จักษุแพทย์เผย! 10 สัญญาณเตือนสุขภาพ ถุงใต้ตาบวม-เสี่ยงโรค พร้อมวิธีแก้
ผิวบางรอบดวงตามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการบวมหรือเกิดการปรากฏตัวของถุงใต้ตา อาการบวมที่เปลือกตาบนหรือเปลือกตาล่างมักจะหายไปเองภายในหนึ่งวัน แต่ถ้ามีอาการบวมนานขึ้นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ
อันนาปุรณะ ซิงห์ จักษุแพทย์ กล่าวว่า หากมีอาการบวมที่กินเวลานานกว่า 24 - 48 ชั่วโมงควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลดวงตา เนื่องจากอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณบอกอาการรุนแรงที่อาจทำให้ตาบอด ซึ่งสาเหตุของอาการตาบวมมีหลายประการ ดังนี้
1. การนอนหลับไม่เพียงพอ นอกจากสามารถทำให้เปลือกตาตก ตาแดง ตาบวม และรอยคล้ำใต้ตาแล้ว อาการอื่น ๆ ได้แก่ ผิวซีด ปากห้อย รวมทั้งสามารถนำไปสู่การสูญเสียคอลลาเจน
2. เงื่อนไขทางพันธุกรรม อาการบวมใต้ตาไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่เป็นภาวะทางพันธุกรรมและช่วงตามอายุ
3. อาการแพ้ ไม่ว่าจะแพ้เกสรดอกไม้ ฝุ่น ควัน มลพิษ น้ำหอม สัตว์เลี้ยง รวมไปถึงโรคผิวหนังภูมิแพ้ ทำให้เกิดการระคายเคืองรอบดวงตาและเปลือกตา ซึ่งอาจนำไปสู่อาการบวม เนื่องจากกลไกการป้องกันตามธรรมชาติของผิวหนัง
4. สูบบุหรี่ ชิชาร์ ซิการ์ รวมอยู่ใกล้ควันบุหรี่มือสองสามารถทำให้เกิดถุงใต้ตาบวมได้ เนื่องจากนิโคตินที่พบในบุหรี่เป็นหนึ่งในสารที่รบกวนรูปแบบการนอนหลับ แถมยังทำลายความยืดหยุ่นของผิวและการผลิตคอลลาเจนให้ลดลง ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังดูบวมหรือหย่อนคล้อย
5. ทานเค็มมากเกินไป ไม่ว่าจะบริโภคเกลือหรือโซเดียมมากเกินไปสามารถทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำส่วนเกินจนทำให้เกิดอาการบวมที่ใบหน้าและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้า
6. แสงแดด หากดวงตาได้รับแสงแดดมากเกินไป การตอบสนองตามธรรมชาติคือ การอักเสบ ที่ทำให้เกิดอาการบวม
7. การติดเชื้อที่ตา อาจทำให้เกิดอาการบวมใต้ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง โดยการติดเชื้อและอาการบวมมักจะเกิดขึ้นในตาข้างหนึ่งก่อน จากนั้นสามารถแพร่กระจายไปยังตาอีกข้างหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว
- เยื่อบุตาอักเสบ หรือที่เรียกว่าตาสีชมพู เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส สารเคมี และสารระคายเคืองอื่นๆ
- ตากุ้งยิง เกิดจากการติดเชื้อในรูขุมขนหรือต่อมน้ำตา โดยปกติจะเริ่มจากการปุ่มเล็ก ๆ ตามแนวขนตา โดยมีอาการบวมแดง ตัน และมีหนองในตาหรือเปลือกตา
- ชาลาซิออน คล้ายกับกุ้งยิง โดยอาการบวมที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วและไม่เจ็บปวดในบริเวณของเปลือกตา ซึ่งเกิดจากท่อต่อมอุดตันขอต่อมไขมัน ในเปลือกตา
8. ท่อน้ำตาอุดตัน ทำให้เกิดของเหลวสะสมรอบดวงตา โดยปกติการประคบร้อนและล้างตาด้วยน้ำเกลือที่ปราศจากเชื้อจะช่วยขจัดสิ่งอุดตัน บางครั้งสาเหตุของท่อน้ำตาอุดตันในผู้ใหญ่อาจมีสาเหตุจากเนื้องอก ซึ่งมีอาการดังนี้
น้ำตาไหล อาการบวม หนอง ฝี หรือเมือก มองเห็นภาพซ้อน ตาอักเสบ ตาแดง
9. โรคเกรฟส์ หรือที่เรียกว่าโรคตาไทรอยด์ เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันของต่อมไทรอยด์ เมื่อต่อมไทรอยด์ไม่สมดุล ทำให้เกิดการอักเสบของดวงตา โดยจะมีอาการตาโปน บวมใต้ตา คัน ตาพร่ามัว และไวต่อแสง
10. มะเร็ง มักไม่ค่อยทำให้เกิดอาการบวมที่ดวงตาหรือรอบดวงตา อย่างไรก็ตาม อาการถุงใต้ตาบวมเป็นหนึ่งในสัญญาณของมะเร็งตาหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตา ซึ่งในกรณีร้ายแรงที่สุด มาพร้อมกับอาการมองเห็นไม่ชัดจนกระทั่งสูญเสียการมองเห็น
วิธีแก้ถุงใต้ตาบวม
นอนหลับพักผ่อนให้มากขึ้น ลดความเครียด ทานเค็มให้น้อยลง ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตา ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ จำกัดอาหารแปรรูป ลดหรืองดการสูบบุหรี่ นวดเบา ๆ ด้วยช้อนแช่เย็น ใช้ครีมกันแดด เพื่อลดโอกาสการเกิดริ้วรอย รักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ ประคบเย็น แช่ถุงชาในน้ำเย็น วางไว้บนดวงตา เป็นเวลา 15 - 20 นาที การรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดบริเวณรอบดวงตา
นอกจากนี้ หากมีอาการบวมรอบดวงตาที่ไม่หายไปหลังจาก 24 ถึง 48 ชั่วโมง พร้อมมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที
ปวดตา มองเห็นไม่ชัด มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ลอย ความรู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ในดวงตาของคุณ หนองและฝี บวมแค่ข้างเดียว
อย่างไรก็ตาม หากคุณอายุต่ำกว่า 40 ปี ดร.ซิงห์แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์ทุก 4 - 5 ปี อายุ 40 ปี ควรไปพบจักษุแพทย์ทุก 2 - 3 ปี และผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรไปพบจักษุแพทย์ปีละครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของดวงตา ซึ่งสามารถอ่านแนวทางการสังเกตได้ที่10 โรคผ่านดวงตาและเคล็ดลับวิธีการดูแลรักษาดวงตา 8 วิธี
ขอบคุณที่มาจาก The Sun Healthline Health Clevelandclinic