โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

ฉายประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ ‘หนังเงียบ’ คู่ขนานการอนุรักษ์

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ก่อนการเริ่มขึ้นของภาพยนตร์เสียง ภาพยนตร์หรือหนังที่จัดฉาย เป็นที่ทราบกันว่าไม่มีเสียง ด้วยเพราะเทคโนโลยีในช่วงเวลานั้นไม่สามารถบันทึกเสียงลงในภาพยนตร์ได้ “หนัง” จึงไม่มีเสียงสนทนาจึงเรียกกันว่า “หนังเงียบ” ในความต่อเนื่องของการจัดฉายหนัง พาย้อนบรรยากาศชวนดูหนังเงียบคลาสสิกของโลก

แต่ทั้งนี้หนังเงียบก็ไม่ได้เงียบไปทั้งหมด หรือไม่มีเสียงใดเลย แต่เป็นการเงียบในตัวหนัง เวลาฉายหนังจะมีดนตรีเล่นประกอบหนัง อย่างเช่น เปียโน ฮาร์ป ออร์แกนเล่นบรรเลงประกอบหนัง เป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่มีมนต์เสน่ห์ เป็นคลังความรู้ต้นทางศึกษาภาพยนตร์

ในความต่อเนื่องของการฉายหนังเงียบ “เทศกาลภาพยนตร์เงียบประเทศไทย” หอภาพยนตร์(องค์การมหาชน) คัดสรรนำภาพยนตร์เรื่องพิเศษฉายพร้อมกับการนำดนตรีสดเล่นประกอบภาพยนตร์อันเป็นเอกลักษณ์ และครั้งนี้ได้พาย้อนบรรยากาศหนังเงียบ ชวนดูหนังที่ โรงหนังนางเลิ้ง”ศาลาเฉลิมธานี” โรงภาพยนตร์โครงสร้างไม้เก่าแก่และที่หอภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ศาลา ศีนิมา

ชวนค้นเรื่องน่ารู้ที่ซ่อนอยู่ในหนังเงียบ ชวนดูหนังเงียบคลาสสิกของโลก โดย สัณห์ชัย โชติรสเศรณี รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ให้ความรู้ เล่าถึงศิลปะหนังเงียบพาสัมผัสความคลาสสิกของภาพยนตร์ โดยเล่าถึงโปรแกรมในเทศกาลฯปีนี้ที่ครบรสและเข้าถึงทุกกลุ่มผู้ชมว่า หนังเงียบจากอดีตจวบปัจจุบันมีความน่าสนใจมาโดยตลอด

“ภาพยนตร์มีความคลาสสิกด้วยตัวของภาพยนตร์ เมื่อผ่านวันเวลาไป ได้ชมหนังที่มีเทคโนโลยีล้ำๆใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก มีระบบเสียงครบครัน ฯลฯ เมื่อย้อนกลับมาชมหนังเงียบจะสัมผัสได้ถึงความคลาสสิกในแง่มุมต่างๆ โดยเรียนรู้ได้จากภาพยนตร์ในหลายมิติ”

เทศกาลหนังเงียบฯจากที่กล่าวเราฉาย 2 พื้นที่โดยที่หอภาพยนตร์ในช่วงปลายเดือนนี้และต้นเดือนกันยายนที่โรงหนังนางเลิ้ง สถานที่ที่มีอายุเก่าแก่และที่สำคัญที่ผ่านมาได้ผ่านยุคหนังเงียบมาแล้วเลือกจัดฉายที่นี่เพื่อชวนสัมผัสบรรยากาศประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ พาย้อนไปยังยุคหนังเงียบ ขณะเดียวกันจัดฉายที่หอภาพยนตร์เพื่อได้สัมผัสอีกบรรยากาศ โดยทั้งสองสถานที่แสดงดนตรีสดประกอบการฉายหนัง รายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเวปไซต์ของเรา

ทั้งนี้หากย้อนกลับไปทำความรู้จักกับหนังเงียบ รองผู้อำนวยการหอภาพยนตร์ คุณสัณห์ชัย ให้มุมมองโดยอธิบายเพิ่มว่า หนังที่เกิดขึ้นในยุคแรกไม่มีเสียง เป็นการบันทึกภาพเคลื่อนไหวได้ก่อน ส่วนเมื่อนำออกฉายก็จะดูเงียบๆ จึงนำดนตรีมาเล่นประกอบ เกิดเป็นการเล่นดนตรีสดประกอบหนังเงียบ โดยเทศกาลหนังเงียบฯที่ผ่านมาเราก็ได้นำธรรมเนียมนี้มา มีนักดนตรีมาเล่นดนตรีประกอบผู้ชมก็จะได้ดูหนังและฟังดนตรีไปพร้อมกัน

ด้วยความที่หนังไม่มีเสียง บทพูดบทสนทนาในหนังก็สั้นๆ การสื่อสารด้วยภาพจึงมีความสำคัญ หนังเงียบจึงเป็นพื้นฐานการใช้ภาพสื่อความหมาย เพื่อให้ผู้ชมดูแล้วมีความเข้าใจโดยไม่ต้องฟังเสียงก็รู้เรื่อง การวางภาพไม่ว่าจะเป็นโคลสอัพการสื่อสารแสดงอารมณ์ความรู้สึก ร้องไห้ ดีใจ ฯลฯ สิ่งเหล่านี้นี้เกิดขึ้นนับแต่ยุคหนังเงียบ ยุคเริ่มต้นของภาพยนตร์

“ปัจจุบันหนังเงียบไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นปรกติเหมือนหนังทั่วไป อาจมีสร้างขึ้นบ้างกรณีที่นำกลับมาสร้างเพื่อย้อนอดีต แต่หนังเงียบยังคงถูกนำมาใช้ศึกษาเสมอ ยังคงเป็นต้นทางของการเรียนรู้ศาสตร์ภาพยนตร์ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ภาษาภาพยนตร์ การตัดต่อภาพ การใช้มุมภาพ ฯลฯ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังเงียบหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นตัวอย่างชั้นดีในการนำไปศึกษาต่อ”

จากที่กล่าวหนังไม่มีเสียงสนทนา แต่สามารถสื่อสารกับผู้ชม เล่าเรื่องได้อย่างน่าชื่นชม ดังนั้นพื้นฐานของการเล่าเรื่องด้วยภาพไม่ว่าจะถูกส่งต่อมาเป็นคลิปสั้น ละคร ฯลฯ สามารถเรียนรู้ได้จากหนังเงียบได้ชัดเจนหนังเงียบจึงถูกนำมาใช้ นำมาฉายในห้องเรียนเสมอๆ ยังคงมีพลัง มีความสำคัญยังคงนำมาฉายชมกันในปัจจุบัน

แต่แม้หนังเงียบจะไม่ห่างหายไปไหน ยังมีการนำออกมาฉายกันอยู่ก็มีทั้งเรื่องที่เป็นที่รู้จักได้รับความนิยม ขณะที่บางเรื่องอาจถูกลืมไป หอภาพยนตร์และเทศกาลหนังเงียบฯ เราจึงพยายามสืบค้นเฟ้นหาหนังที่ต่างไปจากที่รู้จักกัน นำมาจัดฉาย เพิ่มโอกาสการชม การเข้าถึงหนัง ได้เห็นคุณค่าความสำคัญ เป็นแรงบัลดาลใจและเป็นการอนุรักษ์หนังไปในโอกาสเดียวกัน

“เทศกาลภาพยนตร์เงียบประเทศไทยครั้งที่ 10 ครั้งนี้ยังคงยกขบวนหนังเงียบคลาสสิกของโลกนำมาขึ้นจอใหญ่ ฉายให้ชม ซึ่งครั้งนี้มีความหลากหลายและครบรสทั้งสองสถานที่โดยเริ่มต้นเทศกาลฯที่ โรงภาพยนตร์ศาลาศีนิมา โดยมี สตีเฟน ฮอร์น นักเปียโนชาวอังกฤษที่ได้รับการยกย่องในฐานะนักดนตรีประกอบภาพยนตร์เงียบระดับแนวหน้าของโลกซึ่งในเทศกาลฯครั้งที่ 2 ได้ฝากฝีมือให้ชมมาแล้วครั้งหนึ่ง ครั้งนี้กลับมาบรรเลงดนตรีให้ฟังสดอีกครั้ง รวมถึงมีผลงานประพันธ์ดนตรีนำมาฉายประกอบร่วมด้วย”

หนังตลก “Our Hospitality” ผลงานของราชาตลกหน้าตาย บัสเตอร์ คีตัน ที่เป็นก้าวสำคัญให้พิสูจน์ฝีมือ คีตันได้ยกระดับการสร้างเสียงหัวเราะให้มีมิติยิ่งขึ้นด้วยการผูกมุกตลกให้กลมกลืนไปกับสถานการณ์และตัวละคร เพื่อดึงดูดผู้ชมให้อินไปกับเรื่องราวตั้งแต่ต้นจนจบ โดยหนังหยิบยกตำนานความบาดหมางอันโด่งดังของสองตระกูลมาดัดแปลงโดยย้อนเวลากลับไปในทศวรรษ 1830 ท่ามกลางยุคบุกเบิกเส้นทางรถไฟของอเมริกาฯลฯ เป็นหนึ่งเรื่องในโปรแกรม

ภาพยนตร์สั้นสุดน่ารักชุด BABY PEGGY เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่แสดงดนตรีประกอบสด โดยรวมผลงานการแสดงสามเรื่องของเบบี้ เป็กกี้ ดาราเด็กผู้โด่งดังที่สุดในยุคหนังเงียบได้แก่ “A Muddy Bride” , “The Kid Reporter”) และ “Peg O’ The Mounted” หนังชีวิตผลงานการแสดงของแอนนา เมย์ หว่อง นักแสดงอเมริกันเชื้อสายจีนคนแรกของฮอลลีวู้ดมาฉายให้ชม

ขณะที่หนังเงียบสารคดี “Grass: A Nation’s Battle For Life” โดย เมเรียน ซี. คูเปอร์ และ เออร์เนสต์ บี.โชดแซ็ก นำเสนอภาพสะท้อนแห่งความกล้าหาญและจิตวิญญาณอันเด็ดเดี่ยว โดยการกลับมาในฉบับบูรณะใหม่ ความยาวเต็มเรื่องครั้งนี้ พาผู้ชมตื่นตะลึงไปกับความงามของงานภาพ และการผจญภัยที่ลุ้นระทึก

หนังเงียบเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงภาพยนตร์แต่คือบทบันทึกการดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดอันเหนือกาลเวลา เป็นผลงานชิ้นเอกสุดคลาสสิกจากฝีมือของสามนักสร้างหนังระดับตำนานที่โลกไม่ควรลืมเลือน ฯลฯ และนอกจากการแสดงดนตรีประกอบสดในโปรแกรมที่หอภาพยนตร์ ยังมีหนังเงียบที่ฉายพร้อมดนตรีประกอบที่บันทึกเสียง ประพันธ์ดนตรีโดยนักเปียโนสตีเฟน ฮอร์น อย่าง “Stella Dallas” หนังเงียบจากนวนิยายอเมริกันเรื่องดัง ว่าด้วยแม่ผู้ยอมสละทุกอย่างเพื่ออนาคตของลูกสาว และหนังโรแมนติกดรามา “The Manxman” เรื่องราวเกี่ยวกับความรักต้องห้ามระหว่างเพื่อนรักที่ท้าทายความซื่อสัตย์ มิตรภาพ และศีลธรรม

ส่วนที่ โรงหนังนางเลิ้ง ฉายหนังเงียบหลายอรรถรสเช่นกัน มีทั้งเรื่องที่ฉายที่โรงภาพยนตร์ศาลาศีนิมา ทั้งแสดงดนตรีสดโดยนักดนตรีชาวไทย และฉายหนังเงียบระดับตำนานเรื่อง ช้าง หรือ Chang: A Drama of the Wilderness”ที่ถ่ายทำในเมืองไทย โดยหนังเงียบช้างนำเสนอภาพวิถีชีวิตอันน่าทึ่งของชาวพื้นเมืองสยามที่ลงหลักปักฐานอยู่ริมชายป่าการเผชิญหน้ากับความดุร้ายของเสือและฝูงช้างป่าขนาดยักษ์

“ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่เพียงถ่ายทอดการเอาชีวิตรอด แต่ยังเผยให้เห็นถึงภูมิปัญญาอันชาญฉลาดของชาวบ้าน ทั้งการสร้างกับดักจับเสือ และการต้อนฝูงช้างป่า เพื่อนำมาฝึกฝนให้เชื่องและเป็นแรงงานถ่ายทำในสถานที่จริงทั้งในจังหวัดน่านและบางจังหวัดทางภาคใต้ โดยใช้นักแสดงที่เป็นชาวพื้นถิ่นโดยเฉพาะเป็นผลงานยิ่งใหญ่ที่บันทึกวิถีชีวิตจริงของชาวสยามเอาไว้บนแผ่นฟิล์มฯลฯ” ส่วนหนึ่งจากหนังเงียบที่ฉายประวัติศาสตร์ภาพยนตร์

บอกเล่าเสน่ห์หนังเงียบที่มีคุณค่าของการอนุรักษ์ภาพยนตร์

พงษ์พรรณ บุญเลิศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...