รพ.อ่างทองแจงยิบ! เปิดสาเหตุทารกเสียชีวิต หลังเกิดมา 5 วัน
วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง พร้อมผู้บริหารและทีมแพทย์โรงพยาบาลอ่างทอง แถลงผลตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการเสียชีวิตของทารกแรกเกิด หลังครอบครัวเข้าร้องเรียนผ่านมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี โดยมีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงภายในหอผู้ป่วยวิกฤติทารกแรกเกิด (NICU) ก่อนที่เด็กจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา
จากการตรวจสอบข้อมูลทางการแพทย์ โรงพยาบาลระบุว่า มารดาของทารกมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง รวมถึงมีประวัติควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดีตลอดช่วงการตั้งครรภ์ ส่งผลให้ทารกมีน้ำหนักตัวมากกว่าเกณฑ์อายุครรภ์ โดยเด็กคลอดก่อนกำหนดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ที่อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ น้ำหนักแรกเกิด 4,305 กรัม
ทีมแพทย์ระบุว่า ทารกมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด ประกอบด้วย ภาวะความดันเลือดในปอดสูงในทารกแรกเกิด (PPHN), ภาวะหายใจลำบากชั่วคราวในทารกแรกเกิด (TTNB) และภาวะสงสัยติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นกลุ่มโรคที่มีอัตราการเสียชีวิตสูงและต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในหอผู้ป่วยวิกฤติ
หลังคลอดเพียง 1 ชั่วโมง เด็กเริ่มมีอาการหายใจลำบากและมีระดับออกซิเจนในเลือดต่ำ จึงได้รับการรักษาตามมาตรฐาน ทั้งการใช้ยา การใส่เครื่องช่วยหายใจ และการเฝ้าติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง โดยโรงพยาบาลยังได้ปรึกษากุมารแพทย์เฉพาะทางด้านทารกแรกเกิดจากโรงพยาบาลแม่ข่ายเพื่อร่วมวางแผนการรักษา แต่แพทย์ประเมินว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้าย จึงให้การรักษาในพื้นที่ต่อไป
ระหว่างวันที่ 17-21 กรกฎาคม อาการของทารกยังคงอยู่ในภาวะวิกฤติ โดยเคยเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นและต้องช่วยฟื้นคืนชีพมาแล้ว 1 ครั้ง ขณะที่ในช่วงท้ายของการรักษา เด็กมีอาการบวมทั่วร่างกาย ปัสสาวะลดลง ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดความถี่สูง และได้รับยากระตุ้นความดันโลหิตหลายชนิดเพื่อประคองอาการ
สำหรับประเด็นการจัดเลี้ยงภายในพื้นที่ NICU เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อสงสัยสำคัญของครอบครัวผู้เสียชีวิตนั้น โรงพยาบาลยืนยันว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว และไม่พบหลักฐานทางการแพทย์ที่บ่งชี้ว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กเสียชีวิต โดยในวันดังกล่าวทารกยังคงมีอาการทรุดหนักจากโรคเดิม และอยู่ในภาวะวิกฤตอย่างต่อเนื่อง
ต่อมาในวันที่ 21 กรกฎาคม ระดับออกซิเจนในเลือดของผู้ป่วยลดลงอย่างมาก แม้ทีมแพทย์จะปรับการรักษาและช่วยฟื้นคืนชีพอย่างเต็มความสามารถเป็นเวลานานกว่า 35 นาที แต่สุดท้ายไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ก่อนประกาศการเสียชีวิตในเวลา 10.45 น. ของวันดังกล่าว
โรงพยาบาลอ่างทองสรุปผลตรวจสอบว่า การเสียชีวิตของทารกเกิดจากภาวะเจ็บป่วยรุนแรงตั้งแต่แรกเกิด อันมีสาเหตุสำคัญจากภาวะความดันเลือดในปอดสูง ภาวะหายใจลำบาก และภาวะติดเชื้อรุนแรง ซึ่งเป็นไปตามการดำเนินของโรค แม้ทีมแพทย์จะให้การรักษาอย่างเต็มที่ตามมาตรฐานวิชาชีพแล้วก็ตาม
ด้าน พญ.ปาริชาติ ศิระวัฒน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอ่างทอง ระบุว่า แม้ผลตรวจสอบจะไม่พบความผิดพลาดในการรักษา แต่ทางโรงพยาบาลเข้าใจความรู้สึกของครอบครัวผู้สูญเสีย และไม่มีแนวคิดดำเนินคดีหรือฟ้องร้องกลับพ่อแม่ของเด็ก หากผลการตรวจสอบยืนยันว่าโรงพยาบาลไม่ได้กระทำผิด พร้อมย้ำว่าต้องการให้ทุกฝ่ายพูดคุยทำความเข้าใจกันด้วยเหตุผล และขอความเป็นธรรมให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงที่ผ่านมา