โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปี 2567 รายได้ธุรกิจโรงแรมและที่พักปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่อง แต่การแข่งขันสูง การฟื้นตัวยังไม่เท่ากัน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

อัพเดต 08 พ.ค. 2567 เวลา 11.18 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2567 เวลา 11.18 น.

ปี 2567 รายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักฟื้นตัวแซงก่อนโควิดเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการเพิ่มขึ้นของอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate: OCC) และราคาห้องพัก (Average Daily Rate: ADR) ที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงรายได้จากการจัดงานประชุมสัมมนาและงานอีเว้นท์

  • คาดอัตราการเข้าพักของสถานพักแรมทั้งประเทศน่าจะอยู่ที่ประมาณ 70.7% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ 70.1% ในปี 2562 จากการท่องเที่ยวที่เติบโตดีโดยเฉพาะตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะมีจำนวนกว่า 36 ล้านคน และจำนวนวันพักของชาวต่างชาติในไทยเฉลี่ยทั้งปีที่ประมาณ 10.2 สูงกว่าปี 2562 (ค่าเฉลี่ยประมาณ 9.26 วัน)
  • อัตราการเข้าพักในทุกภูมิภาคเติบโตกว่าปี 2562 โดยเฉพาะภาคใต้ที่ได้รับปัจจัยบวกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่ภาคตะวันออกได้รับปัจจัยหนุนจากนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดว่าอัตราการเข้าพักจะทยอยปรับตัวดีขึ้นแต่ยังต่ำกว่าระดับปี 2562 เนื่องจากในพื้นที่มีจำนวนห้องพักที่ค่อนข้างสูง
  • ราคาห้องพัก (ADR) ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสภาวะต้นทุนที่สูงขึ้น โดยคาดว่าในปี 2567 ราคาห้องพักจะปรับขึ้นเฉลี่ยประมาณ 20% จากปี 2566 และเพิ่มขึ้น 8.5% จากค่าเฉลี่ยในปี 2562 นอกจากนี้ การปรับขึ้นของราคาห้องพักในตลาด ยังเป็นผลจากโรงแรมที่เปิดใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม Upscale ขึ้นไป ซึ่งมีราคาห้องพัก 3,000 บาทต่อคืนขึ้นไปด้วย
  • รายได้อื่นๆ เช่น การจัดงานประชุมสัมมนาและงานอีเว้นท์ ฟื้นตัว หนุนรายได้ธุรกิจโรงแรมที่พัก ซึ่งในปีนี้การจัดงานประชุม/สัมมนาทั้งจากองค์กรภาครัฐและเอกชนในประเทศ รวมถึงการจัดงานระดับนานาชาติและคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลกมีจำนวนมากขึ้น โดยคาดว่า ในปี 2567 รายได้ในส่วนนี้จะมีมูลค่าประมาณ 2 แสนล้านบาท หรือเติบโต 28.4% จากปี 2566

อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้โรงแรมและที่พักในแต่ละ Segment แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้า ทำเล การแข่งขันและจำนวนห้องพักในแต่ละพื้นที่

  • กลุ่มโรงแรมและที่พัก Upscale ขึ้นไป น่าจะฟื้นตัวดีขึ้นจากปีก่อน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้และภาคตะวันออก ซึ่งรองรับทั้งตลาดต่างชาติและไทย โดยมีแรงหนุนจากสัดส่วนค่าใช้จ่ายโรงแรมของนักท่องเที่ยวมากขึ้น จำนวนวันพักที่เพิ่มและราคาห้องพักที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงมีรายได้อื่นมาเสริม แต่ไปข้างหน้า การแข่งขันในกลุ่มนี้จะมากเพราะโรงแรมสร้างใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้ ทั้งนี้ ในช่วง 1-3 ปีข้างหน้า จำนวนห้องพักทยอยสร้างเสร็จทั่วประเทศจะมีประมาณ 1.5 หมื่นห้อง โดยกว่า 40% เป็นกลุ่ม Upscale ขึ้นไป ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในกรุงเทพฯ
  • กลุ่มโรงแรมและที่พัก Economy และ Midscale (ราคาต่ำกว่า 3,000 บาทต่อคืน) ฟื้นจำกัดกว่า แม้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง กลุ่มการเดินทางแบบแบ็คแพ็คเกอร์ (Backpacker) ที่เลือกพักโรงแรมกลุ่มนี้ แต่การขยับราคาห้องพักขึ้นทำได้ไม่มาก ด้วยจำนวนที่พักมีมากและการแข่งขันจากที่พักทางเลือกอย่างแชร์ริ่ง ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวบางกลุ่มที่ต้องการพำนักระยะยาว จากข้อมูลของ AirDNA ระบุว่า ณ เดือนเมษายน 2567 จำนวนที่พักให้เช่าในระบบมีประมาณ 8.4 หมื่นห้อง หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของจำนวนห้องพักสถานพักแรมทั่วประเทศ โดยที่พักให้เช่าในพื้นที่ท่องเที่ยวหลัก อาทิ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยในรอบ 12 เดือน อยู่ที่ 57-58%
  • โรงแรมและที่พักในเมืองท่องเที่ยวรองได้รับความสนใจมากขึ้น สะท้อนได้จากอัตราการเข้าพัก (OCC) ที่สูงกว่าก่อนโควิด ซึ่งมาจากการที่หลายจังหวัดให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวมากขึ้น มีการทำการตลาดจัดกิจกรรมหรืองานอีเว้นท์ และการสร้างแสนด์มาร์คเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยในไตรมาสที่ 1 ปี 2567 เมืองรองหลายแห่งที่มีอัตราการเข้าพักสูงและเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปี 2562 ได้แก่ เชียงราย ยะลา นครพนม พะเยา เป็นต้น

โดยสรุป ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ในปี 2567 รายได้ของธุรกิจโรงแรมและที่พักน่าจะมีมูลค่าประมาณ 9.5 แสนล้านบาท เติบโต 16.6% จากปี 2566 โดยแบ่งเป็น รายได้จากที่พัก 7.4 แสนล้านบาท คิดเป็น 78% ของรายได้ทั้งหมด ขณะที่ สัดส่วนที่เหลืออีก 22% เป็นรายได้อื่นๆ ที่น่าจะมีมูลค่า 2.1 แสนล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...