ETDA เดินหน้าดูแลผู้สูงวัย บน ‘หมอพร้อม’ ผ่าน Digital ID
การพัฒนาบริการดิจิทัลภาครัฐในปัจจุบันยังคงมีข้อจำกัดสำหรับกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถทำธุรกรรมด้วยตนเองได้ ความร่วมมือระหว่าง สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงสาธารณสุข และโรงพยาบาลนำร่อง จึงเป็นการนำ Digital ID มาต่อยอดสู่ระบบ Caregiver ID เพื่อให้ผู้ดูแลเข้าถึงข้อมูลและจัดการบริการสุขภาพแทนได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
Digital ID และจุดเปลี่ยนสู่ Caregiver ID
นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กล่าวว่า แม้ประชาชนไทยจะคุ้นเคยกับการใช้ Digital ID ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ThaID หมอพร้อม การเปิดบัญชีธนาคารผ่าน NDID หรือบริการภาครัฐต่างๆ แต่โดยส่วนใหญ่ยังเป็นระบบที่ออกแบบมาให้ "เจ้าของตัวตน" เป็นผู้ดำเนินการด้วยตนเอง
อย่างไรก็ตาม ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ได้แก่ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง ผู้เยาว์ และผู้พิการ มักประสบปัญหาด้านอุปกรณ์ ทักษะ หรือสภาพร่างกายที่ไม่สามารถใช้บริการดิจิทัลได้ด้วยตนเอง ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลในครอบครัวหรือผู้ดูแล โจทย์สำคัญของการพัฒนา Digital ID จึงต้องขยายขอบเขตจากการยืนยันว่า “คุณคือใคร” ไปสู่การยืนยันว่า “คุณมีสิทธิดูแลหรือดำเนินการแทนใคร”
ETDA จึงได้ร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข สำนักสุขภาพดิจิทัล และหน่วยงานพันธมิตร ในการกำหนดมาตรฐานการพิสูจน์และยืนยันตัวตน (Authentication) การตรวจสอบความสัมพันธ์ การกำหนดสิทธิเข้าถึงข้อมูล ตลอดจนแนวทางการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อสร้าง Caregiver ID ที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความปลอดภัยระดับสูงกับความสะดวกในการใช้งานผ่านระบบอัตโนมัติ เพื่อลดภาระทั้งของประชาชนและเจ้าหน้าที่
บริการ Caregiver บน "หมอพร้อม"
นพ.วิจักษณ์ กาญจนอุทัย ผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล ระบุว่าการพัฒนาระบบสุขภาพดิจิทัลมุ่งเน้นการออกแบบตามเส้นทางการรับบริการของผู้ป่วย (Patient Journey) ซึ่ง Caregiver จะเข้ามาเป็นตัวเชื่อมโยงระหว่างผู้ดูแลและผู้รับการดูแลอย่างเป็นระบบ โดยยังคงเคารพสิทธิและความเป็นส่วนตัวของเจ้าของข้อมูล
ด้าน นพ.นิรทร ศรีสุโข รองผู้อำนวยการสำนักสุขภาพดิจิทัล ได้อธิบายขั้นตอนการทำงานของระบบ Caregiver บนแอปพลิเคชันหมอพร้อม ดังนี้:
1. การสร้างตัวตนดิจิทัล: ผู้ดูแลต้องสมัครใช้งานแอปพลิเคชันหมอพร้อมและผ่านกระบวนการพิสูจน์ตัวตนจนได้รับ Health ID
2. การเพิ่มผู้รับการดูแล: ผู้ดูแลทำการเพิ่มข้อมูลของบุคคลที่อยู่ภายใต้การดูแลเข้าสู่ระบบ
3. การตรวจสอบความสัมพันธ์: ระบบจะเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ กรมการปกครอง เพื่อยืนยันความสัมพันธ์เชิงหักล้างไม่ได้
4. การอนุมัติสิทธิ: เมื่อยืนยันความสัมพันธ์ถูกต้อง ผู้ดูแลจะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูลและดำเนินการแทนตามเงื่อนไขที่กำหนด
เมื่อผ่านการอนุมัติ ผู้ดูแลจะสามารถใช้งานฟังก์ชันต่างๆ แทนผู้ป่วยได้ เช่น การนัดหมายและเช็กคิวออนไลน์ การดูประวัติวัคซีน การรับผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ การรับใบนัดอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงการสอบถามคำแนะนำการดูแลผ่าน AI Chatbot ซึ่งกลไกนี้ช่วยลดขั้นตอนการสอบถามข้อมูลซ้ำซ้อน และลดภาระการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างเห็นได้ชัด
นำร่องใช้งานจริง รพ.พระนั่งเกล้า
นพ.ศิรสิทธิ์ สถิรเจริญกุล นายแพทย์ชำนาญการ โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า เปิดเผยถึงผลการนำร่องใช้งานว่า ในอดีตผู้ป่วยและญาติจำต้องเดินทางมาโรงพยาบาลตั้งแต่เช้ามืดเพื่อรอคิวและรับผลตรวจ แต่เมื่อนำระบบ Digital ID และหมอพร้อมมาบูรณาการ ตั้งแต่การทำบัตรออนไลน์ นัดหมาย ตรวจสอบคิวจากระยะไกล ไปจนถึงการรับผลเลือดพร้อมคำอธิบายผ่านโทรศัพท์มือถือ ช่วยลดความแออัดและระยะเวลารอคอยในโรงพยาบาลลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
ในด้านมาตรฐานความปลอดภัย เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาล ยังคงมีกระบวนการตรวจสอบตัวตนผ่านบัตรประชาชนหรือแอปพลิเคชัน ThaID ที่เชื่อมโยงกับระบบของโรงพยาบาล พร้อมการยืนยันชื่อ-นามสกุลซ้ำในทุกจุดบริการ นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ควบคู่กับการจัดส่งยาถึงบ้าน ซึ่งผู้ใช้สิทธิ 30 บาทรักษาทุกโรคจะไม่มีค่าใช้จ่ายในการจัดส่งยาตามเงื่อนไขที่กำหนด
ผนึกพันธมิตรขยายเครือข่ายในอนาคต
การพัฒนาระบบ Caregiver ในระยะถัดไปไม่ได้จำกัดอยู่เพียงบุคคลที่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือดตามทะเบียนราษฎร์เท่านั้น แต่สำนักสุขภาพดิจิทัลอยู่ระหว่างการพัฒนาแนวทางพิสูจน์ตัวตนรูปแบบใหม่ เพื่อรองรับผู้ดูแลคนพิการและผู้ดูแลที่ไม่มีความสัมพันธ์ทางสายเลือด
โดยมีการประสานความร่วมมือกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลผู้ดูแลคนพิการแบบเรียลไทม์ รวมถึงการขยายผลไปยังกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงผ่านการทำงานร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือระหว่าง กระทรวงสาธารณสุข ETDA และสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) ในการเชื่อมโยง Health ID และ Care Receiver ID เข้ากับแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เพื่อรองรับการส่งต่อเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ใบรับรองแพทย์ดิจิทัล และใบรับรองแพทย์คนพิการ
ETDA มองว่าโครงสร้างพื้นฐานของ Caregiver ID นี้ จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดกับบริการภาครัฐอื่นๆ ทั้งด้านการศึกษาและสวัสดิการสังคม เพื่อสร้างการเข้าถึงบริการดิจิทัลภาครัฐได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัยในอนาคต