“ดอกเบี้ยไทย” ขยับขึ้น-โอกาสของ “Money Market Fund”... ความเสี่ยงเท่าเดิม-ผลตอบแทนปรับดีขึ้น !!!
Wealthy Thai
อัพเดต 01 ม.ค. 2568 เวลา 21.03 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2566 เวลา 10.05 น. • สรวิศ อิ่มบำรุงลายแทงกองทุน: หลังจากที่แบงก์ชาติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 2% ไป ช่วงต้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา จะเห็นเหล่าแบงก์พาณิชย์ขนาดใหญ่ต่างทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยตามมา ทั้งเงินฝากและเงินกู้
สำหรับคนฝากเงินก็คงใจชื่นขึ้นมาบ้าง แม้ว่าตัวเลขดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบันจะไม่ได้มากมายอะไรก็ตาม แต่ก็เป็นสัญญาณเชิงบวก
ในอีกมุมหนึ่ง นี่ก็เป็นโอกาสการลงทุนสำหรับกลุ่ม “กองทุนตราสารตลาดเงิน” หรือ “Money Market Fund” ด้วยเช่นกัน
เพราะกองทุนจะลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกิน 3 เดือน ที่ผลตอบแทนจะเคลื่อนไหวล้อไปกับดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเช่นกัน เมื่อดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นมา ผลตอบแทนของกองทุนกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มจะอัพขึ้นด้วยเช่นกัน
วันนี้ ทางทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัด “4 กองทุนเด่น” กลุ่ม Money Market ที่น่าสนใจมาฝากกัน
เปิด4 "กองทุนเด่น" กลุ่ม Money Market…ความเสี่ยงต่ำ-อัพ Level ผลตอบแทน !!!
สำหรับ “นักลงทุนสายเซฟ” หรือนักลงทุนที่มองหาที่ “พักเงิน” เพื่อรอจังหวะกลับเข้าไปลงทุน ก็ถือเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน ความเสี่ยงเท่าเดิมแต่ผลตอบแทนดีขึ้น จากการลงทุนใน “กองทุนตราสารตลาดเงิน” นั่นเอง ซึ่งกองทุนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำสุด ทั้ง 4 กองที่คัดมามี Maximum Drawdown ไม่เกิน 0.05% ซึ่งต่ำมาก มี Yield to Maturity ประมาณ 1.5% บวกลบ ซึ่งก็ดีกว่าเงินฝากชัดเจน
โดยทั้ง 4 กองที่คัดมานี้ จะมีทั้ง “กองทั่วไป” และ “กองทุนประหยัดภาษี” ให้ได้เลือกกัน โดยในกลุ่มของ “กองตราสารตลาดเงิน” ยังแบ่งย่อยได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่
1) “Money Market Government” เป็นกองทุนรวมตลาดเงินที่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐเฉลี่ยในรอบปีบัญชี ≥80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม ซึ่งจะมีความเสี่ยงด้านเครดิตต่ำสุดเพราะเน้นตราสารหนี้ภาครัฐเป็นสำคัญ คัดมา 2 กอง ได้แก่
- “PRINCIPAL MMRMF: กองทุนเปิดพรินซิเพิล มันนี่ มาร์เก็ตเพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.พรินซิเพิล เป็นกองทุน RMF อยู่ในกลุ่ม Money Market Government เน้นลงทุนในเงินฝาก ตราสารหนี้ภาครัฐ ตราสารหนี้ภาคสถาบันการเงิน และตราสารหนี้ภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ โดยกําหนดการชําระหนี้ ≤ 397 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงทุน กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 2
- “MMGOVMF: กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี พันธบัตรตลาดเงิน” ของบลจ.เอ็มเอฟซี อยู่ในกลุ่ม Money Market Government เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาล และเงินฝาก ทั้งนี้ ต้องดำรงอายุถัวเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก (Portfolio duration) ณ ขณะใดขณะหนึ่งน้อยกว่าหรือเท่ากับ 92 วัน และตราสารหนี้ดังกล่าวข้างต้นมีกำหนดวันชำระหนี้ไม่เกิน 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุน กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 1
2) “Money Market General” เป็นกองทุนรวมตลาดเงินที่ลงทุนในหรือมีไว้ซึ่งเงินฝาก ตราสารหนี้ระยะสั้นของภาครัฐเฉลี่ยในรอบปีบัญชี < 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม คัดมา 2 กอง ได้แก่
- “DAOL-MONYRMF: กองทุนเปิด ดาโอ มันนี่ มาร์เก็ต เพื่อการเลี้ยงชีพ” ของบลจ.ดาโอ เป็นกองทุน RMF มีประโยชน์ทางภาษี อยู่ในกลุ่ม Money Market General เน้นลงทุนในเงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร ตราสารหนี้ภาครัฐ หรือตราสารหนี้ภาคเอกชนที่มีคุณภาพ หน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน หรือตราสารการเงินอื่นใด กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 2
- “TCMFENJOY: กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ เอ็นจอย” ของบลจ.ยูโอบี อยู่ในกลุ่ม Money Market General เช่นเดียวกัน เน้นลงทุนในตราสารแห่งหนี้ทั้งภาครัฐ และ/หรือภาครัฐวิสาหกิจ ที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก กองทุนมีความเสี่ยงระดับ 1
เมื่อดอกเบี้ยไทยขยับปรับขึ้น ก็เป็นโอกาสสำหรับ “นักลงทุนสายเซฟ” ที่มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น โดยทีความเสี่ยงยังเท่าเดิม ล้อไปกับดอกเบี้ยที่ขยับขึ้น ที่สำคัญยังน่าสนใจกว่าดอกเบี้ยเงินฝากแบงก์ด้วยเช่นกัน ผลตอบแทนระดับ 1% กลางๆ ถึง 1% ปลายๆ ยังพึงหวังได้ในปัจจุบัน
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน