โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

อธิบายสถานการณ์ 'รัฐปาเลสไตน์' ถือเป็นประเทศหรือไม่และมีสิทธิในสหประชาชาติแล้วหรือยัง

The Better

อัพเดต 12 พ.ค. 2567 เวลา 09.49 น. • เผยแพร่ 12 พ.ค. 2567 เวลา 03.19 น. • THE BETTER

เบื้องหลังเหตุการณ์
เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้ลงมติสนับสนุนการเสนอตัวของปาเลสไตน์ในการเป็นสมาชิกสหประชาชาติโดยสมบูรณ์ โดยที่ประชุมมีมติยอมรับข้อเสนอของปาเลสไตน์ด้วยคะแนนเสียง 143 คัดค้าน 9 เสียง และงดออกเสียง 25 เสียง โดยประเทศที่ลงคะแนนไม่เห็นด้วยกับมติดังกล่าว คือสหรัฐฯ อาร์เจนตินา สาธารณรัฐเช็ก ฮังการี อิสราเอล ไมโครนีเซีย นาอูรู ปาเลา และปาปัวนิวกินี

อย่างไรก็ตาม กิลาด เออร์ดาน ทูตอิสราเอลประจำสหประชาชาติกล่าวประณามมติดังกล่าวและประณามผู้สนับสนุนการรับข้อเสนอของปาเลสไตน์เป็นสมาชิกสหประชาชาติ โดยเขาประท้วงในเชิงสัญลักษณ์ด้วยการ นำเอาเครื่องทำลายกระดาษขนาดเล็กออกมา แฃ้วฉีกสำเนาปกกฎบัตรสหประชาชาติ พร้อมกับกับที่ประชุมว่า “คุณกำลังทำลายกฎบัตรสหประชาชาติด้วยมือของคุณเอง นั่นแหละ นั่นแหละนั่นคือสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่ ทำลายกฎบัตรสหประชาชาติ หน้าไม่อาย”

กว่าจะมีวันนี้ในยูเอ็นของปาเลสไตน์
1.
มติของสหประชาชาตินี้เป็นขั้นตอนล่าสุดในการยอมรับความเป็นรัฐเอกราชของปาเลสตไน์ นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2517 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติที่ 3236 รับรองสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในการตัดสินใจด้วยตนเอง ความเป็นอิสระของชาติ และอธิปไตยในปาเลสไตน์ โดยในเวลานั้นสหประชาชาติยอมรับว่า องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) เป็นตัวแทนหนึ่งเดียวของปาเลสไตน์ และมีสถานะสังเกตการร์ในสหประชาชาติ

2. ต่อมาองค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ได้ประกาศก่อตั้ง 'รัฐปาเลสไตน์' ได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2531 โดยอ้างอำนาจอธิปไตยเหนือดินแดนปาเลสไตน์ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ได้แก่ เวสต์แบงก์ ซึ่งรวมถึงเยรูซาเลมตะวันออก และฉนวนกาซา ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2531 รัฐปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับจาก 78 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้น สหรัฐอเมริกา (ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรัฐอิสราเอล) ใช้วิธีการกดดันประเทศอื่นๆ และองค์กรระหว่างประเทศไม่ให้ให้การยอมรับรั,ปาเลสไตน์ โดยหากประเทศเหล่านั้นยอมรับปาเลสตไน์ สหรัฐฯ จะยุติความช่วยเหลือทางการเงิน

3. เช่น เมื่อรัฐปาเลสไตน์พยายามที่จะเป็นสมาชิกของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสหประชาชาติ แต่ความพยายามถูกขัดขวางโดยคำขู่ของสหรัฐฯ ที่จะระงับเงินทุนจากองค์กรใดๆ ที่ยอมรับปาเลสไตน์ ตัวอย่างเช่น ในเดือนเมษายนของ ในปีเดียวกัน PLO ได้สมัครเป็นสมาชิกในฐานะรัฐในองค์การอนามัยโลก (WHO) แต่การสมัครไม่เป็นผลสำเร็จ หลังจากที่สหรัฐฯ แจ้งให้ WHO ทราบว่าจะถอนเงินทุนหากปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับเป็นสมาชิก

4. ต่อมา ปาเลสไตน์ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญาเจนีวา (ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำหนดกฎเกณฑ์การทำสงครามระหว่างรัฐต่อรัฐให้อยู่ภายใต้ความมีมนุษยธรรม) แต่ไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอนุสัญญาได้ เพราะยังไม่มีสถานะเป็นรัฐอย่างเต็มที่ ด้วยเหตุนี้ ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2532 สันนิบาตอาหรับจึงได้เสนอมติของสมัชชาใหญ่ให้รับรอง PLO อย่างเป็นทางการว่าเป็นรัฐบาลของรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระ อย่างไรก็ตาม ร่างดังกล่าวถูกยกเลิกเมื่อสหรัฐฯ ขู่อีกครั้งว่าจะตัดการสนับสนุนทางการเงินแก่สหประชาชาติ หากการลงคะแนนเสียงดำเนินต่อไป รัฐอาหรับตกลงที่จะไม่กดดันมติดังกล่าว แต่เรียกร้องให้สหรัฐฯ สัญญาว่าจะไม่ขู่คว่ำบาตรทางการเงินต่อสหประชาชาติอีก

5. อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาปาเลสไตน์ อิสราเอล และสหรัฐฯ ตกลงกันได้ และมีข้อตกลงในชื่อ 'สัญญาออสโล' และมีการลงนามระหว่างอิสราเอลและ PLO ในปี 1993 และ 1995 ที่สหรัฐฯ และอียิปต์ โดยมีนอร์เวย์เป็นคนกลาง สัญญานี้คือการที่ปาเลสไตน์ที่นำโดย PLO จะยอมรับสถานะความเป็นรัฐของอิสราเอล ส่วนอิสราเอลก็จะยอมรับสถานะรัฐบาลของ PLO โดยจัดตั้งหน่วยงานปาเลสไตน์ (PA) ให้เป็นฝ่ายบริหารชั่วคราวที่ปกครองตนเองในฉนวนกาซาและเวสต์แบงก์

6. แต่หลังจากการลอบสังหารยิตซัค ราบิน ผู้นำ PLO และการขึ้นสู่อำนาจของเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอลที่มีท่าทีแข็งกร้าว ต่อปาเลสไตน์ ทำการเจรจาระหว่างอิสราเอลและ PA ก็หยุดชะงัก ซึ่งทำให้อิสราเอลไม่ยอมรับการที่ปาเลสไตน์ดำเนินการให้นานาชาติยอมรับรัฐปาเลสไตน์ และการเสนอตัวให้รัฐปาเลสไตน์เป็นสมาชิกของสหประชาชาติ ในเวลาเดียวกัน กลุ่มการเองและกลุ่มติดอาวุธหัวรุนแรงในปาเลสไตน์ก้เริ่มมีอำนาจขึ้นในฉนวนกาซา นั่นคือ กลุ่มฮามาส ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมองรัฐบาล PA (หรือ PLO เดิม)

7. ฮามาสจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้อิสราเอลและปาเลสไตน์โดยเฉพาะกับเขตฉนวนกาซาปะทะกนรุนแรงขึ้น แต่ปาเลสไตน์โดยรวมก็ยังขับเคลื่อนเพื่อสถานะความเป็นรัฐต่อไป โดยในปี พ.ศ. 2554 รัฐปาเลสไตน์ได้รับการยอมรับเข้าเป็นสมาชิก UNESCO และในปี พ.ศ. 2555 ปาเลสไตน์พยายามที่จะเข้าเป็นสมาชิกเต็มตัวของสหประชาชาติ แต่ก็กังวลว่าแม้จะถูกวีโต้ (สิทธิจัดค้าน) จากสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เนื่องจากมติใดๆ ที่จะให้การยอมรับสถานะสมาชิกใหม่ แม้จะผ่านการยอมรับจากสมัชชาใหญ่แล้ว แต่สถานะการเป็นสมาชิกเต็มตัวที่มีสิทธิออกเสียงจะต้องนำส่งต่อไปให้คณะมนตรีความามั่นคงพิจารณาต่อไป

8. ดังนั้น ปาเลสไตน์โดยรัฐบาล PA จึงเสนอตัวเป็นรัฐผู้สังเกตการณ์ในงสหประชาชาติ และเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 ด้วยคะแนนเสียง 138–9 เสียง (งดออกเสียง 41 เสียง) มติที่ 67/19 ของสมัชชาใหญ่ให้ยกระดับปาเลสไตน์เป็นสถานะ "รัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิก" ในสหประชาชาติ สถานะใหม่นี้เทียบได้กับสถานะของปาเลสไตน์กับ "รัฐวาติกัน" ซึ่งเท่ากับเป็นการยอมรับโดยพฤตินัยว่ารัฐปาเลสไตน์มีอธิปไตย ทั้งนี้ผู้ลงคะแนนเสียงที่ "ไม่ยอมรับ" ได้แก่ อิสราเอล แคนาดา สาธารณรัฐเช็ก หมู่เกาะมาร์แชล สหพันธรัฐไมโครนีเซีย นาอูรู ปาเลา ปานามา และสหรัฐอเมริกา

9. หลังจากนั้นรัฐบาล PA ก็เริ่มใช้ชื่อ "รัฐปาเลสไตน์" อย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะยังไม่ได้เป็นสมาชิกสหประชาชาติก็ตาม เรื่องนี้ถูกทิ้งไว้นานหลายปี จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีมติให้สิทธิเพิ่มเติมแก่คณะผู้แทนปาเลสไตน์ที่สหประชาชาติ ซึ่งหมายความว่าให้สถานะยอมรับความเป็ยสมาชิกเข้าไปอีกขั้นหนึ่ง คือมอบสิทธิเพิ่มเติมเกี่ยวกับปาเลสไตน์ทให้สามารถมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการอภิปราย เสนอวาระการประชุม และได้รับเลือกให้ผู้แทนเป็นคณะกรรมการในสหประชาขาติได้ อย่างไรก็ตาม ปาเลสไตน์ยังคงไม่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่สมัชชาใหญ่ไม่มีอำนาจให้ และจะต้องได้รับการสนับสนุนจากคณะมนตรีความมั่นคง

Photo by Giorgio VIERA / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...