‘เดชรัต’ จับได้เบอร์ 4 คิกออฟชิงนายก อบจ.นนทบุรี
‘เดชรัต’ จับได้เบอร์ 4 คิกออฟชิงนายก อบจ.นนทบุรี ลุยเดินสาย 30 วันพบชาวนนท์ทุกพื้นที่
วันที่ 20 สิงหาคม 2569 ที่สำนักงาน อบจ.นนทบุรี ศูนย์ราชการจังหวัดนนทบุรีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน ร่วมเดินทางมาเป็นสักขีพยานในการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ.นนทบุรี ของ ‘นายเดชรัต สุขกำเนิด’ ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี พรรคประชาชน พร้อมร่วมลุ้นการจับสลากหมายเลข ท่ามกลางประชาชนและผู้สนับสนุนที่มารอต้อนรับและให้กำลังใจจำนวนมาก โดยเดชรัตจับสลากได้หมายเลข 4
หลังเสร็จสิ้นกระบวนการสมัคร นายเดชรัต ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยระบุว่า จากนี้มีเวลาหาเสียง 30 วัน ตนจะใช้เวลาทุกวันให้คุ้มค่าที่สุดในการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างทั่วถึง ร่วมกับ สส. และผู้สมัคร สจ. ของพรรคในแต่ละพื้นที่ โดยจะเริ่มต้นวันแรกที่อำเภอไทรน้อยและอำเภอบางบัวทอง ก่อนหมุนเวียนไปจนครบทุกพื้นที่ทั่วทั้งจังหวัด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการแข่งขันกับกลุ่มการเมืองที่มีฐานเสียงในจังหวัดนนทบุรีมาอย่างยาวนาน นายเดชรัตระบุว่า ตนไม่ได้กังวลในเรื่องดังกล่าว สิ่งที่กังวลมากกว่าคือการรับรู้ของประชาชนเกี่ยวกับวันเลือกตั้ง จึงขอเชิญชวนชาวนนทบุรีร่วมกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งนายก อบจ. ในวันที่ 20 กันยายนนี้ให้มากที่สุด ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาชาวนนทบุรีต้องเผชิญกับข่าวเศร้าหลายเหตุการณ์ ตนจึงอยากให้วันเลือกตั้งเป็นวันที่ทุกคนมาร่วมผนึกกำลังเพื่อเปลี่ยนจังหวัดนนทบุรี ไม่ว่าจะตัดสินใจเลือกตนหรือผู้สมัครคนใด สิ่งสำคัญคือการออกมาใช้สิทธิเพื่อแสดงพลังว่านนทบุรีพร้อมจะเดินหน้าต่อไป
นายเดชรัตกล่าวต่อไปว่า สำหรับด้านนโยบาย พรรคประชาชนเตรียมเผยแพร่รายละเอียด 20 นโยบายผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือเรื่องการศึกษา ซึ่งตนพร้อมที่จะสานต่อสิ่งที่ อบจ.นนทบุรีทำไว้ดีอยู่แล้ว ดังนั้น กระแสข่าวที่ว่าหากพรรคประชาชนเข้ามาบริหารแล้วจะตัดเงินช่วยเหลือหรือทำให้บุคลากรตกงานนั้นไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน ตนรับราชการเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเกือบ 30 ปี ย่อมเข้าใจถึงคุณค่าและความสำคัญของการศึกษาเป็นอย่างดี อีกทั้งลูกของตนก็เคยศึกษาในโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.นนทบุรีเช่นกัน
นอกจากการสานต่อสิ่งเดิมแล้ว ยังจำเป็นต้องเพิ่มเติมระบบดูแลสุขภาพจิต ท่ามกลางภาวะสังคมที่สร้างความกดดันให้ทั้งนักเรียน ผู้ปกครอง และครู โดยตั้งเป้าดำเนินมาตรการให้ทุกคนสามารถเข้าถึงคำปรึกษาและความช่วยเหลือได้ภายใน 30 วันแรกของการทำงาน รวมถึงนโยบาย “นนท์ค้นฝัน” เติมเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนชาวนนทบุรีได้ค้นหาความฝันและเติบโตตามศักยภาพ ตลอดจนการสนับสนุนผู้ประกอบการ SME เนื่องจากนนทบุรีถือเป็นเมืองหลวงของ SME แต่ปัจจุบันผู้ประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจที่ยากลำบาก อบจ. จึงควรเข้ามามีบทบาทช่วยเหลืออย่างจริงจัง รวมทั้งภาคการเกษตร ซึ่งแม้นนทบุรีจะขยายตัวเป็นเมืองและพื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น แต่ก็ต้องรักษาภาคเกษตรกรรมไว้ให้เป็นอัตลักษณ์ของจังหวัดต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นการไม่มีประสบการณ์ลงสมัครในสนามท้องถิ่นมาก่อน นายเดชรัตกล่าวว่า พรรคประชาชนทำงานกันเป็นทีม มีทั้งผู้บริหารท้องถิ่นระดับ อบจ. เทศบาล สจ. และ สส. ที่มีประสบการณ์ ความมั่นใจของตนจึงไม่ได้เกิดจากการทำงานเพียงคนเดียว แต่เกิดจากศักยภาพและประสบการณ์ของทีมทั้งหมด ประกอบกับประสบการณ์ส่วนตัวที่เคยทำงานร่วมกับหลายพื้นที่และศึกษานวัตกรรมจากต่างประเทศ ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนานนทบุรีได้ทันที
ส่วนกรณีที่มีการนำประวัติและจุดยืนทางการเมืองของตนในอดีตมาเป็นประเด็นนั้น นายเดชรัต มองว่า ประชาชนมีสิทธิตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของตนทั้งในทางการเมืองและด้านอื่นๆ ตราบใดที่ไม่ใช่การนำเสนอข้อมูลเท็จ หากประชาชนเห็นว่าการตัดสินใจในอดีตของตนมีข้อผิดพลาด ก็มีสิทธิท้วงติงหรือต่อว่าได้ ซึ่งตนไม่เคยมองว่าเป็นการกระทำที่เกินเลย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมาของตนอยู่ในกรอบประชาธิปไตยมาโดยตลอด และจากนี้ก็จะยังคงมุ่งมั่นทำงานการเมืองด้วยแนวทางดังกล่าวต่อไป โดยไม่ต้องการสร้างการปะทะหรือทำให้เกิดความรู้สึกว่าพรรคประชาชนกำลังเข้ามายึดเมืองนนท์
“พรรคประชาชน เราเป็นอิฐสีส้มที่จะเข้ามาปูทางให้เมืองนนทบุรีดีขึ้น และทุกคนอยู่ร่วมกันได้ ทุกสีสามารถเติบโตไปด้วยกันได้ในนนทบุรี” นายเดชรัต กล่าว