โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จักษุแพทย์เผย! 10 สัญญาณเตือนสุขภาพ ถุงใต้ตาบวม-เสี่ยงโรค พร้อมวิธีแก้

Khaosod

อัพเดต 01 พ.ย. 2564 เวลา 06.14 น. • เผยแพร่ 01 พ.ย. 2564 เวลา 06.14 น.

ผิวบางรอบดวงตามีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดการบวมหรือเกิดการปรากฏตัวของถุงใต้ตา อาการบวมที่เปลือกตาบนหรือเปลือกตาล่างมักจะหายไปเองภายในหนึ่งวัน แต่ถ้ามีอาการบวมนานขึ้นอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพอื่น ๆ

อันนาปุรณะ ซิงห์ จักษุแพทย์  กล่าวว่า หากมีอาการบวมที่กินเวลานานกว่า 24 - 48 ชั่วโมงควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลดวงตา เนื่องจากอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณบอกอาการรุนแรงที่อาจทำให้ตาบอด ซึ่งสาเหตุของอาการตาบวมมีหลายประการ ดังนี้

1. การนอนหลับไม่เพียงพอ นอกจากสามารถทำให้เปลือกตาตก ตาแดง ตาบวม และรอยคล้ำใต้ตาแล้ว อาการอื่น ๆ ได้แก่ ผิวซีด ปากห้อย รวมทั้งสามารถนำไปสู่การสูญเสียคอลลาเจน

2. เงื่อนไขทางพันธุกรรม อาการบวมใต้ตาไม่ได้เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก แต่เป็นภาวะทางพันธุกรรมและช่วงตามอายุ

3. อาการแพ้  ไม่ว่าจะแพ้เกสรดอกไม้ ฝุ่น ควัน มลพิษ น้ำหอม สัตว์เลี้ยง รวมไปถึงโรคผิวหนังภูมิแพ้ ทำให้เกิดการระคายเคืองรอบดวงตาและเปลือกตา ซึ่งอาจนำไปสู่อาการบวม เนื่องจากกลไกการป้องกันตามธรรมชาติของผิวหนัง

4. สูบบุหรี่ ชิชาร์ ซิการ์ รวมอยู่ใกล้ควันบุหรี่มือสองสามารถทำให้เกิดถุงใต้ตาบวมได้ เนื่องจากนิโคตินที่พบในบุหรี่เป็นหนึ่งในสารที่รบกวนรูปแบบการนอนหลับ แถมยังทำลายความยืดหยุ่นของผิวและการผลิตคอลลาเจนให้ลดลง ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังดูบวมหรือหย่อนคล้อย

5. ทานเค็มมากเกินไป ไม่ว่าจะบริโภคเกลือหรือโซเดียมมากเกินไปสามารถทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำส่วนเกินจนทำให้เกิดอาการบวมที่ใบหน้าและร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนเช้า

6. แสงแดด หากดวงตาได้รับแสงแดดมากเกินไป การตอบสนองตามธรรมชาติคือ การอักเสบ ที่ทำให้เกิดอาการบวม

7. การติดเชื้อที่ตา อาจทำให้เกิดอาการบวมใต้ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง โดยการติดเชื้อและอาการบวมมักจะเกิดขึ้นในตาข้างหนึ่งก่อน จากนั้นสามารถแพร่กระจายไปยังตาอีกข้างหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

  • เยื่อบุตาอักเสบ หรือที่เรียกว่าตาสีชมพู เกิดจากแบคทีเรีย ไวรัส สารเคมี และสารระคายเคืองอื่นๆ
  • ตากุ้งยิง เกิดจากการติดเชื้อในรูขุมขนหรือต่อมน้ำตา โดยปกติจะเริ่มจากการปุ่มเล็ก ๆ ตามแนวขนตา โดยมีอาการบวมแดง ตัน และมีหนองในตาหรือเปลือกตา
  • ชาลาซิออน คล้ายกับกุ้งยิง โดยอาการบวมที่มีขนาดเท่าเมล็ดถั่วและไม่เจ็บปวดในบริเวณของเปลือกตา ซึ่งเกิดจากท่อต่อมอุดตันขอต่อมไขมัน ในเปลือกตา

8. ท่อน้ำตาอุดตัน ทำให้เกิดของเหลวสะสมรอบดวงตา โดยปกติการประคบร้อนและล้างตาด้วยน้ำเกลือที่ปราศจากเชื้อจะช่วยขจัดสิ่งอุดตัน บางครั้งสาเหตุของท่อน้ำตาอุดตันในผู้ใหญ่อาจมีสาเหตุจากเนื้องอก ซึ่งมีอาการดังนี้

น้ำตาไหล อาการบวม หนอง ฝี หรือเมือก มองเห็นภาพซ้อน ตาอักเสบ ตาแดง

 

9. โรคเกรฟส์  หรือที่เรียกว่าโรคตาไทรอยด์ เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบภูมิคุ้มกันของต่อมไทรอยด์ เมื่อต่อมไทรอยด์ไม่สมดุล ทำให้เกิดการอักเสบของดวงตา โดยจะมีอาการตาโปน บวมใต้ตา คัน ตาพร่ามัว และไวต่อแสง

10. มะเร็ง มักไม่ค่อยทำให้เกิดอาการบวมที่ดวงตาหรือรอบดวงตา อย่างไรก็ตาม อาการถุงใต้ตาบวมเป็นหนึ่งในสัญญาณของมะเร็งตาหรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองในตา ซึ่งในกรณีร้ายแรงที่สุด มาพร้อมกับอาการมองเห็นไม่ชัดจนกระทั่งสูญเสียการมองเห็น

วิธีแก้ถุงใต้ตาบวม

นอนหลับพักผ่อนให้มากขึ้น ลดความเครียด  ทานเค็มให้น้อยลง ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือขยี้ตา ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ จำกัดอาหารแปรรูป ลดหรืองดการสูบบุหรี่ นวดเบา ๆ ด้วยช้อนแช่เย็น  ใช้ครีมกันแดด เพื่อลดโอกาสการเกิดริ้วรอย รักษาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ ประคบเย็น แช่ถุงชาในน้ำเย็น วางไว้บนดวงตา เป็นเวลา 15 - 20 นาที การรับประทานอาหารที่มีโพแทสเซียมสูง
ใช้ผ้าชุบน้ำสะอาดเช็ดบริเวณรอบดวงตา

 

นอกจากนี้ หากมีอาการบวมรอบดวงตาที่ไม่หายไปหลังจาก 24 ถึง 48 ชั่วโมง พร้อมมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปพบจักษุแพทย์ทันที

ปวดตา มองเห็นไม่ชัด มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ลอย ความรู้สึกว่ามีบางอย่างติดอยู่ในดวงตาของคุณ หนองและฝี บวมแค่ข้างเดียว

 

อย่างไรก็ตาม  หากคุณอายุต่ำกว่า 40 ปี ดร.ซิงห์แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์ทุก 4 - 5 ปี อายุ 40 ปี ควรไปพบจักษุแพทย์ทุก 2 - 3 ปี และผู้มีอายุ 50 ปีขึ้นไปควรไปพบจักษุแพทย์ปีละครั้ง เพื่อสุขภาพที่ดีของดวงตา ซึ่งสามารถอ่านแนวทางการสังเกตได้ที่10 โรคผ่านดวงตาและเคล็ดลับวิธีการดูแลรักษาดวงตา 8 วิธี

ขอบคุณที่มาจาก The Sun Healthline Health Clevelandclinic

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...