โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ประธานาธิบดีลั่น ไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตยต้องไม่เป็นของจีน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงาน ประธานาธิบดีไล่ ชิงเต๋อ ของไต้หวัน กล่าวในการประชุมประจำปีของ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) เมื่อวันอาทิตย์ (19 ก.ค.) ว่า ไต้หวันต้องเฝ้าระวังอยู่เสมอแม้ในยามสงบ โดยชี้ให้เห็นถึงสิ่งที่เขาเรียกว่า “สงครามกฎหมาย” ของจีน เช่น กฎหมายว่าด้วยความสามัคคีทางชาติพันธุ์ฉบับใหม่ ที่ทำให้ปักกิ่งมีพื้นฐานในการดำเนินการกับผู้คนนอกพรมแดนของตน จึงเป็นสิ่งที่ไต้หวันต้องระวัง เพราะเปิดช่องให้ปักกิ่งพยายามดำเนินคดีหรือจับกุมชาวไต้หวันที่ถูกมองว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดนได้ ซึ่งจีนปฏิเสธเสียงวิจารณ์ทั้งหมดระบบกฎหมายของจีนไม่มีอำนาจบังคับใช้ในไต้หวัน

“ผมยังหวังด้วยว่า สหายภายในพรรคจะยืนแถวหน้า สามัคคีเป็นหนึ่งเดียว และร่วมกันคัดค้านภัยคุกคาม ‘การก่อการร้ายแดง’ ของจีนต่อสังคมไต้หวัน” ไล่กล่าวด้วยภาษาฮกเกี้ยนแทนการพูดภาษาจีนกลางซึ่งเป็นภาษาหลักของรัฐบาล

“เราต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องวิถีชีวิตอันเป็นประชาธิปไตยและเสรีของเรา และจะไม่ยอมให้ ‘ไต้หวันที่เป็นประชาธิปไตย’ ถอยหลังและกลายเป็น ‘ไต้หวันของจีน’ อย่างเด็ดขาด”

ไล่ ผู้ดำรงตำแหน่งประธานพรรค DPP ย้ำด้วยว่า ไต้หวันซึ่งมีชื่อตามรัฐธรรมนูญว่า สาธารณรัฐจีน เป็นประเทศเอกราชเรียบร้อยแล้ว และไม่ได้ขึ้นกับ สาธารณรัฐประชาชนจีน

“ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ใด ไม่ว่าใครจะมาก่อนหรือมาทีหลัง ทุกคนที่ระบุตนเองว่าเป็นส่วนหนึ่งของไต้หวันก็คือผู้เป็นเจ้าของประเทศนี้ อนาคตของไต้หวันจะต้องถูกตัดสินร่วมกันโดยประชาชน 23 ล้านคนของไต้หวัน” ประธานาธิบดีกล่าว

ไล่ ผู้ชนะเลือกตั้งเมื่อสองปีก่อน และพรรค DPP ของเขา มุ่งมั่นให้แยกอัตลักษณ์ของไต้หวันออกจากจีน สร้างความขุ่นเคืองใจให้ปักกิ่งบ่อยครั้งด้วยมองว่า เกาะนี้เป็นส่วนหนึ่งของจีนอย่างมิอาจละเมิดได้

รอยเตอร์สอบถามไปยังสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ยังไม่ให้ความเห็น ที่ผ่านมาจีนเมินเสียงเรียกร้องให้เจรจาของไล่มาโดยตลอด โดยเรียกเขาว่า “นักแบ่งแยกดินแดน”

ทั้งนี้ รัฐบาลสาธารณรัฐจีนหนีมาไต้หวันในปี 1949 หลังพ่ายแพ้สงครามกลางเมืองให้กับคอมมิวนิสต์ของเหมา เจ๋อตงผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน

นับถึงวันนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่เคยยอมรับกันอย่างเป็นทางการ ไม่มีสนธิสัญญาสันติภาพยุติสงครามกลางเมืองหรือเคยลงนามสงบศึก

ไล่ย้ำว่า ตลอดสิบปีของรัฐบาลพรรค DPP ไต้หวันไม่เคยยอมถอยเมื่อต้องเผชิญกับ “การขยายตัวของเผด็จการ” การโจมตีด้วยข้อมูลบิดเบือน ภัยคุกคามทางทหาร และแรงกดดันทางการทูต

“ไต้หวันได้แสดงให้โลกเห็นว่า ประชาธิปไตยไม่ใช่ความอ่อนแอ ประชาธิปไตยคือความแข็งแกร่ง” ไล่กล่าวเสริม

ที่มา: รอยเตอร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...