กมธ.ความมั่นคงฯ ซัดข่าวกรองชายแดนใต้ล้มเหลว 22 ปี ใช้งบ 5.2 แสนล้าน แต่ปัญหาไม่จบ
นายมณเฑียร สงฆ์ประชา สส.ชัยนาท พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงภายหลังเชิญหน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าชี้แจงถึงสถานการณ์ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
โดยนายมณเฑียร กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ได้มีการเชิญ 6 หน่วยงานด้านความมั่นคงเข้าชี้แจง มีเพียง กอ.รมน. ที่ไม่ได้เดินทางมาเนื่องจากติดภารกิจ
ในที่ประชุมได้มีการสอบถามว่าเหตุเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดข่าวกรองจึงปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเป็นร้อยจุดและใช้เวลาถึง 3 วันในการก่อเหตุ รวมถึงเรื่องเฮลิคอปเตอร์ตรวจการ ที่ประชาชนเข้าใจว่ามีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์ นอกจากนี้ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นถึง 3 วัน แต่หน่วยปฏิบัติการที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีการปะทะกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ พร้อมยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ร้านสะดวกซื้อ ที่มีผู้ก่อเหตุ 7-8 คนในจุดเดียว หากประเมินเบื้องต้นเกิดเหตุนับร้อยจุดก็จะใช้คนจำนวนมาก แสดงว่ามีการเตรียมการเป็นอย่างดี แล้วผู้ก่อเหตุผ่านด่านมาได้อย่างไร โดยไม่มีการปะทะ
โดยจากการรับฟังข้อมูล พบว่าไม่มีการบูรณาการในการทำงานร่วมกัน ต่างคนต่างทำ แต่ละหน่วยงานออกมาระบุจำนวนเหตุการณ์ไม่ตรงกัน และตนก็พูดอยู่เสมอว่าคนที่รู้ดีที่สุด คือตัวแทนจากประชาชน คือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ตั้งแต่เกิดเหตุมา 22 ปี ไม่เคยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงเชิญ สส.ไปให้ข้อมูลแม้แต่คนเดียว หรือเมื่อมีการประชุมหน่วยความมั่นคงในพื้นที่ หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ไม่เคยเชิญไป บางครั้งลงพื้นที่ไปอยากให้ข้อมูล โต๊ะจะนั่งก็ยังไม่มี
พร้อมย้ำว่าเรื่องข่าวกรองใช้ไม่ได้ ที่ระบุว่าประชาชนไม่ให้ความร่วมมือ ต้องพูดกันตรงๆ แบบนี้ คนที่เป็นผู้แทนราษฎร คือ ตัวแทนของประชาชน เขาเกิดที่นั่น โตที่นั่น ได้รับเลือกมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทน เหตุใดจะไม่รู้ เพราะเรื่องเกิดที่บ้านเขา เขาอยากจะให้ข้อมูล แต่ไม่เคยเชิญ ข่าวกรองจึงได้ล้มเหลว จึงต้องมาทบทวน เพราะในการทำงานมา 22 ปี ใช้งบประมาณไปกว่า 520,000 ล้านบาท ปีนึงตก 30,000 ล้านบาท แต่ไม่ได้อะไรเลย
นายมณเฑียรยังระบุอีกว่า ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหลายเรื่องและซับซ้อน แต่เรื่องการแบ่งแยกดินแดน ต้องพูดคุยเจรจา ถ้ามาฆ่าฟันก่อเหตุเช่นนี้ไม่จบ อีกร้อยปีก็ไม่จบ วันนี้รัฐบาลโดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่มีรองนายกฝ่ายความมั่นคง นายอนุทินลงมากำกับดูแลเอง และให้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศช่วยดูในเรื่องการต่างประเทศ ซึ่งในการเยือนมาเลเซียและอินโดนีเซียเมื่อช่วงเดือนที่ผ่านมา ก็นำเรื่องนี้ไปพูดคุย ว่าจะต้องร่วมมือกันแก้ปัญหา เพราะสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติไปตั้งอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ปี 2518 แต่ตอนนั้นเราไปปราบคอมมิวนิสต์ใช้เวลา 3 ปีปราบจบ แต่ปัญหาความเห็นการคิดแบ่งแยกดินแดน 22 ปี ไม่จบ
ในที่ประชุม ยังมีการสอบถามผู้แทนตำรวจภูธรภาค 9 ถึงข้อเท็จจริงกรณีประชาชนอ้างว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งได้มีการชี้แจงว่ามีการลงพื้นที่เก็บหลักฐานมา 1 ครั้ง และวันนี้จะเข้าไปเก็บหลักฐานเพิ่ม เพื่อพิสูจน์ว่ากระสุนมาจากเฮลิคอปเตอร์จริงหรือไม่ โดยตำรวจขอใช้เวลา 3 วันในการตรวจสอบ และคณะกรรมการความมั่นคงแห่งรัฐฯ จะลงไปในพื้นที่เร็วๆ นี้
ด้านนายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองประธาน กมธ. เปิดเผยว่า ที่ประชุม กมธ.ความมั่นคงฯ มีความเห็นร่วมกันว่างานข่าวกรองของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอ จ.สงขลา มีความล้มเหลว เพราะไม่มีการตัดงบประมาณ
ส่วนการตรวจจุดเกิดเหตุ พบมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ไม่ได้เกิดจากการต่อสู้ หรือการทำร้ายของผู้ประสงค์ดี
ส่วนการจับกุมผู้ก่อเหตุ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 ราย ควบคุมตัวและสอบปากคำแล้ว
ด้านการเก็บวัตถุเชิงวิทยาศาสตร์ ตนได้ลงพื้นที่ในช่วงเกิดเหตุ มีผู้ก่อเหตุหลายคนควบคุมเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เก็บโทรศัพท์ และทิ้งร่องรอยไว้ จึงมีการตั้งคำถามจากหน่วยงานของรัฐว่า ได้จัดเก็บวัตถุในเชิงวิทยาศาสตร์ไว้หรือไม่ ซึ่งได้รับคำตอบว่ามีการจัดเก็บไว้แล้ว
สำหรับเรื่องเฮลิคอปเตอร์มีหลักฐาน กระสุน 1 นัด ติดอยู่ในรถจักรยานยนต์คันที่ยิง ซึ่งกระสุนสามารถใส่ในปืน M16 หรือ HK ได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ชี้แจง เพราะว่าเป็นอาวุธสงคราม ว่าที่มาที่ไปของกระสุนมาจากปืนชนิดใด
นายณัฏฐ์ชนน ยังบอกอีกว่า การแก้ปัญหาไม่ใช่การใช้อาวุธห้ำหั่นกัน แต่เป็นการให้อภัย และทำหน้าที่ในเรื่องของมนุษยธรรม ซึ่งก็คือการเจรจา โดยขอให้รัฐบาลเริ่มดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิด หวังว่าสันติสุขจะเกิดขึ้นโดยเร็ว
ส่วนมีความกังวลเรื่องการประชุม ครม.สัญจร ที่ จ.สงขลาหรือไม่นั้น นายณัฏฐ์ชนน กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่รอยต่อ อ.สะบ้าย้อย และ อ.นาทวี จ.สงขลา ซึ่งเป็นการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ มีการเผายางรถยนต์ และพ่นสีสเปรย์เพื่อแสดงอาณาเขต โดยการประชุมคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ย้ำว่าให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัย แม้แต่ อ.นาทวี บ้านตน รัฐมนตรีก็ยังไม่ไปลงพื้นที่ วันนี้ทุกคนต้องอยู่ในความปลอดภัย
ขณะที่ประธาน กมธ. กล่าวเสริมว่า ในเรื่องของการเยียวยาประชาชน ขอให้มีความสบายใจ เนื่องจากขณะนี้มีข้อมูลอยู่ทั้งหมดแล้ว และเร็วๆ นี้ นายกรัฐมนตรีจะลงพื้นที่ไปประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ใกล้ๆ พื้นที่ และตนเชื่อว่า ท่านอาจจะเลยไปเข้าในพื้นที่ เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชน ว่าตอนนี้เราควบคุมสถานการณ์ได้หมดแล้ว และเจ้าหน้าที่ไม่ได้วางใจ เราตั้งด่านป้องกัน จะไม่ให้มีการก่อเหตุอีกต่อไป
ผู้สื่อข่าวจึงถามต่อว่าใครเป็นคนการันตีถึงความปลอดภัย นายมณเฑียร กล่าวสั้นๆ เพียงว่า "รัฐบาล"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร.แอฟริกาใต้รวบชายไทย พยายามลอบนำ "ไข่นกแก้ว" ออกนอกประเทศ
“กมธ.ตำรวจ” ถอนวาระสอบ เลขาฯ พระปกเกล้า ปม 5 แสนแลกเรียน ปปร.30
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กมธ.ความมั่นคงฯ ซัดข่าวกรองชายแดนใต้ล้มเหลว 22 ปี ใช้งบ 5.2 แสนล้าน แต่ปัญหาไม่จบ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com