หุ้น KKP พุ่งกว่า 4 % รับข่าวซื้อหุ้นคืน-ปันผลระหว่างกาล 1.25 บาท/หุ้น
KKP ซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 22 ล้านหุ้น ภายใต้วงเงิน 950 ล้านบาท ช่วง 28 ส.ค.- 28 พ.ย. 67 พร้อมจ่ายปันผลระหว่างกาล 1.25 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 4 ก.ย. รับเงิน 19 ก.ย. หุ้นพุ่งกว่า 4 % รับข่าว
วันที่ 22 ส.ค.2567 ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือKKP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคารมีมติอนุมัติโครงการซื้อหุ้นคืนเพื่อบริหารทางการเงิน จำนวนซื้อคืนไม่เกิน 22 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 2.60% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด ภายใต้วงเงินไม่เกิน 950 ล้านบาท โดยวิธีการซื้อด้วยวิธีจับคู่อัตโนมัติผ่านระบบซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ เปิดซื้อคืนช่วงวันที่ 28 ส.ค.- 28 พ.ย. 2567
สำหรับเหตุผลในการซื้อหุ้นคืน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง และความสามารถทำกำไรของธนาคารในอนาคต บนเงินกองทุนและสภาพคล่องส่วนเกินของธนาคารที่มีอยู่ ทั้งนี้ การซื้อหุ้นคืนจะส่งผลให้มูลค่าทางบัญชีในส่วนของผู้ถือหุ้นและจำนวนหุ้นที่ถือโดยผู้ถือหุ้นของธนาคารลดลง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น(ROE) และอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น(EPS) สูงขึ้นตามลำดับ
นอกจากนี้บอร์ดKKP ยังอนุมัติการจัดสรรกำไรและผลดำเนินงานงวดครึ่งแรกปี 67 จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล อัตรา 1.25 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล (XD) วันที่ 4 ก.ย.67 และกำหนดจ่าย วันที่ 19 ก.ย.2567
ด้านความเคลื่อนไหวหุ้น KKP ภาคบ่ายวันนี้ ( ณ เวลา 14.56 น.) ปรับขึ้น 2 บาท เพิ่มขึ้น 4.68 % มาที่ 44.75 บาท
บล.ดาโอ (ประเทศไทย) เปิดเผยบทวิเคราะห์กลุ่มธนาคารพาณิชย์ ว่า โดยปกติช่วงเดือน ก.ย. ของทุกปี กลุ่มธนาคารจะมีการประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรก โดยมีเพียง KTB ที่จ่าย เป็นแบบรายปี ไม่มีระหว่างกาล โดยคาดว่างวดครึ่งปีแรก ( 1H24E) จะมี TTB ที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล ( Dividend yield) สูงสุด ขณะที่เงินปันผลงวดครึ่งปีหลัง จะมีการจ่ายช่วงเดือน เม.ย. ของทุกปี โดยคาดว่า SCB มี Dividend yield สูงสุด
นอกจากนี้ บล.ดาโอ มีมุมมองเป็นบวกต่อการจ่ายเงินปันผลของกลุ่ม ธนาคาร เพราะก่อนประกาศจ่ายเงินปันผลจะเป็นช่วงที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารจะปรับตัว ได้ดีกว่าตลาด (outperform) โดยประเมินว่าช่วง 1H24E (ประกาศจ่ายเงินปันผลช่วงเดือน ก.ย. ) ธนาคารที่จะ มี Dividend yield สูงสุดคือ TTB ที่ระดับ 2.8% รองลงมาเป็น TCAP ที่ระดับ 2.4% และ SCB ที่ระดับ 2.35%
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่ 📌