รายงานใหม่ย้ำ แผ่นน้ำแข็ง กำลังเร่งละลายอยู่จริงๆ รวมกรุงเทพฯ ด้วย
รายงานใหม่ยืนยัน ความเร็วการละลายของแผ่นน้ำแข็งที่เร่งตัวขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกหรือคิดไปเอง แต่เป็นจริงที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน โดย 7 ปีที่ละลายเยอะสุดอยู่ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมานี้เอง และผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า “ทุกคนควรกังวล”
ในการศึกษาจากทีมนักวิทยาศาสตร์นานาชาติที่นำโดย ดร. Inès Otosaka ซึ่งวิเคราะห์ข้อมูลการละลายตั้งแต่ปี 1992 ถึง 2020 กรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาสูญเสียน้ำแข็งไปแล้ว 7,560 พันล้านตัน ซึ่งเป็นส่วนให้น้ำทะเลสูงขึ้นแล้ว 21 มิลลิเมตร
เกือบสองในสาม (13.5 มม.) เกิดจากการละลายในกรีนแลนด์ หนึ่งในสาม (7.4 มม.) เป็นผลมาจากการละลายในแอนตาร์กติก ปีที่เลวร้ายที่เกิดขึ้นในปี 2019 เมื่อแผ่นน้ำแข็งหายไปรวมกันกว่า 612 พันล้านตัน กว่า 444 พันล้านตันเกิดขึ้นในแอนตาร์กติกาที่มาจากคลื่นความร้อนผิดปกติ
การละลายนี้เพิ่มขึ้น 5 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงยุค 90 เมื่อน้ำแข็งถูกกัดเซาะโดยมหาสมุทรที่ร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ดร. Otosaka กล่าวว่านี่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรกังวล และมันจะส่งผลกระทบต่อชุมชนชายฝั่งทั้งโลก รวมถึงกรุงเทพมหานครด้วย
“ทั้งหมดนี้มีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อชุมชนชายฝั่งทั่วโลก และมีความเสี่ยงที่จะถูกน้ำท่วมและการกัดเซาะ” เขากล่าว “มันสำคัญมากที่เราจะต้องมีการประมาณการที่ชัดเจน” เพื่อการป้องกันในอนาคตรวมถึงแผนบรรเทาภัย
บทวิเคราะห์ล่าสุดจากคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ชี้ว่า กรุงเทพมหานครเสี่ยงจมน้ำในปี 50 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้มันจะไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อแล้ว ดร. Otosaka บอกว่าต้องมีนโยบายของรัฐบาลที่เข้มงวดเพื่อรับมีผลกระทบ
“ในทศวรรษที่ผ่านมา (ระดับน้ำทะเลเพิ่มขึ้น) ประมาณ 3 มม. ต่อปี ในไม่ช้าเราจะได้เห็น 4 มม. 5 มม. 6 มม.ต่อปี และนี่จะเป็นการเปลี่ยนแปลงทางจิตวิทยาครั้งใหญ่จากที่เราเคยชิน” ศาสตราจารย์ Andrew Shepherd จากมหาวิทยาลัย Northumbria กล่าว
ที่มา
Earth System Science Data : Mass balance of the Greenland and Antarctic ice sheets from 1992 to 2020
BBC : Accelerating melt of ice sheets now 'unmistakable'
National World : Accelerating melt of Earth’s ice sheets causing sea levels to rise as expert warns ‘we should be worried’
UPI : Accelerating pace of ice sheet melt a significant contributor to sea level rise
Photo : REUTERS/Pauline Askin