โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิด "สนามบินดอนเมือง" จากดอนอีเหยี่ยว ถึงที่ดอนของเมือง อีกหนึ่งศูนย์กลางการบินของไทย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 มี.ค. 2568 เวลา 00.20 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2568 เวลา 00.20 น.
ภาพถ่ายสนามบินดอนเมือง เมื่อ ค.ศ. 1960 (ภาพจาก University of Wisconsin-Milwaukee Libraries)

กำเนิดสนามบินดอนเมือง จากดอนอีเหยี่ยว ถึงที่ดอนของเมือง อีกหนึ่งศูนย์กลางการบินของไทย

น้อยคนจะรู้จักชื่อ“ดอนอีเหยี่ยว” เพราะมักจะคุ้นชื่อดอนเมือง ซึ่งเป็นชื่อที่คนทั่วไปเรียกท่าอากาศยานดอนเมือง หรือ สนามบินดอนเมือง อีกหนึ่งศูนย์กลางการเดินอากาศทั้งภายในและภายนอกประเทศของไทย ชื่อดอนเมืองมาจากสภาพภูมิประเทศของบริเวณนี้ในอดีต คือเป็นที่สูง ในฤดูฝนน้ำท่วมไม่ถึง เรียกกันตามปากชาวบ้านว่า ที่ดอน

ก่อนจะกล่าวถึง สนามบินดอนเมือง ต้องย้อนไปดูพัฒนาการกิจการการบินในอดีตของสยาม โดยใน พ.ศ. 2454 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 เครื่องบินจากต่างประเทศเข้ามาแสดงการบินที่พระนคร (กรุงเทพฯ) เป็นครั้งแรกโดยใช้พื้นที่ของราชกรีฑาสโมสร (Royal Bangkok Sport Club) ตรงกลางลู่วิ่งของสนามม้าเป็นสนามบินชั่วคราว เรียกว่า สนามบินสระปทุม

รัฐบาลสยามเล็งเห็นความสำคัญของกิจการการบิน จึงเริ่มพัฒนางานด้านนี้ โดยใน พ.ศ. 2456 กองทัพบกมีแนวคิดจัดตั้งแผนกการบิน ครั้งนั้นมีที่ทำการอยู่ที่สนามบินสระปทุม บริเวณหลังโรงเรียนตำรวจ ตำบลปทุมวัน สร้างเป็นสนามบินและโรงเก็บเครื่องบินชั่วคราว

ต่อมา กระทรวงกลาโหมพิจารณาเห็นว่า สนามบินสระปทุมและสถานที่ประกอบอื่น ๆ คับแคบ ประกอบกับการเป็นพื้นที่ลุ่ม ไม่เหมาะแก่การพัฒนาสนามบินต่อไปในอนาคต จึงพิจารณาเลือกสถานที่ที่จะสร้างสนามบินแห่งใหม่ โดยต้องเป็นพื้นที่ว่างขนาดกว้างใหญ่ ระดับดินสูง น้ำไม่ท่วมไม่ถึง และตั้งอยู่ไกลจากพระนครพอสมควร

กระทรวงกลาโหมจึงมอบหมายให้ พันโท หลวงศักดิ์ศัลยาวุธ (สุณี สุวรรณประทีป) ภายหลังได้รับพระราชทานยศและบรรดาศักดิ์เป็น พลอากาศโท พระยาเฉลิมอากาศ เป็นผู้พิจารณาหาสถานที่ก่อสร้างสนามบินแห่งใหม่ และพบว่าบริเวณ “ดอนอีเหยี่ยว” เป็นที่เหมาะสม

ชื่อดอนอีเหยี่ยว มีที่มาจากลักษณะของพื้นที่ที่มีฝูงเหยี่ยวอาศัยอยู่ชุกชุม พื้นที่บางส่วนที่จะใช้สร้างสนามบินอยู่ในการดูแลของกรมรถไฟ ในเขตอำเภอบางเขน ซึ่งบริเวณนี้เป็นที่ดอน น้ำท่วมไม่ถึงในฤดูฝน ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพระนครมากนัก อยู่ห่างจากสนามบินสระปทุมไปทางทิศเหนือประมาณ 22 กิโลเมตร ดังนั้น จึงให้ย้ายแผนกการบินมาตั้งที่ทำการ ณ ที่นี้ และเปลี่ยนชื่อเพื่อความเหมาะสมจาก “ดอนอีเหยี่ยว” มาเป็น “ดอนเมือง”

กระทั่ง เวลาเช้าของวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2457 เครื่องบินบินขึ้นจากสนามบินสระปทุมเป็นครั้งสุดท้าย และบินลงสนามบินดอนเมืองเป็นครั้งแรก

กิจการของการบินของทหารบกเจริญก้าวหน้าตามลำดับ เมื่อกระทรวงกลาโหมตั้งกรมอากาศยานทหารบกขึ้น และได้รวมกองบินทหารบกเข้าไว้ในกรมนี้ด้วย และพัฒนาต่อมาเป็นกรมอากาศยานกรมทหารอากาศ และยกฐานะขึ้นเป็นกองทัพอากาศใน พ.ศ. 2480 จากนั้น จึงได้ตั้งกองการบินพลเรือนเพื่อดำเนินกิจการเกี่ยวกับการบินระหว่างประเทศ เรียกสนามบินดอนเมืองว่า ท่าอากาศยานดอนเมือง ก่อนจะเปลี่ยนเป็น ท่าอากาศยานกรุงเทพ

ถึง พ.ศ. 2522 หลังการก่อตั้ง การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) การท่าฯ ได้เข้ามาดำเนินกิจการเกี่ยวกับการบินระหว่างประเทศแทนหน่วยงานเดิม

พ.ศ. 2549 หลังเปิดใช้งานสนามบินสุวรรณภูมิ จึงปิดใช้งานสนามบินดอนเมือง แต่ก็เพียงเวลาสั้น ๆ ถึง พ.ศ. 2550 จึงกลับมาเปิดใช้งานสนามบินดอนเมืองอีกครั้ง และกลับมาใช้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ท่าอากาศยานดอนเมือง เช่นเดิม

นับตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน คนไทยมักเรียกชื่อสนามบินแห่งนี้อย่างติดปากว่า “สนามบินดอนเมือง”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย. (2551). “ชื่อบ้านนามเมืองในกรุงเทพฯ”. พิมพ์ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ : มติชน.

บัณฑิต จุลาสัย. (พฤษภาคม, 2550). “สนามบินแห่งแรกของไทย”. ศิลปวัฒนธรรม. ปีที่ 28 : ฉบับที่ 7. หน้า 49-51.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 29 มิถุนายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กำเนิด “สนามบินดอนเมือง” จากดอนอีเหยี่ยว ถึงที่ดอนของเมือง อีกหนึ่งศูนย์กลางการบินของไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...