โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ร้องตรวจปากคลองนกยางพัทยา พบสิ่งปลูกสร้างรุกคลอง–ป่าชายเลนราว 149 ครัวเรือน ทสจ.ชลบุรีชี้พื้นที่ป่าอยู่ในความรับผิดชอบ สจป.9

สยามรัฐ

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ร้องตรวจปากคลองนกยางพัทยา พบสิ่งปลูกสร้างรุกคลอง–ป่าชายเลนราว 149 ครัวเรือน ทสจ.ชลบุรีชี้พื้นที่ป่าอยู่ในความรับผิดชอบ สจป.9

เมืองพัทยาเดินหน้าตรวจสอบปัญหาการรุกล้ำคลองสาธารณประโยชน์บริเวณปากคลองนกยาง หรือคลองหัก หลังวัดช่องลม หลังได้รับเรื่องร้องเรียนและสำรวจพบประชาชนประมาณ 149 ครัวเรือนมีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำพื้นที่ ขณะที่สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรีระบุ หากพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จะถือเป็นพื้นที่ป่าตามกฎหมาย และอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี)

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมืองพัทยาได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบการบุกรุกคลองสาธารณะบริเวณปากคลองนกยาง หรือคลองหัก หลังวัดช่องลม ก่อนลงพื้นที่สำรวจและพบว่ามีประชาชนประมาณ 149 ครัวเรือนทำการรุกล้ำคลองสาธารณประโยชน์ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมหารือเพื่อหาแนวทางแก้ไข เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569

S 25477154 0

การประชุมมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ อำเภอบางละมุง สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา และเมืองพัทยา โดยที่ประชุมมีมติให้สอบถามสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดชลบุรี (ทสจ.ชลบุรี) ว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด เพื่อให้สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง

ต่อมา ทสจ.ชลบุรีพิจารณาและแจ้งว่า บริเวณปากคลองนกยางหรือคลองหัก ซึ่งเมืองพัทยาตรวจสอบพบการรุกล้ำคลองสาธารณประโยชน์นั้น หากพื้นที่ยังมิได้มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน จะถือเป็นพื้นที่ป่าตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 และอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี)

S 25477153 0

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณดังกล่าว พบสภาพพื้นที่เป็นทั้งคลองสาธารณะและพื้นที่ป่าชายเลน มีเนื้อที่รวมประมาณกว่า 25 ไร่ โดยพบสิ่งปลูกสร้างหลายลักษณะ ทั้งบ้านพักอาศัยและห้องเช่า บางส่วนปลูกสร้างยื่นเข้าไปในแนวคลองและพื้นที่ป่าชายเลน นอกจากนี้ยังพบร่องรอยการถมดินและการใช้ประโยชน์พื้นที่บางส่วนเพื่อปลูกสร้างที่พักอาศัย

จากข้อมูลที่ได้รับ พื้นที่ดังกล่าวเคยถูกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบมาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีการระบุถึงสภาพพื้นที่คลองสาธารณะและพื้นที่ป่าชายเลน ก่อนที่ปัญหาจะถูกหยิบยกขึ้นมาหารืออีกครั้งในปี 2569 เพื่อกำหนดหน่วยงานผู้รับผิดชอบและแนวทางดำเนินการ

สำหรับการแสดงหลักฐานสิทธิครอบครองพื้นที่ เบื้องต้นมีข้อมูลว่ามีผู้ยื่นหลักฐานเพื่อพิสูจน์สิทธิเพียง 1 ราย จากจำนวนผู้ครอบครองและสิ่งปลูกสร้างที่ตรวจพบทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การพิจารณาสิทธิในที่ดินและสถานะของสิ่งปลูกสร้างแต่ละรายยังต้องผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ ปัญหาดังกล่าวถูกตั้งข้อสังเกตว่าดำเนินมายาวนานกว่า 10 ปี จึงมีการเรียกร้องให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 (ชลบุรี) รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบแนวเขต สถานะการครอบครอง และสิ่งปลูกสร้างแต่ละจุดอย่างเป็นระบบ เพื่อป้องกันการสูญเสียพื้นที่สาธารณะและพื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มเติม

นอกจากนี้ คลองบริเวณดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางระบายน้ำออกสู่ทะเล จึงควรมีการตรวจสอบว่าสิ่งปลูกสร้างและการถมพื้นที่ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการระบายน้ำหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงฝนตกหนัก ซึ่งเมืองพัทยาประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่เป็นประจำ

ขณะเดียวกัน ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามต่อไปคือ หลังจากมีการระบุหน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่แล้ว จะมีการตรวจสอบแนวเขตและสิทธิครอบครองทั้ง 149 ครัวเรือนอย่างไร รวมถึงจะดำเนินการกับสิ่งปลูกสร้างที่ตรวจพบว่ารุกล้ำพื้นที่สาธารณะหรือพื้นที่ป่าตามขั้นตอนกฎหมายเมื่อใด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...