โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย แจง ข้าวถูกเพราะกลไกการตลาด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 06 พ.ย. 2564 เวลา 08.02 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2564 เวลา 07.58 น.

นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย แจง ข้าวถูกเพราะกลไกการตลาด

นายรังสรรค์ สบายเมือง นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย กล่าวว่า จากปัญหาราคาข้าวที่ตกต่ำขณะนี้ จริงๆ แล้วเป็นปัญหาปัญหาของกลไกการตลาด ที่สะสมมานาน เป็นสภาวการณ์ปกติ เนื่องจากการใช้ข้าวมีปริมาณที่ลดลง จำนวนผู้บริโภคลดลง จำนวนของการส่งออกลดลง จึงส่งผลให้การค้าลดลง ราคาก็ลดลงตามปกติของกลไกการตลาด

นายรังสรรค์  กล่าวอีกว่า  หากเกษตรกรชาวนามีการผลิตข้าวเปลือกมากขึ้น จนล้นตลาดราคาก็ต้องถูกลง หากกำลังผลิตข้าวเปลือกของเกษตรกรชาวนา มีกำลังผลิตข้าวเปลือกที่มีปริมาณลดลง ทางสมาคมโรงสีข้าวก็เดือดร้อน เพราะเราจะต้องซื้อข้าวเปลือกจากชาวนามาสีข้าวเป็นข้าวสารในการส่งออก ดังนั้นปัญหาที่ราคาข้าวทำไมมันจึงถูก ขอบอกว่า มันเป็นไปตามกลไกการตลาด ที่นี้มันซึมลึก มันถูกสะสมมานานนับหลายเดือน มันเลยดูวิกฤติ แต่จริงๆ แล้ว ที่ผมดูในฐานะเป็นคนค้าขาย ดูแล้วเป็นเรื่องปกติในภาวะช่วงอย่างนี้ เนื่องจากการส่งออกของเราก็น้อยลง คือซับพลายมากว่าปริมาณเยอะ มันก็เลยต้องปรับราคา ด้วยสินค้าข้าว ประเทศไหนเค้าก็มี ที่หากเราจะส่งออกเยอะๆ จริงๆ ราคามันต้องต่ำกว่านี้อีก แต่วันนี้ข้าวเราถูกกว่าเวียดนาม แต่ก็ยังแพงกว่าอินเดีย ซึ่งก็ยังไม่สามารถส่งออกได้เท่าที่คิด เท่าที่ควร ซึ่งทางสมาคมผู้ส่งออกตั้งเป้าไว้ประมาณ 6 ล้านตัน ตอนนี้ก็ยังไม่ไปอย่างไงเลย ทำให้การส่งออกตอนที่อยู่ที่ 3 ล้านตันกว่า ยังไม่ถึง 4 ล้านตัน ก็เลยดูแล้วสะต๊อกเราในประเทศก็เลยดูเยอะ

นายรังสรรค์  กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีปัญหาของโควิด ที่มาซ้ำเติมด้วย คนท่องเที่ยวน้อยลด คือคนเราปีหนึ่งหลายล้านคน นักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย เค้าก็กินข้าวข้าวกันคนละหนุบ คนละหนับ ก็หายไปเยอะ แต่ตอนนี้ไม่มีมาเลย ก็ทำให้คนกินข้าวน้อย แค่ในประเทศ เรากินกันเองก็ไม่หมดอยู่แล้ว

นายรังสรรค์  กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาในการแก้ไขราคาข้าวในระยะยาวระยะสั้นนั้น มันต้องแก้ที่ต้นเหตุ เพราะว่าเราจะทำให้ข้าวเราแพง โดยมิได้มีการคำนึงถึงวิธีการผลิต ต้นทุนการผลิต เราจะขายแพงอย่างเดียวก็ไม่ได้ จริงๆ ต้องคำนึงถึงว่า คนทำข้าวนี่แม้ราคาข้าวจะถูก ก็มีกำไร แม้จะแพงเค้าก็ยิ่งมีกำไรใหญ่ ซึ่งบ้างปีมันก็จะถูก บางปีมันก็จะแพง ซึ่งมันต้องไปแข่งขันในโลกเพราะว่าเราไม่ได้ทำข้าวประเทศเดียว หากจะให้แก้ปัญหานี้อย่างถาวรเลยนี่ แล้วใช้ระยะเวลาในระยะเวลาหนึ่งเลยนี่ในการแก้ปัญหา คือจะต้องทำให้เกษตรกรชาวนาลดต้นทุนการผลิต ทำนาเหมือนเดิม ในที่แปลงเดิม แต่ใช้ทุนน้อยลง แล้วได้ผลผลิตในจำนวนปริมาณมากขึ้นในแต่ละคราว ถึงแม้ราคาจะถูกลงมาบ้าง แต่มันก็ยังคัฟเวอร์ยังมีกำไรกับทุนที่ลงไป แต่ในวันนี้มันทำได้อยาก เพราะทุกวันนี้ น้ำมันก็แพง ปุ๋ยก็แพง ยาฉีดทุกอย่างแพงหมด

 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญของเกษตรกรชาวนา ทุกอย่างมันขึ้นราคาหมดเลย เรียกว่าเป็นทวีคูณกันเลย มันก็เลยทำให้การลดต้นทุนทำได้อยาก แต่ทำได้อยากเราก็ไปเพิ่มผลผลิต ซึ่งทุกวันนี้ทั้งทางหน่วยงานราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ก็ดี เค้าก็พยายามสร้างพันธุ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อให้ตอบสนองต่อการตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้ราคามันขึ้นมา ให้มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น แต่สุดท้ายจริงๆ ก็จะต้องลดต้นทุนให้ได้ เพิ่มผลผลิตให้ได้ เรื่องราคาก็จะไม่น่ามีปัญหา มันเป็นปัญหาของประเทศไทยทุกปีเป็นมายาวนาน ผมเป็นคนกลาง ผมอยู่ตรงกลาง ระหว่างซ้ายมือผมก็เกษตรกร ขวามือก็เป็นผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศที่เอาข้าวสารไปขายนี่ เวลาเกษตรกรชาวนามีปัญหาก็กระทบผม เวลาส่งออกไม่ได้หรือคนกินน้อยลงก็กระทบผมอยู่ดีฉะนั้นเมื่อผมอยู่ตรงกลางก็พยายามปรับตัวสู้กับสถานการณ์ หลายๆ สถานการณ์ ซึ่งวันนี้ไม่ใช่ว่าเราจะซื้อข้าวเปลือกที่ถูกตามอำเภอใจ เราซื้อไม่ได้หรอก ความจริงเราแย้งกันอยู่ เราโรงสี เราแย้งกันซื้อทุกคนก็พยายามเสนอราคาที่ดีให้กับเกษตรกร เราคำนวณจากราคาข้าวสารที่ขายไป แล้วก็ทอนออกมาในต้นทุนการผลิตของเรา แล้วเราก็ซื้อข้าวเปลือกในราคาที่เหมาะสม เพื่อเราจะได้ผลิต สีข้าวสารได้ ดังนั้นผู้กำหนดราคาข้าวจริงๆ ก็คือปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นคนกินที่อยู่ในประเทศ หรือว่าคนกินที่อยู่ต่างประเทศที่เราส่งออกไป นั่นแหละคือผู้ที่กำหนดราคาที่แท้จริง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...