โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

สายฉีดชำระ ควรฉีดฝั่งไหน

Health Daily

เผยแพร่ 01 มี.ค. 2566 เวลา 09.22 น.

สายฉีดชำระ ควรฉีดฝั่งไหน

เคยสงสัยมั้ย ? ว่าการใช้ สายฉีดชำระ ควรฉีดฝั่งไหน ควรฉีดด้านหน้าหรือด้านหลัง แบบไหนที่ถูกสุขลักษณะ โดยเฉพาะผู้หญิงอย่างเรา บางคนอาจมีประสบการ์ณการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ และในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นติดเชื้อในช่องคลอด เพราะฉะนั้นวันนี้เราต้องมาทำความเข้าใจร่วมกันค่ะ Health Daily หาคำตอบมาให้เเล้วค่ะ

สายฉีดชำระ ควรฉีดจากด้านหน้า ไป ด้านหลัง

ควรจะใช้สายชำระฉีดทั้ง ผู้หญิงและผู้ชาย เนื่องจากเวลาที่เราทำความสะอาดเราควรทำควรสะอาดจากส่วนที่สะอาดมากกว่าไปหาจุดที่สะอาดน้อยกว่า ซึ่งด้านหน้าจะเป็นอวัยวะที่ใช้ในการปัสสาวะ และบริเวณด้านหลังจะใช้ในการอุจจาระ ถ้าเราฉีดสายชำระจากด้านหลัง อาจทำให้อุจจาระปนเปื้อนมาที่ช่องคลอดได้ ซึ่งจะเสี่ยงกับการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้บริเวณช่องคลอดอักเสบได้ หรือ ถ้าในผู้ชายก็อาจจะทำให้ท่อปัสสาวะอักเสบได้

สายฉีดชำระ แหล่งรวมเชื้อโรค ?

ทราบมั้ยว่า..กรมอนามัยเคยทำการสำรวจห้องน้ำสาธารณะ พบว่า มีเชื้อโรคปบเปื้อนอยู่ถึง 85 เปอร์เซ็นต์ และ บริเวณที่มีเชื้อโรคมาก จุดหนึ่ง คือ บริเวณสายชำระ มีอุจจาระปนเปื้อนอยู่ปริมาณค่อนข้างมาก ทั้งเชื้อ ก่อโรคสำคัญทั้ง อีโคไล และโคลิฟอร์ม ที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆ มากมาย

วิธีทำความสะอาดสายฉีดชำระ

  • ใช้น้ำยาสำหรับเช็ดฝาชักโครก เช็ดบริเวณหัวฉีด ในเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้ห้องน้ำสาธารณะ ให้ใช้น้ำยาสำหรับเช็ดฝาชักโครก เช็ดบริเวณหัวสายฉีดชำระ ให้ทั่วๆ
  • สำหรับสายฉีดชำระที่บ้านของเรานั้นจะมีหินปูนเกาะอยู่ค่อนข้างมาก และแม้ว่าห้องน้ำส่วนตัวจะใช้เองก็ควรที่จะทำความสะอาดเหมือนกัน ง่ายๆโดย นำน้ำส้มสายชูผสมกับน้ำเปล่า ในอัตรา 1:1 แช่ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง เมื่อครบ 2 ชม.แล้วให้ล้างน้ำเปล่า แล้วเช็ดให้แห้ง เพื่อกำจัดคราบหินปูน และเชื้อโรค
  • หากใช้ห้องน้ำสาธารณะ วิธีหลีกเลี่ยงเชื้อโรคที่ดีที่สุด ก่อนที่เราจะทำธุระส่วนตัว ให้ใช้สเปรย์เเอลกอฮอร์ฉีดทั้งบริเวณหัวฉีด เเละ ชักโครกก่อน เเล้วทิ้งไว้สัก 10-15 วินาที เเล้วค่อยทำธุระ เเละถ้าเป็นไปได้ ควรใช้ทิชชู่แทน จะดีกว่าการใช้สายฉีดชำระ

เคล็ดลับสุขภาพดีๆ ที่ Health Daily นำมาฝากหวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคนนะคะ เเละนอกจากทาง เว๊ปไซร์เเล้ว Health Daily ยังมีอีกหลากหลายช่องทางให้ได้ติดตามกัน ยังไงฝากกดติดตามด้วยนะคะ

Facebook : Health Daily

IG : healthdailycenter

Tiktok : Health Daily

WEB : www.healthdailycenter.com

ขอบคุณข้อมูลจาก Sanook

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...