเธอปล่อยซิงเกิล Djadja (2018) ที่ฮิตถล่มทลายข้ามพรมแดนไปยังเนเธอร์แลนด์ ด้วยการติดท็อปชาร์ตในระดับที่ไม่เคยมีศิลปินชาวฝรั่งเศสคนไหนทำได้นับตั้งแต่ปียัฟเคยทำไว้กับบทเพลง Non, je ne regrette rien ตั้งแต่ปี 1961 ตัวเพลงถูกพูดถึงหนาหูในแง่ที่ว่ามันเป็นเสมือนบทเพลงตบหน้าเหล่าผู้ชายใจไม่ซื่อ โดยมันพูดถึงผู้ชายที่เข้าหาอีกฝ่ายด้วยท่าทีนุ่มนวล จริงใจ หากแต่ลึกลงไปกว่านั้นแล้วหวังผลประโยชน์บนเตียงล้วนๆ และเมื่อถูกปฏิเสธ ผู้ชายเหล่านี้ก็พร้อมลอบกัดแบบไม่เลือกวิธี เช่น ท่อนที่ว่า "ไม่มีทางเลย Djadja / ฉันไม่ใช่อีตัวของแกนะ Djadja/ แหม พูดจาอย่างกับว่าแกเคยนอนกับฉันแล้วอย่างนั้นแหละ Djadja"

นากามูระบอกที่มาที่ไปของเพลงสั้นๆ ว่า "เพลงมันว่าด้วยผู้ชายที่ปล่อยข่าวลือแย่ๆ เกี่ยวกับผู้หญิงที่ไม่ยอมให้พวกเขาหลับนอนด้วยค่ะ มันคือเรื่องที่ฉันเจอมาเองนี่แหละ" เธอบอก "คำว่า Djadja มันไม่มีความหมายอะไรหรอก ฉันหยิบเอาคำมั่วๆ มาใช้ได้เสมอแหละ แต่ฉันใช้คำนี้เพื่อสื่อถึงผู้ชายที่ฉันเคยชื่นชมและทำฉันผิดหวังในตัวเขาสุดๆ โชคร้ายจริงๆ ที่คนมักจะเชื่อเรื่องราวที่พวกผู้ชายเป็นคนเหล่ามากกว่า"

"สมัยฉันยังไม่เริ่มอาชีพนักร้องจริงจัง คนในอุตสาหกรรมนี้พากันถกว่าฉันจะดึงดูดกลุ่มคนฟังกลุ่มไหน เรื่องนี้น่าตกใจเอามากๆ ฉันช็อกและอึ้งไปพักหนึ่งเลยล่ะตอนที่รู้ และนี่แหละที่ทำให้ฉันตระหนักได้ว่าการจะเติบโตในอุตสาหกรรมนี้สำหรับผู้หญิงผิวดำอย่างฉันมันยากเอามากๆ แต่นี่ก็ทำให้ฉันมุ่งมุ่นกว่าเดิมด้วย ฉันข้ามผ่านอุปสรรคทั้งหลายและรายล้อมตัวเองด้วยคนที่ใช่ คนที่ฉันวางใจ จนประสบความสำเร็จในที่สุด"

นากามูระยังประสบความสำเร็จต่อเนื่อง ไม่นานหลังจากนั้น เธอปล่อยซิงเกิล Copines ที่ทำสถิติถล่มทุกชาร์ตในบ้านเกิดตัวเอง (ตอนหลังยังกลายเป็นเพลงฮิตใน TikTok อีกด้วย) ในปี 2019 เธอคือศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศสที่มียอดผู้เข้าชมทางยูทูบสูงที่สุด และในปีเดียวกันนั้น เธอยังเป็นศิลปินหญิงชาวฝรั่งเศสที่มียอดสตรีมมิ่งสูงที่สุดของสปอติฟายอีกด้วย

นิตยสาร The New York Times เขียนถึงนากามูระว่าเธอเป็น "หนึ่งในคนสำคัญของยุโรป ทั้งในแง่ดนตรีและสังคม" นั่นเป็นเพราะตัวตนของเธอที่เป็นผู้อพยพซึ่งประสบความสำเร็จในอุตสาหกรรมดนตรีของฝรั่งเศส นักการเมืองฝั่งขวาจัดระบุว่าเพลงของนากามูระ ที่แม้จะขับร้องเป็นภาษาฝรั่งเศส ก็ฟังดูเป็น "ภาษาต่างประเทศ" สำหรับพวกเขา รวมทั้งเนื้อเพลงที่มีบางท่อนที่ฟังดู 'สองแง่สองง่าม' ก็ถูกหยิบมาใช้โจมตีนากามูระอยู่เนืองๆ ซึ่งเธอออกมาตอบโต้เพียงแค่ว่า "ยังมีแร็ปเปอร์ชายอีกตั้งมากที่เขียนเนื้อเพลงแรงกว่านี้อีก" ขณะที่นักภาษาศาสตร์อีกหลายคนเห็นแย้งว่า เนื้อเพลงของนากามูระที่เธอเขียนเองนั้นมีความเป็นบทกวี ทั้งยังมีส่วนช่วยรักษาภาษาให้ยืนระยะต่อไปด้วย

"ฉันเติบโตขึ้นมาท่ามกลางคนอารบิก, แอฟริกันและฝรั่งเศส นี่แหละคือดนตรีของฉัน และนี่แหละที่ทำให้ดนตรีเป็นสิ่งที่ทรงพลังเหลือเกิน" เธอบอก "เราเป็นคนรุ่นที่เต็มไปด้วยการผสมผสาน และเมื่อเราไม่กลัวที่จะต้องหลอมรวมเข้าหากัน ความทรงพลังก็จะเกิดขึ้นได้เอง"

กลับมาที่ข้อพิพาทและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่นากามูระได้รับหลังประกาศว่าเธอจะเป็นผู้ขึ้นแสดงในพิธีเปิดโอลิมปิกที่ปารีส เธอตอบโต้เสียงจากผู้ประท้วงฝั่งขวาจัดแค่ว่า "คุณจะเป็นพวกเหยียดเชื้อชาติก็ได้นะ แต่คุณก็ไม่ได้หูหนวกนี่ ตอนนี้ฉันคือคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของประเทศแล้ว แต่ถามว่าฉันติดค้างอะไรคุณเหรอ ไม่มีนี่นา"

ทั้งนี้ พิธีเปิดโอลิมปิกผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นอย่างที่ทุกคนได้เห็นกันไปแล้ว และการขึ้นแสดงของนากามูระก็เป็นอีกหนึ่งในไฮไลต์เด่นที่ถูกพูดถึงในวงกว้าง ความหลากหลายของตัวตนเธอและเนื้อเพลงของเธอยิ่งขับเน้นให้เห็นถึง 'ความหลากหลาย' ที่เป็นอีกหนึ่งในกลางของความเป็นฝรั่งเศส อย่างที่ว่าไม่ใช่ใครทุกคนจะทำได้

อ้างอิง

https://www.dazeddigital.com/music/article/43018/1/get-to-know-aya-nakamura-whose-song-djadja-puts-fuckbois-on-blast

https://www.scmp.com/lifestyle/arts-culture/article/3272904/aya-nakamura-and-her-song-using-parisian-back-slang-symbolised-todays-france-olympics

https://www.vogue.fr/fashion-culture/article/aya-nakamura-exclusive-interview

https://www.france24.com/en/culture/20240315-racist-attacks-aya-nakamura-france-paris-olympics-opening-ceremony-edith-piaf-djadja

https://www.irishtimes.com/sport/2024/03/28/aya-nakamura-the-french-malian-singer-caught-in-an-olympic-storm/

https://www.theguardian.com/music/2019/jan/23/aya-nakamura-interview-french-afropop-reluctant-face-of-empowerment

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...