โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทราวิส สก็อตต์ 'รอดทุกคดี' จากโศกนาฏกรรมคนเบียดกันตายนับสิบ ในงานเทศกาลดนตรี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 30 มิ.ย. 2566 เวลา 09.00 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2566 เวลา 09.00 น.
ทราวิส สก็อตต์ แร็ปเปอร์ดังชาวอเมริกัน ในงานเทศกาลดนตรีแอสโตร เวิลด์ ในเมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 (เอพี)

ทราวิส สก็อตต์ ‘รอดทุกคดี’ จากโศกนาฏกรรมคนเบียดกันตายนับสิบ ในงานเทศกาลดนตรี

รอยเตอร์ รายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน คณะลูกขุนใหญ่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา มีคำตัดสิน ไม่ฟ้องดำเนินคดีใดๆแก่ ทราวิส สก็อตต์ แร็ปเปอร์ดังชาวอเมริกันวัย 32 ปี และผู้ถูกกล่าวหาอีก 5 คน ต่อเหตุการณ์โศกนาฎกรรมในงานเทศกาลดนตรีแอสโตร เวิลด์ ในเมืองฮิวส์ตัน รัฐเท็กซัส เมื่อปลายปีที่แล้ว ที่มีแฟนคอนเสิร์ตเบียดเสียด ดันกันไปบริเวณด้านหน้าเวที กระทั่งเกิดความแตกตื่นโกลาหล ทำให้มีผู้คนล้มลง ขาดอากาศหายใจ และมีผู้เสียชีวิต 10 คน มีผู้บาดเจ็บหลายพันคน

เหตุการณ์น่าสสดใจนี้เกิดขึ้นระหว่างทราวิส สก็อตต์ ขึ้นโชว์เพลงที่งานเทศกาลดนตรีแอสโตร เวิลด์ จัดที่เอ็นอาร์จี พาร์ค เมืองฮิวส์ตัน เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน ปี 2564 ท่ามกลางแฟนเพลง 50,000 คน และมีแฟนคอนเสิร์ตเบียดเสียด ดันกันไปบริเวณด้านหน้าเวที กระทั่งเกิดความแตกตื่นโกลาหล โดยผู้เสียชีวิตทั้ง 10 คนมีอายุระหว่าง 9-27 ปี

คิม อ็อก อัยการเขตแฮร์ริส แถลงว่าทีมงานใช้เวลาสืบสวน 19 เดือน ” เจ้าหน้าที่สืบสวนของเราและทีมอัยการต่างทำทุกอย่างเพื่อให้มั่นใจว่าคณะลูกขุนสามาถเข้าถึงข้อมูลความเป็นจริง ”

และว่า “เป็นเรื่องน่าสลดใจที่ผู้บริสุทธิ์ 10 คนต้องมาเสียชีวิตขณะกำลังมีความสุขกับเสียงดนตรีในค่ำคืนนั้น แต่โศกนาฎกรรมไม่ใช่อาชญากรรมเสมอไป และไม่ใช่ว่าทุกความตายคือการฆาตกรรม จึงไม่มีการฟ้องดำเนินคดีอาญาต่อเหตุการณ์นี้ ”

เคนต์ เชฟเฟอร์ ทนายของสก็อตต์ กล่าวว่าผลการสืบสวนได้ยืนยันว่า สก็อตต์ไม่มีส่วนต้องรับผิดชอบใดๆต่อโศกนาฏกรรมในงานเทศกาลดนตรี และพูดถึงลูกความของตนว่า “เขาไม่ได้ยั่วยุให้แฟนเพลงให้ทำสิ่งใดที่ส่งผลให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ “

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...