โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

AI Boot Camp บูม! นายจ้างต้องการทักษะ AI พุ่งเกือบ 3 เท่า คนทำงานแห่อัปสกิลรับตลาดงานเปลี่ยน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 สิงหาคม 2569 เวลา 21.05 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กระแส AI ดันหลักสูตรระยะสั้นโตแรง จากสัดส่วนเพียง 2% ของตลาดประกาศนียบัตรวิชาชีพในปี 2565 สู่เกือบ 1 ใน 3 ในปี 2569 หลังนายจ้างต้องการแรงงานที่มีทักษะ AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

วันที่ 8 สิงหาคม 2569 เวลา 21.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดการศึกษาและการพัฒนาทักษะแรงงานในสหรัฐ อย่างรวดเร็ว เมื่อคนทำงานจำนวนมากเร่งเรียนหลักสูตรระยะสั้นหรือ “AI Boot Camp” เพื่อเพิ่มทักษะและสร้างความได้เปรียบในตลาดงาน ท่ามกลางความกังวลว่า AI อาจเข้ามาเปลี่ยนรูปแบบการทำงานเร็วกว่าที่คาดการณ์

ข้อมูลจาก National Association of Colleges and Employers ระบุว่า จำนวนนายจ้างที่คาดหวังให้พนักงานระดับเริ่มต้นมีความสามารถด้าน AI เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่านับตั้งแต่ช่วงฤดูใบไม้ร่วงปีที่ผ่านมา ขณะที่รัฐบาลสหรัฐกำลังสนับสนุนให้สถาบันการศึกษาและภาคธุรกิจเปิดหลักสูตรฝึกอบรม AI เพิ่มขึ้น

ตัวอย่างหนึ่งคือ Frederick Duff วัย 57 ปี ซึ่งเคยทำงานเป็นนายหน้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยในรัฐโอไฮโอมานานหลายปี ก่อนรู้สึกว่าเส้นทางอาชีพเริ่มหยุดนิ่ง เขาเคยคิดจะกลับไปเรียนต่อ แต่เนื่องจากมีปริญญา MBA อยู่แล้วและไม่ต้องการเสียทั้งเวลาและเงินไปกับการเรียนกฎหมาย จึงเลือกสมัครหลักสูตรออนไลน์แบบไม่รับปริญญาเพื่อศึกษา AI ซึ่งเขามองว่าจะมีความสำคัญต่อตลาดแรงงานมากกว่า

จาก 2% สู่เกือบ 1 ใน 3 ของตลาดหลักสูตรวิชาชีพ

ความต้องการเรียน AI เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับความกังวลของแรงงานต่อผลกระทบของเทคโนโลยี โดยข้อมูลจาก Revelio Labs ระบุว่า ในปี 2565 ก่อนการเปิดตัว ChatGPT หลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับ AI มีสัดส่วนเพียง 2% ของตลาดประกาศนียบัตรวิชาชีพ แต่ภายในปี 2569 หลักสูตร AI ระยะสั้นหรือ Boot Camp เพิ่มขึ้นจนมีสัดส่วน เกือบ 1 ใน 3 ของตลาด

มหาวิทยาลัยหลายแห่งจึงเร่งเปิดหลักสูตรตั้งแต่การใช้เครื่องมือ AI สำหรับวางกลยุทธ์ธุรกิจ Machine Learning ไปจนถึงหลักสูตรเร่งรัดเกี่ยวกับ Large Language Models (LLMs) โดยมีกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง วิศวกรซอฟต์แวร์ ไปจนถึงคนทั่วไปที่ต้องการเพิ่มโอกาสในการทำงาน

กระแสดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับยุคเฟื่องฟูของ Coding Boot Camp ในช่วงต้นทศวรรษ 2010 ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่มหาวิทยาลัยแบบดั้งเดิมปรับตัวเปิดหลักสูตรวิทยาการคอมพิวเตอร์ได้ไม่ทันกับความต้องการของตลาด

มหาวิทยาลัยเห็น AI เป็นทั้ง “ทักษะใหม่” และแหล่งรายได้ใหม่

สำหรับมหาวิทยาลัย การเปิดหลักสูตร AI ไม่ได้ตอบโจทย์เพียงการเตรียมนักศึกษาเข้าสู่ตลาดงาน แต่ยังกลายเป็นโอกาสสร้างรายได้ใหม่ในช่วงที่สถาบันอุดมศึกษาสหรัฐ เผชิญแรงกดดันจากจำนวนนักศึกษาที่ลดลง ความสนใจของนักศึกษาต่างชาติที่เปลี่ยนไป ความเสี่ยงต่อหลักสูตรบัณฑิตศึกษาที่มีค่าใช้จ่ายสูง และความไม่แน่นอนของงบวิจัยจากรัฐบาลกลาง

ข้อมูลปี 2568 จาก Credential Engine ระบุว่า สหรัฐ มีหลักสูตรประกาศนียบัตรเกือบ 2 เท่าของจำนวนหลักสูตรปริญญา ขณะที่ข้อมูลจาก Burning Glass Institute ระบุว่า AI มีสัดส่วนประมาณ 16% ของประกาศนียบัตรทั้งหมดที่ออกในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจากเพียงกว่า 1% ในปี 2565

Georgia Institute of Technology เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่เปิด Microcredential ด้าน AI หลายหลักสูตร ครอบคลุมทั้งวิศวกรรม การศึกษา และบริหารธุรกิจ และกำลังเตรียมเปิดหลักสูตรปริญญาโทด้าน AI ที่เรียนผ่านออนไลน์ทั้งหมด

รัฐบาลสหรัฐอัดเงินสนับสนุนหลักสูตรระยะสั้น

นโยบายของรัฐบาลสหรัฐฯ ยังเป็นอีกแรงผลักดันสำคัญ โดย Workforce Pell Grant เปิดให้นักศึกษาที่เรียนหลักสูตรสั้นเพียง 8 สัปดาห์ สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือทางการเงินได้เป็นครั้งแรกในปีนี้

กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐฯ ยังจัดสรรเงิน โครงการละ 50 ล้านดอลลาร์ ให้กับโครงการสนับสนุนใหม่ 2 โครงการที่มุ่งเน้นการฝึกอบรม AI และหลักสูตรประกาศนียบัตรระยะสั้น

แต่เรียน AI แล้วอาจไม่ได้แปลว่าจะมีงานรองรับ

แม้ตลาดหลักสูตร AI กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ยังมีคำถามสำคัญว่า ทักษะที่ผู้เรียนได้รับจะตรงกับความต้องการของตลาดแรงงานในอนาคตหรือไม่

ข้อมูลล่าสุดชี้ว่า การว่างงานที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุ 18-24 ปีมีสาเหตุจาก การชะลอตัวของการจ้างงานมากกว่าการขาดทักษะ AI ขณะที่ Erik Leiden จาก Burning Glass Institute เตือนว่า AI Boot Camp จำนวนมากที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้สอดคล้องกับตำแหน่งงานที่มีอยู่จริงในปัจจุบัน

นอกจากนี้บางหลักสูตรยังสร้างขึ้นโดยยึดเครื่องมือของบริษัท AI รายใดรายหนึ่ง เช่น Anthropic, Google, Microsoft หรือ OpenAI เป็นหลัก ซึ่งอาจทำให้ทักษะที่เรียนมาไม่ตรงกับงานที่ใช้แพลตฟอร์มอื่น

Leiden เปรียบตลาด AI Boot Camp ในปัจจุบันว่าเป็นเสมือน “Wild West” เนื่องจากยังมีกฎระเบียบกำกับดูแลไม่มาก และผลลัพธ์ด้านการจ้างงานของแต่ละหลักสูตรแตกต่างกันอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อบริษัทการศึกษาแสวงหากำไรจำนวนมากกำลังเข้ามาเปิดหลักสูตรแข่งขันในตลาด

หลักสูตรเริ่มแข่งกันถูก บางแห่งเรียนฟรี

การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นทำให้ค่าเรียน AI มีตั้งแต่หลักสิบไปจนถึงหลายพันดอลลาร์ โดย Temple University เปิดหลักสูตร AI ระยะหนึ่งภาคการศึกษาในราคา 495 ดอลลาร์ ขณะที่ University of Texas at San Antonio มีหลักสูตรเรียนด้วยตนเองราคาเพียง 49 ดอลลาร์ และ University of Maryland มีหลักสูตรประกาศนียบัตรให้เรียนฟรี

ด้าน Purdue University มีหลักสูตรตั้งแต่ไม่กี่วัน ราคาเริ่มต้น 99 ดอลลาร์ ไปจนถึงหลักสูตรหลายเดือนที่มีค่าใช้จ่ายหลายพันดอลลาร์ โดย AI Microcredential ของ Purdue ยังเป็นหลักสูตรประเภทนี้แห่งแรกที่ได้รับการรับรองจาก ABET เมื่อปีที่ผ่านมา

ภายในเวลาไม่ถึง 2 ปี มีผู้สมัครเรียนหลักสูตร AI ของ Purdue แล้วมากกว่า 7,500 คน เทียบกับนักศึกษาปีหนึ่งทั้งหมดของมหาวิทยาลัยในปีการศึกษาที่ผ่านมาประมาณ 9,000 คน และมหาวิทยาลัยยังอยู่ระหว่างพัฒนาประกาศนียบัตรด้าน AI เพิ่มอีกหลายสิบหลักสูตร

Dimitrios Peroulis ผู้บริหารของ Purdue ระบุว่า ความต้องการของนายจ้างกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว หลายบริษัทไม่ได้ต้องการให้พนักงานใช้เวลา 1-2 ปีในการเพิ่มทักษะ แต่ต้องการให้สามารถ Upskill ได้ภายในเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของ Duff ซึ่งเรียนหลักสูตร AI มาแล้ว 5 หลักสูตรในช่วง 5 ปี สะท้อนอีกด้านหนึ่งของกระแสนี้ เขามองว่าคุณภาพและความเข้มข้นของหลักสูตรแตกต่างกันมาก และบางหลักสูตรแทบเป็นเพียงการสอนเขียน Prompt เท่านั้น ดังนั้นผู้เรียนจำเป็นต้องพิจารณาให้ชัดว่าต้องการอะไรจากหลักสูตรก่อนตัดสินใจสมัคร

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...