โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รัฐบาลอัดงบ 4,452 ล้านบาท ลงกองทุนหมู่บ้าน ดัน“ดอกเบี้ยคนละครึ่ง”

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายกรัฐมนตรีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” เดินหน้าจัดสรรงบกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ 79,610 กองทุน มุ่งเพิ่มโอกาสประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบด้วยต้นทุนที่เหมาะสม นำไปต่อยอดอาชีพ สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ

วันนี้ (10 ส.ค. 69) ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ซึ่งรัฐบาลจัดทำขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม และสามารถนำเงินทุนไปใช้ประกอบอาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดกิจการ รวมถึงลดการพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ

สำหรับโครงการดังกล่าว รัฐบาลจัดสรรงบประมาณกว่า 4,452 ล้านบาท ผ่านกองทุนหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 79,610 กองทุน เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียนให้กับสมาชิกกองทุนในระดับพื้นที่ ให้สามารถนำเงินทุนไปต่อยอดการประกอบอาชีพ การค้าขาย การลงทุนขนาดเล็ก ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ครัวเรือน โดยมีภาระดอกเบี้ยลดลงตามแนวทางของโครงการ

ก่อนเริ่มพิธีเปิด ผู้เข้าร่วมงานได้ยืนสงบนิ่งเพื่อถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ประชาชนไม่ขาดความสามารถแต่ขาดทุนตั้งต้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน ควบคู่กับการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก เนื่องจากประชาชนจำนวนไม่น้อยมีความสามารถและมีอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ แต่ติดข้อจำกัดสำคัญคือ ขาดเงินทุนตั้งต้นและไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้

ข้อจำกัดดังกล่าวอาจทำให้ประชาชนบางส่วนต้องหันไปพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ ซึ่งมาพร้อมภาระดอกเบี้ยที่สูงและอาจกลายเป็นปัญหาหนี้สินที่กระทบต่อรายได้และคุณภาพชีวิตของครัวเรือนในระยะยาว

นายกรัฐมนตรีระบุว่า โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” จึงมีเป้าหมายที่จะนำเงินทุนเข้าไปใกล้ประชาชนมากขึ้น ผ่านกลไกของ กองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน และนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการประกอบอาชีพได้อย่างเหมาะสม

อัดเงินกว่า 4.4 พันล้านหวังเปลี่ยนเป็นอาชีพและรายได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เงินงบประมาณกว่า 4.4 พันล้านบาท ที่รัฐบาลจัดสรรลงไปในกองทุนทั่วประเทศ ไม่ควรถูกมองเพียงว่า เป็นการเพิ่มเงินให้กับกองทุน แต่ต้องนำไปสู่การสร้างประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนในพื้นที่

โดยเฉพาะการเปลี่ยนเงินทุนดังกล่าวให้เป็น ทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เพื่อให้ประชาชนที่มีความตั้งใจประกอบอาชีพสามารถเริ่มต้นหรือขยายกิจการได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบเป็นทางเลือกแรก

“เป้าหมายของรัฐบาล คือ ทำให้คนที่อยากทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงทุนในระบบ ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยหนี้นอกระบบ เงินกว่า 4.4 พันล้านบาทที่ลงไปในกองทุนทั่วประเทศ จึงไม่ใช่เพียงการเติมเงินให้กองทุน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อคนตัวเล็กเข้าถึงทุนได้ เศรษฐกิจฐานรากก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน” นายกรัฐมนตรี ด้วย

กองทุนชุมชนต้องเป็นกลไกการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง

นายอนุทิน กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลต้องการให้กองทุนหมู่บ้านและกองทุนชุมชนเมือง ทำหน้าที่เป็นกลไกทางการเงิน ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้จริง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบอาชีพรายย่อยและประชาชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงสินเชื่อจากสถาบันการเงินทั่วไป
การดำเนินโครงการจึงมุ่งลดช่องว่างในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และสร้างทางเลือกให้กับประชาชนที่อาจจำเป็นต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ ให้สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินที่มีความเป็นธรรมและเหมาะสมมากขึ้น

นายกรัฐมนตรียังได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งผลักดันโครงการให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึง ดูแลให้การจัดสรรเงินทุนเกิดประโยชน์กับสมาชิกกองทุนอย่างแท้จริง และติดตามผลการดำเนินงานให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับครัวเรือนและชุมชน

นายกฯ เยี่ยมชมนิทรรศการผลิตภัณฑ์ชุมชน

ภายหลังพิธีเปิด นายกรัฐมนตรีได้เยี่ยมชมนิทรรศการและบูธของตัวแทนกองทุนหมู่บ้านจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งนำผลิตภัณฑ์และสินค้าชุมชนมาจัดแสดง ทั้งงานฝีมือ อาหาร ของดีประจำถิ่น และผลิตภัณฑ์สมุนไพร

การจัดแสดงดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของประชาชนในระดับชุมชน ที่สามารถนำทุนไปต่อยอดเป็นอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าในท้องถิ่น ตลอดจนก่อให้เกิดรายได้และกิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนเวียนภายในพื้นที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...