โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แชร์ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น!

ZipEvent

อัพเดต 18 ก.ย 2567 เวลา 08.39 น. • เผยแพร่ 17 ก.ย 2567 เวลา 04.20 น. • Mananchaya Warasup

ในปัจจุบัน ‘ภาษาอังกฤษ’ ได้กลายมาเป็นภาษาที่สองที่เข้ามามีบทบาทและมีความจำเป็นต่อการใช้ชีวิตของเรามากๆ ไม่ว่าจะทางด้านหน้าที่การงาน การเรียน หรือชีวิตประจำวัน เพราะเป็นภาษาสากลที่ใช้สำหรับการติดต่อสื่อสาร เราจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ภาษาอังกฤษและมีทักษะการพูดที่ดี เพื่อที่จะต่อยอดความรู้ เพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ ตลอดจนก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แน่นอนว่าการเริ่มต้นอาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะบางทีเราก็ไม่ได้มีพื้นฐานมาก่อน ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มฝึกยังไง เริ่มพูดยังไงดี แต่ทุกคนไม่ต้องกังวล! วันนี้เรารวมมาให้หมดแล้ว กับ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น รับรองว่าเป็นวิธีที่ทุกคนสามารถทำตามได้ง่ายๆ beginner ก็ฝึกได้สบาย! ถ้าพร้อมแล้วก็ไปดูกันได้เลย

Trending อัปเดต! EP.1 ทัวร์คอนเสิร์ตศิลปินต่างประเทศ 2021-2022 อยากบินไปดูบ้าง

1. Read & Listen

แน่นอนว่าทริคแรกของการฝึกพูดภาษาอังกฤษจะเป็นอะไรไปไม่ได้เลย นอกจาก ‘Read & Listen’ หรือ‘การอ่านและฟัง’ นั่นเอง เพราะการอ่านและการฟังนั้นจะช่วยให้เรารู้จักและทำความคุ้นเคยกับภาษาอังกฤษได้ดีมากยิ่งขึ้น จนทำให้รู้สึกชินกับบทสนทนาภาษาอังกฤษ และสามารถทำความเข้าใจและจับใจความได้ ถือว่าเป็นก้าวแรกที่สำคัญมากๆ

แชร์ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น! Zipevent
  • อ่านและฟังภาษาอังกฤษจากสื่อต่างๆ ให้มากขึ้น !
    ไม่ว่าจะเป็นเพลง, ซีรีส์, ข่าวสาร, podcast, หนังสือนิยาย, การ์ตูน หรือภาพยนตร์
    ★ การดูหนัง ดูซีรีย์ ไปจนถึงการฟังเพลง นอกจากจะได้ฝึกทักษะการฟังแล้ว เรายังได้เรียนรู้สำเนียงของ native speakers เรียกได้ว่าเป็นโอกาสดีที่เราจะได้ลองฝึกออกเสียงตามได้อีกด้วยนะ
    ★ บางทีการดูหนังหรือซีรีย์ยังช่วยให้เราได้เรียนรู้คำศัพท์ คำสแลง วลี หรือประโยคใหม่ๆ ที่ชาวต่างชาติมักใช้กันในชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งเราก็สามารถจดและนำไปใช้ได้เหมือนกัน
    ใช้แล้วดูโปรแน่นอน ! เพราะส่วนใหญ่แล้วบทสนทนาที่เราเจอในหนังหรือซีรีย์มักจะเป็นประโยคที่เขาใช้พูดคุยในชีวิตประจำวันกันจริงๆ ซึ่งเรามักจะไม่ค่อยเจอในบทเรียนเท่าไหร่ เพราะงั้นถ้าได้ยินประโยคไหนบ่อยๆ รีบเซฟเข้าคลังกันได้เลย

2. Write & Take Note

ทริคที่สองหลังจากเราฝึกอ่านและฟัง นั่นก็คือ‘Write & Take Note’ หรือ‘การเขียนและจดโน้ต’ เพราะตอนเริ่มต้น หลายๆ คนก็ยังไม่ค่อยมีความมั่นใจ ไม่แน่ใจว่าเราจะต้องเริ่มต้นพูดยังไง บางทีก็นึกคำไม่ออก บางทีก็เรียบเรียงประโยคไม่ถูก

ดังนั้น การเขียนจะช่วยให้เราได้มีเวลาในการเรียบเรียงและเลือกใช้คำศัพท์มากขึ้น เพราะเราจะมีเวลาคิดและทบทวน ซึ่งพอเราเขียนเสร็จแล้วก็อาจจะหยิบมาลองฝึกพูดตามบทบ่อยๆ พอเราคุ้นเคยและคล่องแคล่วมากขึ้นแล้ว ก็จะทำให้เราสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไหลลื่นมากยิ่งขึ้น และในเวลาต่อๆ ไปก็อาจจะช่วยทำให้เราสามารถเรียบเรียงและเลือกใช้คำศัพท์โดยไม่จำเป็นต้องเขียนอีกต่อไปก็ได้นะ

แชร์ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น! Zipevent

นอกจากการฝึกเขียนแล้ว ‘การจดโน้ต’ เองก็มีความสำคัญไม่แพ้กันเลย เพราะการจดโน้ตจะทำให้เราได้เรียนรู้คำศัพท์หรือวลีใหม่ๆ มากขึ้น ซึ่งมันก็จะทำให้เราได้คลังคำศัพท์ของเราขยายใหญ่ขึ้นนั่นเอง พอถึงเวลาเราจะต้องพูดคุยโต้ตอบกับคนอื่นๆ ก็จะทำให้เราสามารถนึกคำศัพท์ที่จะใช้ได้กว้างขึ้นและสามารถคุยกันได้อย่างไม่มีสะดุดอีกด้วย !

  • เขียนและเรียบเรียงประโยคที่อยากจะพูด แล้วลองฝึกพูดกับตัวเองอีกครั้ง
    ★ อาจจะเริ่มต้นจากประโยคสั้นๆ อย่าง การแนะนำตัวเอง, เล่าชีวิตประจำวัน หรือบทสนทนาในหัวข้อที่เราสนใจ

  • จดและเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ เพื่อทำความคุ้นเคย
    ★ อาจจะลองเรียนรู้จากอะไรที่เราดูบ่อยๆ อย่าง ซีรีย์ หนัง หรือการ์ตูน เพราะส่วนใหญ่คำศัพท์ที่เจอในสื่อต่างๆ เหล่านี้มักจะพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน และชาวต่างชาติเองก็ใช้กันจริงๆ ซึ่งเราก็สามารถจดโน้ตแล้วนำมาใช้ตามกันได้เลย

3. Talk to Yourself

และแน่นอนว่าทริคสำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องห้ามพลาดก็คือ‘Talk to Yourself’ หรือ ‘การพูดกับตัวเอง’ เรียกได้ว่าเป็นทริคสุดคลาสสิกสำหรับการฝึกพูดภาษาอังกฤษเลย โดยเฉพาะการฝึกพูดกับตัวเองหน้ากระจก ถึงแม้ว่าจะเป็นทริคคลาสสิกที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่ทริคนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ เพราะการฝึกพูดกับตัวเองคือก้าวที่สำคัญมากๆ เราจะได้ฝึกทั้งการพูด การแสดงสีหน้า ท่าทาง รวมถึงพฤติกรรมต่างๆ ที่เราแสดงออกเวลาพูดโดยไม่ได้ตั้งใจอีกด้วย

นอกจากนี้ การพูดยังเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราได้พัฒนาการฝึกออกเสียง ทั้งความชัดเจนและความถูกต้อง เพราะเมื่อเราได้ฟังบ่อยๆ ได้ฝึกพูดตามบ่อยๆ มันก็จะเกิดเป็นความคุ้นเคยและชำนาญจนเราสามารถพูดคำๆ นั้นได้เหมือน native !

แชร์ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น! Zipevent

และที่สำคัญเลย คือ ทริคนี้เหมาะกับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะคนเพิ่งเริ่มต้นและยังมีความเขินอาย ยังไม่ค่อยกล้าพูด เพราะมันคือการพูดต่อหน้าตัวเอง ไม่จำเป็นต้องยืนต่อหน้าคนเยอะๆ แล้วมีสายตาของใครหลายๆ คนมาจ้องมอง ทริคนี้เลยเป็นอีกวิธีที่ช่วยลดความกดดัน แถมยังเพิ่มความสบายใจในการฝึกพูดได้อีกด้วย !

  • ฝึกพูดกับตัวเองบ่อยๆ ให้เราได้คุ้นเคยกับการพูดภาษาอังกฤษมากขึ้น

  • ฝึกออกเสียงตามสื่อที่เคยดู
    ★ อาจจะลองฝึกออกเสียงตามตัวละครในหนังหรือซีรีย์ที่เคยดูก็ได้

  • ลองฝึกใช้คำศัพท์ วลี หรือประโยคใหม่ๆ ก่อนพูดคุยกับคนอื่นๆ ลดความกังวล เพิ่มความมั่นใจ !
    ★ ใครที่ยังรู้สึกเขินหรือไม่มั่นใจอาจลองฝึกพูดกับตัวเองบ่อยๆ จนคุ้นเคย
    พอถึงเวลาที่ต้องพูดคุยกับคนอื่นๆ ก็จะช่วยให้เราลดความกังวลไปได้เยอะเลยน้า

4. Practice with AI or Others

พอเราเริ่มคุ้นชินกับการพูดแล้ว เราอาจลองขยับจากการฝึกพูดกับตัวเองเป็นการลองฝึกพูดกับคนอื่นๆ ดูก็ได้เหมือนกัน ในที่นี้ก็อาจจะลองพูดกับเพื่อนๆ ครอบครัว อาจารย์ หรือ Native Speakers ในแอปแลกเปลี่ยนภาษาต่างๆ อย่าง omegle, tandem, HiNative หรือ Speaky และสำหรับใครที่ยังรู้สึกเขิน ยังไม่ค่อยกล้าพูดกับคนอื่นก็อาจลองฝึกพูดกับ AI อย่าง ChatGPT ดูก็ได้เหมือนกัน !

แชร์ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น! Zipevent
  • ลองฝึกพูดกับเพื่อนๆ คนรอบข้าง หรือครอบครัว

  • ฝึกพูดโต้ตอบภาษาอังกฤษ กับ AI * ใครที่ยังรู้สึกเขิน แนะนำให้ลองเริ่มต้นด้วยวิธีนี้ !
    ★ อย่างเช่น ‘ChatGPT’ สามารถพูดคุยและโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษได้เหมือนเราพูดคุยกับคนจริงๆ เลย
    ซึ่งความพิเศษ คือ เราสามารถเลือกหัวข้อบทสนทนาที่เราสนใจได้ ยิ่งไปว่านั้น คือ ChatGPT ยังสามารถชี้แนะข้อผิดพลาดและแนะนำสิ่งที่เราควรปรับปรุงได้อีกด้วย
    บอกเลยว่าตอบโจทย์มากๆ สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่ค่อยมั่นใจในสำเนียงหรือทักษะการพูด เพราะเราไม่จำเป็นต้องกดดันอะไรเลย แถมยังมีคนคอยช่วยไกด์แนวทางให้อีกด้วยนะ ( ¨̮ )

5. Record your speaking

ทริคสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด กับ ‘Record your speaking’ หรือ ‘การอัดเสียงของตัวเอง’ ซึ่งแว้บแรกหลายๆ คนก็อาจมีความคิดที่ว่าเราจะต้องอัดเสียงตัวเองไปทำไมกันนะ แต่เราขอบอกเลยว่าวิธีนี้เป็นอีกหนึ่งทริคที่มีประโยชน์มากๆ เพราะการอัดเสียงของตัวเองเพื่อมาฟัง จะทำให้เราได้เรียนรู้ข้อผิดพลาดของตัวเองและหาจุดที่ควรจะต้องปรับเจอ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้เราสามารถพัฒนาการพูดของเราให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

  • อัดเสียงตอนฝึกพูดแล้วลองฟัง หาจุดที่ควรปรับ เพื่อพัฒนาการพูดของเราให้ดีขึ้น !
    หรืออาจจะให้อาจารย์ลองฟังและช่วยแนะนำก็ได้นะ
    ★ เราอาจได้เจอจุดที่ควรปรับ อย่างเช่น การออกเสียง อาจมีส่วนไหนที่เราออกเสียงผิด ติดขัด หรือไม่ชัดเจน พอหาเจอแล้ว เราก็จะสามารถปรับปรุง แก้ไข และฝึกพูดในส่วนที่ผิดพลาดให้มากกว่าเดิม จนเราสามารถพัฒนาการพูดไปอีกขั้นได้

6. Be confident & Have fun!

ปิดท้ายด้วยทริคที่สำคัญที่สุดจากซิป นั่นก็คือ ‘Be confident & Have fun!’ เราอยากให้ทุกๆ คนที่กำลังฝึกพูดภาษาอังกฤษมั่นใจในตัวเองเยอะๆ ไม่ต้องกลัวที่จะทำพลาด ไม่ต้องกลัวที่กล้าจะออกเสียง ไม่ต้องกลัวที่จะพูดด้วยสำเนียงแบบ Native Speakers แค่ทุกคนกล้าพูดด้วยความมั่นใจก็พอ และต้องอย่าลืมที่จะสนุกและแฮปปี้ไปกับการเรียนรู้และเติบโตในก้าวใหม่ๆ ของตัวเองกันด้วยน้า ( ¨̮ )

แชร์ 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ทำยังไงให้ speaking เก่งขึ้น! Zipevent

★ มั่นใจในตัวเองเยอะๆ ไม่ต้องกลัวที่จะทำพลาด แค่กล้าพูดและสนุกไปกับมันก็พอ ! ★

หวังว่า 6 ทริค ฝึกพูดภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง ที่เราแวะมาแชร์ให้วันนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนนะคะ ( ¨̮ )

แชร์! 6 เทคนิคทำงานให้เก่งขึ้นในองค์กร

พัฒนาตัวเอง ให้เห็นผล 100% ต้องทำยังไง?

อ่านต่อที่นี่! https://www.zipeventapp.com/blog/2024/07/15/6-technique-working-better/

Skill for Company, technique for working better, เทคนิคทำงานให้เก่งขึ้นในองค์กร

Follow us for more interesting content!
ฝากถึงพี่น้อง แฟนๆ ที่เคารพรักทุกท่าน ฝากติดตามข่าวสารงานอีเว้นท์กับ Zipevent ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ตามนี้เลย จิ้มๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...