โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] Old: เกิด แก่ เจ็บ ตาย ชั่วข้ามวัน งานที่ลงตัวที่สุดในยุคหลังของ M. Night Shyamalan

BT Beartai

อัพเดต 29 มิ.ย. 2566 เวลา 02.32 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2566 เวลา 14.15 น.
[รีวิว] Old: เกิด แก่ เจ็บ ตาย ชั่วข้ามวัน งานที่ลงตัวที่สุดในยุคหลังของ M. Night Shyamalan

เรื่องย่อ: ครอบครัวหนึ่งไปเที่ยวพักผ่อนที่รีสอร์ตหรูและพบชายหาดส่วนตัวอันเงียบสงบ แต่ความสวยงามก็เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกอย่างรวดเร็ว เมื่อดูเหมือนว่าหาดแห่งนี้ไม่อาจหนีออกไปได้และมันกำลังคร่าทุกชีวิตด้วยเวลาที่วิ่งอย่างผิดปกติ จนชั่วชีวิตย่นย่อเหลือเพียงหนึ่งวัน

เอ็ม ไนท์ ชยามาลาน (M. Night Shyamalan) เป็นผู้กำกับที่มีผลงานแนวสยองขวัญในสายหักมุมอันโดดเด่นเป็นดาวรุ่งแห่งยุคด้วยผลงานหนังเรื่องแรกอย่าง ‘The Sixth Sense’ (1999) แต่มันก็กลายเป็นอุปสรรคที่ชื่อว่าการก้าวข้ามความสำเร็จไม่พ้น เมื่อผลงานหลังจากนั้นของเขาไม่สามารถกลายเป็นหนังที่ดีตามความคาดหวังสูงลิ่วของแฟนหนังได้เลย แม้หลายเรื่องจะทำออกมาได้ค่อนข้างดีทีเดียวไม่ว่าจะ ‘Unbreakable’ (2000), ‘Signs’ (2002) หรือ ‘The Village’ (2004) ก็ตาม ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นยุคฮันนีมูนแรกของชยามาลานกับผู้ชม

ก่อนจะมีผลงานที่ล้มเหลวตามติดออกมาอีกหลายเรื่อง เพราะเขาพยายามหนีจากคำว่าผู้กำกับหนังสยองขวัญและหนังหักมุมที่เป็นทั้งพรและคำสาปสำหรับเขา กว่าจะตั้งหลักกลับมาได้ก็จากการร่วมงานกับเจ้าพ่อหนังสยองขวัญค่ายบลัมเฮาส์ใน ‘The Visit’ (2015) เป็นช่วงกว่าทศวรรษทีเดียวที่เขาตุปัดตุเป๋ไป และกลับมาได้ถูกทางขึ้นเรื่อย ๆ หรืออีกมุมก็อาจกล่าวได้ว่าแฟนหนังลดความคาดหวังลงและให้คุณค่ากับงานของชยามาลานตามที่เป็นจริงเสียที

หลังจากจบไตรภาคซูเปอร์ฮีโรของเขาเองด้วยหนังภาคต่อของ ‘Unbreakable’ อย่าง ‘Split’ (2016) และ ‘Glass’ (2019) ก็มาถึงคำถามต่อไปว่า แล้วหลังจากนี้ชยามาลานจะไปในทิศทางไหนต่อไป ซึ่งคำตอบได้ออกมาผ่านหนังที่พลอตน่าสนใจอันเป็นจุดเด่นของชยามาลานที่เรื่องย่อเอาผู้ชมอยู่ทุกครั้ง แต่วิธีการเล่าเรื่องของเขาดูเป็นธรรมชาติไม่ท่ายากมากเกินไป ซึ่งก็คือ ‘Old’ (2021) เรื่องนี้เอง

‘Old’ ดัดแปลงจากกราฟิกโนเวลสัญชาติฝรั่งเศสเรื่อง ‘Sandcastle’ (2013) ของ เฟรเดอริก พีเตอร์ส (Frederik Peeters) และ ปิแยร์ ออสการ์ เลวี (Pierre Oscar Lévy) ว่าด้วยกลุ่มคนที่มาเจอปรากฏการณ์ธรรมชาติลึกลับเกินความเข้าใจเมื่อเวลาที่ชายหาดส่วนตัวแห่งหนึ่งได้เดินเร็วมากจนทำให้เด็กกลายเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่กลายเป็นคนชราและตายลงภายในวันเดียว

ชยามาลานอาจเป็นแฟนหนังสือและได้ดึงเอาหลายอย่างจากกราฟิกโนเวลนี้มาใช้ทั้งพลอต ตัวละครหลายตัวที่ต่างกันแค่ชื่อและภูมิหลัง แต่ในภาพรวมก็อาจกล่าวได้ว่ามีความคล้ายคลึงกันมาก ทั้งนี้จุดสำคัญที่ตัวหนังกับกราฟิกโนเวลนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิงคือคำเฉลยที่ชัดเจน ในขณะที่กราฟิกโนเวลนั้นปล่อยให้ผู้ชมคิดเองว่าเรื่องราวทั้งหมดมันคืออะไรกันแน่และจบลงอย่างทิ้งคนดูไว้เคว้งคว้างกลางความเป็นไปได้มากมายที่มองได้ว่าเป็นเสน่ห์โดยตั้งใจ

ชยามาลานก็กลับเลือกที่จะทำให้หนังเสพง่ายด้วยการหยอดลีลาระหว่างทางให้น่าสนใจขึ้นด้วยทั้งปริศนาชายลึกลับที่แอบมองกลุ่มตัวละครตายอยู่บนหน้าผาไกลลิบ อนึ่งจะสื่อว่าเรื่องทั้งหมดมีเบื้องหลังบางอย่างอยู่ และการขมวดความตึงเครียดทางอารมณ์ใส่กันอย่างรวดเร็วของตัวละครจนเรื่องดันไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง มีคนเกิดขึ้น แก่ตัวลง เจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังที่ทวีความรุนแรงเพราะเวลาที่เร่งอาการออกมา จนไปถึงการตายทั้งเพราะปรากฏการณ์ธรรมชาติ การหนีความกลัวของตัวละคร และการต่อสู้อันตึงเครียด มันก่อผสมดราม่าแบบหนังระทึกขวัญที่ลงตัวขึ้นอย่างมาก และน่าจะถูกจริตผู้ชมที่เป็นฐานส่วนใหญ่โดยง่าย

OLD
OLD

แต่ในความดีงามที่ทำให้เรื่องราวน่าติดตามขึ้นตามที่ว่ามา ทว่าจุดที่น่าเสียดายก็มีมากตามไปเช่นกัน นั่นคือเสน่ห์ของปริศนาความลึกลับนั้นเมื่อมันถูกเฉลยมันก็กระจ่างเสียจนไม่มีอะไรให้ต้องตรึงใจเราไว้เลย ท่าลงของหนังนั้นอาจกล่าวได้ว่าลงตัว เหมาะสมตามตรรกะที่ปูมาและไม่แถเอาจนเกินไป ทว่ามันก็ช่างธรรมดาจนขาดความน่าตื่นตะลึงไปเช่นกัน เป็นหักมุมที่ไม่ชวนให้รู้สึกอะไรนัก แถมจังหวะการเล่าเรื่องช่วงจบก็ราบเรียบ ตามจริงจนไม่สาสมกับความรู้สึกที่ผู้ชมรอคอยการเอาคืนของผู้ถูกกระทำมาตลอดเรื่องแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีหนังก็มีช่วงเวลาที่ดีในแง่ของดราม่า ไม่ว่าจะปัญหาความสัมพันธ์ของคู่รักที่ค้นพบว่าแท้จริงพวกเขารักกันมากแค่ไหนเมื่อเวลามันรวบรัดลง ปัญหาความไร้เดียงสาและอ่อนประสบการณ์ในชีวิตและด้านอารมณ์ของเด็กน้อยที่กลายเป็นผู้ใหญ่อย่างไม่เต็มใจก็ทำให้เราได้ครุ่นคิดตามหลายอย่าง จะว่าไปมันก็เป็นหนังที่ทำได้ดีทีเดียวทั้งส่วนดราม่า และส่วนการเขย่าขวัญ

และที่ต้องชื่นชมอีกอย่างคือวิธีการเคลื่อนกล้องเพื่อเล่าเรื่องด้วยภาพ ชยามาลานใช้วิธีการหมุนกล้องเป็นวงกลมเพื่อเล่นกับการเปลี่ยนเวลา การค้นหาความจริง และการสร้างภาวะความบิดเบี้ยวของความเป็นจริงได้อย่างน่าสนใจมากทีเดียวที่วิธีการเดิมแต่ถูกใช้ต่างเป้าประสงค์ได้หลากหลายผลลัพธ์เช่นนี้

OLD
OLD

‘Old’ เป็นหนังที่เชื่อว่าชยามาลานได้ตกตะกอนบางอย่างในชีวิตของเขาวาดมันออกมาผ่านพลอตที่มีความเป็นปรัชญาในตัว ยิ่งตัวเขาเองผ่านทั้งจุดรุ่งโรจน์และตกต่ำจนกลับมายืนได้อีกรอบ มันก็ทำให้การเคลื่อนไปของหนังดูบอกเล่าบทเรียนของการใช้ชีวิตอยู่ในที และมันก็ไม่ได้จะผลักใครออกไปแต่กลับใช้สูตรสำเร็จของหนังแบบกระแสนิยมดึงคนที่สนใจแต่ความสยองขวัญและปริศนาให้อยู่ด้วยตลอดเวลาได้ และแม้จะสร้างการจบที่ไม่ได้น่าประทับใจอะไร แต่เมื่อมองโจทย์ต่าง ๆ ของชยามาลานแล้วก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนังที่ลงตัวในแทบทุกด้านโดยไม่พยายามเป็นตำนานอะไร ง่าย ๆ แต่สมบูรณ์ในตัวเอง ซึ่งก็อาจเป็นทิศทางใหม่ที่ชยามาลานค้นพบแล้วก็ได้

จะแบกโลกและความคาดหวังผู้คนจนทำให้เราไม่เป็นธรรมชาติไปทำไม ชีวิตเราก็แค่นี้ ให้ค่าคนใกล้ตัวและความสุขดีกว่า เพราะชีวิตมันสั้นเพียงชั่วพริบตาจริง ๆ

OLD
OLD

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

OLD
OLD

OLD บท 7 โปรดักชัน 6 การแสดง 6.5 ความสนุกตามแนวหนัง 6 ความคุ้มค่าการรับชม 7 จุดเด่น พลอตและการดำเนินเรื่องที่น่าสนใจ ตัวละครมีสีสัน ปริศนาน่าติดตาม วิธีการเล่าด้วยภาพทั้งเลี่ยงหลบและเคลื่อนกล้องมีความหมายน่าสนใจ ลงตัวในหลาย ๆ แง่ จุดสังเกต ซีจียังมีช่วงแปลก ๆ จุดเฉลยไม่ดึงอารมณ์ผู้ชมให้สุดสมการรอคอย จบธรรมดาไปแต่ก็ถือว่าเหมาะแบบไม่ท่ายากเกินควร 6.5

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...