'นิพนธ์' ยันไม่ผิด ปม ป.ป.ช.ชี้มูล 157 ลุยยื่นศาลปกครองเพิกถอนคำสั่ง
VoiceTV
อัพเดต 04 พ.ย. 2564 เวลา 09.16 น. • เผยแพร่ 04 พ.ย. 2564 เวลา 04.05 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด มาตรา 157 คดีไม่เบิกจ่ายเงินค่ารถอเนกประสงค์ 2 คัน 50 ล้านบาทให้แก่เอกชนก่อนหน้านี้ และถูกยื่นคำร้องต่อองค์กรอิสระให้ตรวจสอบคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี ว่า ย้ำว่าเรื่องดังกล่าวขณะนี้เรื่องทางแพ่งอยู่ที่ศาลปกครองสูงสุด ยังไม่มีมีการตัดสินและคดีอาญาที่ป.ป.ช ชี้มูลว่าผิดมาตรา 157 ละเว้นการจ่ายเงินให้เอกชน ที่ภายหลังทราบว่ามีการฮั๊วกันนั้น ตอนนี้ยังอยู่ที่อัยการและยังไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาล และทราบว่ายังมีการตั้งข้อไม่สมบูรณ์ 16 หน้ากระดาษ มีข้อบกพร่องในสำนวนอยู่หลายประเด็นมาก และเมื่อคดีหลักยังไม่ตัดสิน คดีปลายจะไปได้อย่างไร
นิพนธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนจึงต้องไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลางให้ช่วยถอนคำสั่ง เพราะว่าไม่ได้มีการกระทำความผิดใดๆ และการที่ไม่เซ็นก็เป็นการรักษาผลประโยชน์ด้านงบประมาณของจังหวัด ซึ่งจนถึงวันนี้เงิน 51 ล้าน ยังอยู่ที่ อบจ. สงขลา ยังไม่มีการจ่ายเงินสักบาท ขณะเดียวกัน สภ.เมืองสงขลา ก็มีคำสั่งฟ้องและส่งฟ้องมาที่กองบังคับการปราบปราม ขณะนี้กองปราบฯ พิจารณาสำนวนและยืนยันสั่งฟ้องบริษัทเอกชนและพวกแล้ว
เมื่อถามว่า ในเมื่อตำรวจสั่งฟ้องว่าบริษัทเอกชนว่าฮั๊วประมูลแล้ว แต่ ป.ป.ช.กลับชี้มูลความผิดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นิพนธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเหตุให้ไปฟ้องศาลปกครองกลางให้เพิกถอนคำสั่ง ด้วยเหตุผลที่ตนไม่ได้ทำผิด และลงโทษทางวินัยโดยไม่ตั้งคณะกรรมการ และ ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้ว่าตนทุจริต
ดังนั้นการจะลงโทษทางวินัยก็ต้องตั้งกรรมการมาสอบตนก่อน นอกจากนี้ ตามกฎหมาย อบจ.ถ้าจะลงโทษตน ต้องลงโทษภายใน 2 ปี นับจากวันที่ตนครบวาระ เป็นนายก อบจ. ปี 56 ครบวาระปี 60 ถ้าจะลงโทษก็ต้องภายในปี 62 แต่นี่มาลงโทษปี 64 ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ ตนจึงต้องฟ้องศาลปกครองกลางให้เพิกถอนคำสั่งนี้เพราะเป็นคำสั่งโดยมิชอบ
เมื่อถามว่าตรวจสอบคุณสมบัติ ข้อกฎหมาย แล้วมองว่ากระทบต่อตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นิพนธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มีอะไรกระทบ เมื่อไม่ได้ทำความผิดและไม่ได้มีการทุจริต ซึ่งที่ ป.ป.ช.ชี้ 157 ละเว้นธรรมดา ไม่ได้ละเว้นโดยทุจริต จึงไม่เข้าข่ายขอยืนยัน ที่สำคัญเรื่องทั้งหมดไม่ได้กระทำผิดทั้งสิ้น ทำไปเพื่อรักษางบประมาณ อบจ.สงขลา เพราะมีการร้องเรียนเรื่องทุจริต ขณะนี้สภ.สงขลา และกองปราบก็ยืนยันแล้วว่ามีการฮั๊วประมูลจริง ดังนั้นนิติกรรมการซื้อขายครั้งนั้นก็โมฆะ ไม่ผูกพันอะไรเลย ทุกคนกลับสู่สถานะเดิมถ้าใครเรียนกฎหมายมาก็จะรู้