โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

'เอกนิติ' ดัน BOI to IPO ปั้นบริษัทเทคโนโลยีเข้าตลาดหุ้นไทย

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 17 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานงาน SET Sustainability Forum #2/2026 พลิกความผันผวนของโลกสู่ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ของ Supply Chain ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญคลื่นการลงทุนครั้งใหญ่ ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับช่วงทศวรรษ 1980 โดยมีแรงหนุนจากการปรับห่วงโซ่อุปทานโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้นักลงทุนมองประเทศไทยเป็น "พื้นที่ปลอดภัย" ที่สามารถทำธุรกิจและค้าขายกับทุกขั้วอำนาจได้

"จากการเดินทางไปหารือนักลงทุนทั้งในจีน สหรัฐอเมริกา และเวที World Economic Forum ทุกฝ่ายมองเห็นโอกาสของประเทศไทยอย่างชัดเจน วันนี้ไทยกำลังอยู่ในช่วงที่กระแสการลงทุนกำลังไหลเข้ามาอย่างมาก" นายเอกนิติ กล่าว

Thailand Fast Pass เปลี่ยน BOI เป็นการลงทุนจริง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา คำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงสุดในรอบหลายปี

รัฐบาลจึงผลักดันนโยบาย Thailand Fast Pass เพื่อเร่งรัดการอนุมัติและปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ ให้เม็ดเงินที่ได้รับอนุมัติสามารถเปลี่ยนเป็นการลงทุนจริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนในไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวเป็นเลขสองหลัก หรือมากกว่า 10%

"เป้าหมายของรัฐบาลไม่ใช่เพียงการอนุมัติการลงทุน แต่ต้องทำให้โรงงานเกิดขึ้นจริง การจ้างงานเกิดขึ้นจริง และเศรษฐกิจเติบโตจากการลงทุนเหล่านั้น" นายเอกนิติ กล่าว

ดัน BOI to IPO ปั้นบริษัทเทคโนโลยีเข้าตลาดหุ้นไทย

อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญ คือ BOI to IPO ซึ่งมีเป้าหมายผลักดันบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แทนการเลือกเข้าระดมทุนในตลาดทุนต่างประเทศ

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศไทยต้องการเพิ่ม "ของใหม่" ให้กับตลาดทุน โดยเฉพาะบริษัทด้านเทคโนโลยี AI ดิจิทัล และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อยกระดับโครงสร้างตลาดทุนให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจยุคใหม่

"ถ้าบริษัทเหล่านี้มาตั้งฐานการผลิตในไทย แต่เลือกไปจดทะเบียนในต่างประเทศ ประเทศไทยก็จะเสียโอกาสในการสร้างความมั่งคั่งให้กับตลาดทุนของเรา"

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ ผู้ผลิต Optical Transceiver ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับระบบ AI และ Data Center ระดับโลก ที่ปัจจุบันมีฐานการผลิตใหญ่ที่สุดของโลกอยู่ในจังหวัดสระบุรี และกำลังขยายการลงทุนไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

กระทรวงการคลังได้หารือกับบริษัทดังกล่าวเพื่อเชิญชวนให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทย แทนการเลือกเข้าตลาดทุนฮ่องกง เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายโรงงานในประเทศไทยอยู่แล้ว การระดมทุนในประเทศจะช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และสอดคล้องกับแหล่งเงินลงทุนที่ใช้ภายในประเทศ

เตรียม Fast Track เข้าตลาดหุ้น

นายเอกนิติ กล่าวว่า กระทรวงการคลังเสนอให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจัดทำระบบ Fast Track สำหรับบริษัทในโครงการ BOI to IPO เพื่อเร่งกระบวนการเข้าจดทะเบียนของบริษัทที่มีศักยภาพสูง

"ตลาดหลักทรัพย์ต้องทำหน้าที่เป็นกองกลาง สนับสนุนให้บริษัทที่เป็นกองหน้าสามารถเติบโตและแข่งขันได้อย่างเต็มที่"

เชื่อมบริษัทใหญ่สู่ SME ผ่านดิจิทัล

นายเอกนิติ กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ดังกล่าวไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ แต่ต้องการให้บริษัทเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "พี่ใหญ่" เชื่อมโยงผู้ประกอบการ SME ไทยเข้าสู่ Supply Chain โลก

รัฐบาลจะผลักดันการใช้ระบบดิจิทัล เช่น e-Tax Invoice และ PromptBiz เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการค้าระหว่างผู้ประกอบการ พร้อมใช้มาตรการภาษีเป็นแรงจูงใจ ทั้งการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Refund) ที่รวดเร็วขึ้นสำหรับผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบดิจิทัลอย่างครบวงจร

ตั้งเป้ารายได้สูงใน 12 ปี

ทั้งนี้ รัฐบาลร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ได้กำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูงภายใน 12 ปี และในระยะ 4 ปี ตั้งเป้ายกระดับอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศจากอันดับ 26 ขึ้นสู่ 20 อันดับแรกของโลกพร้อมผลักดันอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาว (Potential GDP Growth) ให้สูงกว่า 3%

ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้กำหนด 7 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ ได้แก่ เกษตรและอาหารมูลค่าสูง ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและ AI อุตสาหกรรม Wellness การท่องเที่ยวคุณภาพสูง Creative Economy และเศรษฐกิจชุมชน ควบคู่กับการปลดล็อก Direct PPA และ Third Party Access เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของนักลงทุนทั่วโลก

นอกจากนี้ ยังเดินหน้าดึงการลงทุนใน Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมต้นน้ำด้าน AI พร้อมผลักดันการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาบุคลากรผ่านความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย

"วันนี้กระแสโลกมาที่ประเทศไทยจริง ๆ ตัวเลข BOI และความสนใจจากนักลงทุนเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีที่สุด สิ่งสำคัญคือเราต้องเร่งสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ปรับกฎระเบียบ และรักษาวินัยการเงินการคลัง เพื่อเปลี่ยนโอกาสครั้งนี้ให้เป็นการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจไทย และยกระดับประเทศสู่การเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคต" นายเอกนิติ กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...