โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดชีวิต หมึกแดง เป็นหม่อม-เป็นเกย์ แล้วยังไง? ความลับที่ไม่เคยพูดตลอด 69 ปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มิ.ย. 2565 เวลา 05.48 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2565 เวลา 05.41 น. • The Bangkok Insight

เปิดชีวิต หมึกแดง เป็นหม่อม-เป็นเกย์ แล้วยังไง? ความลับที่ไม่เคยพูดตลอด 69 ปี ไม่เคยคิดปิดบัง แต่เพราะสังคมในอดีตยังไม่เปิดกว้าง

เชฟหมึกแดง-หม่อมหลวงศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ ชื่อนี้สำหรับชาวโลกและชาวไทยเป็นที่รู้จักอย่างมาก เซเลบริตี้เชฟชื่อดัง ที่เชี่ยวชาญด้านอาหารที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย มากด้วยประสบการณ์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ อีกทั้งยังเป็นบุตรชายของ ม.ร.ว.ถนัดศรี สวัสดิวัตน์

เปิดชีวิต หมึกแดง เป็นหม่อม-เป็นเกย์ แล้วยังไง? ความลับที่ไม่เคยพูดตลอด 69 ปี

ซึ่งล่าสุด (22 มิ.ย.) เจ้าตัวได้ออกมาเปิดใจครั้งแรกถึงเรื่องราวชีวิต และตัวตนที่ชัดเจน พร้อมเปิดใจยอมรับครั้งแรกว่าเป็นเกย์ ในอดีตไม่สามารถพูดออกไปได้เพราะโตในวังและสังคมไทยในยุคนั้นยังไม่เปิดกว้างในเรื่องนี้ พร้อมตอบทุกประเด็น เคลียร์ทุกข้อสงสัยในรายการ WOODY FM

ชื่อเสียงของหมึกแดงเป็นที่รู้จักทั้งชาวโลกและพี่น้องชาวไทย ?

“Mcdang พี่เป็นคนตั้งมา แต่ว่าตั้งแต่กลับมาเมืองไทยพี่ก็เป็นเชฟหมึกแดงเราก็สร้างชื่อเสียง เสร็จแล้วทางกระทรวงการต่างประเทศเชิญให้ไปบรรยาย 6 ปีซ้อน เวลาพี่สอนทำกับข้าวจะสอนให้เข้าใจหลักการและเหตุผลการปรุงอาหาร และสอนวัฒนธรรมว่าอาหารไทยเป็นอย่างไรและประวัติศาสตร์ของอาหารไทยด้วย พี่ไปที่โรงเรียน Le Cordon Bleu ทุกปี หลังจากนั้นก็ทำหนังสือชื่อ The Principles of Thai Cookery by Chef McDang ในปี 2009 เป็นภาษาอังกฤษ”

ยังมีอะไรที่อยากทำอีกในวัย 69 ปี ?

“คุณแม่ก็เสียไปแล้ว คุณพ่อก็เสียชีวิตไปจะ 4 ปีแล้ว แต่พี่ถูกเลี้ยงมามีพ่อ 2 คน คนแรกคือ ม.ร.ว.ถนัดศรี ที่ให้กำเนิด อีกท่านหนึ่งคือ หม่อมเจ้าการวิก จักรพันธุ์ ซึ่งคุณแม่แต่งงานกับท่านทีหลัง คุณแม่เป็นนางสนองพระโอษฐ์และเป็นลูกเลี้ยงสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 ท่านเป็นน้องสาวของปู่พี่ ตอนนี้เวลาที่มีเหลือมันคือเวลาของพี่ เพราะตั้งแต่กลับมาไม่ได้เป็นหมึกแดงที่เคยเป็นสิริที่อเมริกาเลยนะ พี่ต้องขมิบ ต้องระวัง เจียมตัว แต่ตอนนี้แก่แล้ว ไม่มีแล้ว”

พี่รู้สึกเป็นตัวของตัวเองมากที่สุดในวันนี้ มากกว่าครั้งไหน ๆ ?

“ตอนที่เผาพ่อ ลงกราบพ่อแล้วบอกว่าพ่อจ๋า พ่อใช้ชีวิตที่มีความสุขมาก ๆ แล้วพ่อก็เป็นตัวอย่างที่เป็นตัวของตัวเองมาตลอด พี่ก็อยากเป็นตัวของตัวเองมาตลอด แล้วไม่เคยอยากจะโกหกหรือปิดบังอะไรเลย แต่เรื่องนี้ เพราะว่าหน้าของพ่อ เพราะว่าหน้าของแม่ เพราะว่าเราโตในวัง เราก็ต้องเก็บมันไว้ แต่ตอนนี้พ่อและแม่ไม่อยู่แล้ว เราก็ไม่ต้องเก็บ”

เพื่อนหรือคนใกล้ชิดก็จะรู้ตัวตนที่แท้จริง แต่มาถึงวันนี้พี่ไม่เคยพูดออกจากปากในสื่อใด ๆ เลย ว่าวันนี้หมึกแดงเป็น ?

“I’m Gay ทุกคนก็รู้ไง ไม่เคยปิดบัง แต่พี่ก็ต้องไว้หน้าพ่อ แต่ว่าตอนนี้เป็นอิสระแล้ว เด็กสมัยนี้นึกว่าเราปากจัด เป็นเกย์แก่ ๆ คนหนึ่ง เราไม่เคยทำอะไรที่พวกเขาเคยทำมา บอกผมทำมาก่อนที่คุณเกิดอีก ลำดับความสำคัญของชีวิตพี่ในตอนนี้คือขอทำในสิ่งที่เรามีความสุขที่จะทำ ขอให้เป็นประโยชน์แก่สังคม ขอให้ได้สอนเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกินนั่นคือเบอร์ 1 ส่วนเซ็กส์ ความรัก อะไรต่าง ๆ ไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด”

การที่เป็นเกย์ต้องเจอกับอุปสรรคอะไรบ้าง กับการที่พ่อแม่เป็นบุคคลที่คนรู้จักเยอะมากโดยเฉพาะคุณพ่อ หรือแม้กระทั่งที่โตมาในยุคนั้น ?

“สังคมยังไม่ยอมรับ มีคนมาสัมภาษณ์แล้วถามบอกว่า หมึกแดงก็ 40 กว่าแล้ว ลูกก็ไม่มี เมียก็ไม่มี คุณหมึกแดงเป็นเกย์หรือเปล่า ตอนนั้นตอบไม่ได้นะ ก็เลยบอกว่าการที่เราเป็นเกย์หรือเป็นอะไรตาม ทำให้เราเป็นคนดีมากขึ้นหรือเป็นคนดีน้อยลงหรือเปล่า ถ้าคุณตอบว่า Yes ผมจะตอบคุณ เขาก็ไม่กล้าถามแล้วล่ะ ต้องตอบเขาแบบนี้ เราไม่อยากให้มันสะท้อนให้พ่อต้องมานั่งตอบคำถาม”

เคยคุยกับพ่อเรื่องนี้ไหม แล้วพ่อรู้ใช่ไหม ?

“(หัวเราะ) พ่อเป็นคนที่ตลกที่สุดเลย เรารู้ว่าพ่อรักเรามาก เราเคยมีแฟนเป็นสาวไต้หวันชื่อ เฮเลน วู ตอนนี้ก็ยังเป็นเพื่อนกันอยู่ ตอนนั้นอายุ 21-22 ชอบเขามากแต่ตอนที่นอนกับเขามันไม่ใช่ แต่ตอนที่นอนกับผู้ชายครั้งแรกใช่เลยอันนี้ล่ะที่เราหามา เคยบอกพ่อว่าเป็นเกย์ ลูกจะไม่มีวันแต่งงานแล้วคงจะไม่มีแฟนเป็นผู้หญิง ไม่พูดมากกว่านั้น กลัวว่าพ่อจะรับไม่ได้ พ่อก็จะพูดกับทุกคนว่า มีแฟนชื่อเฮเลน จนกระทั่ง 80 ก็ยังบอกว่าพี่มีแฟนชื่อเฮเลน แต่พอเริ่มเกษียณตอนที่พ่อ 84 เด็กที่เราส่งไปดูแลพ่อ มารายการให้ฟังพ่อพูดว่า ไอ้หนูมันไม่แต่งงานหรอก มันรักงานของมันมาก แล้วมันไม่ได้ชอบผู้หญิง นั่นพ่อ 85-86 แล้วนะถึงได้ยอมรับ”

“วู้ดดี้โชคดีแต่งงานมีแฟนออกหน้าออกตาได้ สำหรับพี่ไม่เคยทำได้ พี่มาจากในวัง พี่เฝ้าเจ้านายเยอะมาก รู้จักตั้งแต่เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน จนกระทั่งแม่ค้าข้างถนน แล้วจะให้คนนี้เขาปรับตามไปกับพี่มันไม่ยุติธรรมสำหรับเขานะ พี่ถึงไม่มีอะไรที่เป็นตัวเป็นตน เพราะอยู่คนเดียวได้ และมีเพื่อนตั้งเยอะที่สนิทและรักกันได้ Positive Energy จากเขา ไม่อยากมีอารมณ์ที่ต้องหึงหวง ไม่เอาแล้ว เมื่อก่อนตอนที่อยู่เมืองนอกมีนะ แล้วหลังจากนั้นก็บอกกับตัวเองว่าไม่มีวันที่จะมีคู่”

การเปิดตัวของบุคคล LGBTQ+ มองว่าเป็นอย่างไร ?

“แล้วแต่ตัวบุคคลคนนั้น ว่าเขามีความมั่นใจในตัวเอง รู้จักตัวเองพอไหมที่จะสู้ทุกสิ่งทุกอย่างได้ สำหรับพี่เมื่อสมัยก่อนนี้มันยากเพราะว่าสังคมไม่ยอมรับ คนก็ต้องกระซิบว่ากะเทย คำนี้มันบั่นทอนมาก ไม่ชอบ ความจริงแล้วพี่ไม่ได้ตุ้งติ้งโคตรห้าวเลย มันแล้วแต่คน แล้วแต่จังหวะที่จะ Come Out เด็กสมัยนี้ Come Out ง่าย สังคมยอมรับ แล้วตอนนี้มีสาววาย ไป ๆ มา ๆ รัฐบาลจะให้ผู้ชายแต่งงานกันได้”

รู้สึกยังไงกับการแต่งงานของ LGBTQ+ ?

“พี่คิดว่ามันเป็นสิทธิที่คุณควรจะได้ ตอนนี้กระแสมาแรงมาก ทุกช่องมีแต่หนังวาย ละครวายทั้งนั้น สังคมไทยยอมรับแล้วโดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่ สมัยนี้ไปไกลแค่ไหนแล้ว เราต้องเรียนรู้ว่าโลกมันไปไกล”

ย้ายชีวิตไปอยู่เกาะเสม็ด ?

“4-5 ปีที่แล้วเก้งกับหนูเจ้าของเสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ป มาติดต่อแล้วก็ขอให้พี่ช่วยดีไซน์ครัวกลางให้หน่อย พอเสร็จแล้วเขาก็บอกว่า หาคนที่จะมารันครัวกลางไม่ได้ พี่บอกว่าเดี๋ยวทำให้ จนถึงวันนี้อยู่มา 2 ปีครึ่งแล้ว อากาศก็ดี แล้วเขาก็ให้วิลล่าพี่ที่ภารดีรีสอร์ท พอมีล็อกดาวน์โควิดมาพี่ก็ไปทุกรีสอร์ทจัดครัวให้ใหม่ทั้งหมดเลย ได้ทำเทรนนิ่งตอนนั้น สนุกมาก ๆ เราได้สอน เราได้ทำงานในสิ่งที่เราถนัด ตอนนี้เราก็ตั้งบริษัทใหม่ขึ้นมาเพื่อจะขายซอส ขายน้ำสลัด ขายอะไรต่าง ๆ ยังมีโปรเจคอีกเยอะที่ต้องทำกับทางเสม็ดรีสอร์ทกรุ๊ป ก็ดีใจที่เราแก่แล้วแต่ยังเป็นประโยชน์อยู่”

มองเรื่องความเสมอภาคของมนุษย์ว่าอย่างไร ?

“อีกไกลนะสำหรับประเทศไทย เมืองไทยยังเอา ชั้นวรรณะ ฐานะในสังคม ฐานะการเงินมาวัดว่าฉันดีกว่าเธอ แต่ทุกคนคือมนุษย์เท่าเทียมกันหมด ถ้าเรามองโลกในแง่ดีเราควรแต่มองในสิ่งที่ดีในตัวคนนั้น อย่าไปดูถูกเขาแล้วก็อย่าไปมองตัวเองว่าเราเหนือกว่า”

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...