โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

"ฉี่บ่อย" ตอนกลางคืน? กูรูเตือนถ้ามี 4 อาการร่วมนี้ สัญญาณโรคซ่อนเร้น เช็กตัวเองด่วน!

sanook.com

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
อย่าโทษว่า

อาการปัสสาวะกลางคืนไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่ที่น่ากลัวคือเมื่อมี 4 สัญญาณเหล่านี้ร่วมด้วย!

ลุกเข้าห้องน้ำกลางดึกบ่อยแค่ไหนถึงผิดปกติ? เช็กด่วน! ถ้าเกิน 3 ครั้งพร้อมมี 4 อาการนี้ อาจไม่ใช่แค่เรื่องไต

หลายคนมักเข้าใจว่า การปัสสาวะบ่อยในตอนกลางคืนเป็นสัญญาณของ "ไตอ่อนแอ" หรือการทำงานของไตเสื่อมลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว บรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะระบุว่าความเข้าใจนี้ยังไม่ถูกต้องนัก

ตามข้อมูลจากสมาคมความคุมการขับถ่ายปัสสาวะนานาชาติ (International Continence Society - ICS) ภาวะปัสสาวะกลางคืน (Nocturia) คือการที่ตื่นนอนขึ้นมากลางดึกเพื่อเข้าห้องน้ำ แล้วจึงกลับไปนอนต่อ อาการนี้พบได้บ่อยมากในผู้สูงอายุ แต่อาจเกิดขึ้นได้กับคนหนุ่มสาวจากหลายสาเหตุ ตั้งแต่พฤติกรรมการใช้ชีวิต ไปจนถึงโรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด ต่อมไร้ท่อ ระบบทางเดินปัสสาวะ หรือความผิดปกติของการนอนหลับ

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่แค่จำนวนครั้งที่ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำเท่านั้น แต่อ3ู่ที่ "สัญญาณเตือน" ที่มาพร้อมกันด้วย

ปัสสาวะกลางคืนกี่ครั้งถึงจะถือว่าผิดปกติ?

ตามแนวทางเวชปฏิบัติของสมาคมระบบทางเดินปัสสาวะยุโรป (EAU) การตื่นมาปัสสาวะกลางดึกคืนละ 1 ครั้ง อาจจะยังอยู่ในขีดจำกัดทางสรีรวิทยาปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ

อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเหล่านี้:

  • เกิดขึ้นตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไปต่อคืน

  • เป็นติดต่อกันเรื้อรัง

  • ทำให้การนอนหลับถูกขัดจังหวะ ส่งผลให้เกิดความเหนื่อย ง่วงนอน หรือสมาธิลดลงในเวลากลางวัน ควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อหาสาเหตุ

หลายคนคิดว่าต้นเหตุมักมาจากไตเสมอ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ส่วนใหญ่กลับเกี่ยวข้องกับปัจจัยอื่นๆ

ไม่ใช่เรื่องไตเสมอไป บางทีพฤติกรรมก่อนนอนต่างหากคือ "ตัวการ"

แพทย์ระบุว่า กรณีปัสสาวะกลางคืนจำนวนมากมีสาเหตุมาจากวิถีชีวิต เช่น:

  • ดื่มน้ำมากเกินไปในช่วง 2-3 ชั่วโมงก่อนเข้านอน

  • ดื่มชาเข้มข้น กาแฟ หรือน้ำอัดลมที่มีคาเฟอีนในช่วงค่ำ

  • รับประทานผลไม้ที่มีปริมาณน้ำสูง เช่น แตงโม

  • ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน (แอลกอฮอล์มีฤทธิ์ขับปัสสาวะและยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะ ADH)

  • ใช้ยาขับปัสสาวะหรือยารักษาความดันโลหิตบางชนิดในช่วงเย็นหรือก่อนนอน

นอกจากนี้ "อายุ" ก็เป็นปัจจัยสำคัญ เมื่ออายุมากขึ้น กระเพาะปัสสาวะจะมีความยืดหยุ่นและความจุลดลง ในขณะที่ฮอร์โมนต้านการขับปัสสาวะที่หลั่งออกมาตอนกลางคืนก็ลดลงตามไปด้วย สิ่งนี้ทำให้ร่างกายผลิตปัสสาวะมากขึ้น และทำให้ผู้สูงอายุตื่นมาเข้าห้องน้ำได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาว

นี่คือความเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาตามกระบวนการเสื่อมตามวัย ไม่ได้แปลว่าเป็นโรคไตแต่อย่างใด

หากปัสสาวะกลางคืนเกิน 3 ครั้ง และมี 4 สัญญาณนี้ร่วมด้วย… พึงระวังโรคทางกาย

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หากคุณต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำ มากกว่า 3 ครั้งต่อคืนเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ และมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย:

1. ปัสสาวะลำบาก, สายปัสสาวะอ่อนแรง, ปัสสาวะหยด

นี่คือกลุ่มอาการที่พบได้บ่อยมากของโรคต่อมลูกหมากโตในผู้ชายวัยกลางคนและผู้สูงอายุ เมื่อต่อมลูกหมากโตขึ้นตามวัย มันจะไปเบียดท่อปัสสาวะทำให้สายปัสสาวะอ่อนแรงลง

ผู้ป่วยมักมีความรู้สึกว่า: ต้องยืนรอนานมากกว่าจะปัสสาวะออก; ปัสสาวะเสร็จแล้วยังรู้สึกเหมือนปัสสาวะไม่สุด; ปัสสาวะสะดุดหรือไหลหยดติ๋งๆ; หรือกลางคืนรู้สึกปวดปัสสาวะตลอดเวลาแต่พอเข้าห้องน้ำกลับออกทีละน้อย

ตามข้อมูลจากสมาคมระบบทางเดินปัสสาวะแห่งสหรัฐอเมริกา (AUA) นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของภาวะปัสสาวะกลางคืนในผู้ชายสูงอายุ

2. กระหายน้ำตลอดเวลา, หิวบ่อยแต่น้ำหนักลด

หากอาการปัสสาวะกลางคืนมาพร้อมกับ: ดื่มน้ำในปริมาณมาก; ปากแห้งบ่อยๆ; กินเก่งแต่น้ำหนักตัวกลับลดลง… ควรนึกถึงความเป็นไปได้ของโรคเบาหวาน

เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินไป กลูโคสส่วนเกินจะถูกขับออกทางปัสสาวะ กระบวนการนี้จะดึงน้ำปริมาณมากออกมาด้วย ส่งผลให้จำนวนครั้งในการปัสสาวะทั้งกลางวันและกลางคืนเพิ่มสูงขึ้น

นี่คือเหตุผลที่โรคเบาหวานถูกอธิบายด้วยกลุ่มอาการคลาสสิก: กินเก่ง, ดื่มน้ำมาก, ปัสสาวะบ่อย, น้ำหนักลด หากไม่ได้รับการตรวจพบแต่เนิ่นๆ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเรื้อรังอาจทำลายดวงตา ระบบประสาท หัวใจ และไตได้

3. หนังตาบวม, ขาบวม, ปัสสาวะมีฟองหนาแน่นอยู่นาน

นี่คือกลุ่มอาการที่ทำให้แพทย์นึกถึง "โรคไต" มากที่สุด แตกต่างจากความเชื่อที่ว่า "ปัสสาวะกลางคืนแปลว่าไตอ่อนแอ" เพราะโรคไตมักจะมาพร้อมกับสัญญาณอื่นๆ เช่น หนังตาบวมในช่วงเช้า; ข้อเท้าบวม; กดหน้าแข้งแล้วยุ๋มลงไปไม่เด้งคืนทันที; ปัสสาวะมีฟองละเอียดและฟองไม่ยอมหายไป (บ่งบอกถึงภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะ); และมีความดันโลหิตสูง

ตามรายงานของมูลนิธิโรคไตแห่งสหรัฐอเมริกา (National Kidney Foundation) ภาวะโปรตีนรั่วในปัสสาวะเรื้อรังคือหนึ่งในสัญญาณเตือนล่วงหน้าของการบาดเจ็บที่หน่วยไต ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินด้วยการตรวจปัสสาวะ

4. ปัสสาวะกลางคืนร่วมกับนอนกรนเสียงดัง, สะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะหายใจไม่ออก

ฟังดูอาจจะไม่เกี่ยวกัน แต่นี่คือสัญญาณที่ค่อนข้างชัดเจนของ ภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (OSA) ในผู้ป่วย OSA ทางเดินหายใจจะถูกปิดกั้นซ้ำๆ ระหว่างนอนหลับ ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน

สมองจะคอยปลุกผู้ป่วยให้ตื่นขึ้นมาเพื่อฟื้นฟูการหายใจ ในจังหวะที่ตื่นขึ้นมานั้น ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกปวดปัสสาวะร่วมด้วยและต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ

นอกจากการปัสสาวะกลางคืนแล้ว ผู้ป่วยอาจมีอาการ: นอนกรนเสียงดังมาก; นอนไม่สนิท; ปวดหัวตอนเช้า; ง่วงนอนในเวลากลางวัน; ความจำและสมาธิลดลง

อย่าชะล่าใจ แต่ก็ไม่ต้องตื่นตระหนกจนเกินไป

ผู้เชี่ยวชาญเน้นย้ำว่า การปัสสาวะกลางคืนไม่ใช่โรค แต่เป็น "อาการ" ในหลายๆ กรณี เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการดื่มน้ำก่อนนอน หรือปรับเวลาในการทานยา ก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้อย่างมาก

อย่างไรก็ตาม หากอาการดังกล่าวเป็นต่อเนื่องยาวนานหรือมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย ผู้ป่วยไม่ควรวินิจฉัยโรคเองว่าเป็นเพราะ "ไตอ่อนแอ" และไม่ควรซื้อยาบำรุงไตมาทานเอง การไปพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถตรวจพบโรคต่างๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ เช่น ต่อมลูกหมากโต เบาหวาน โรคไตเรื้อรัง หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...