โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เปิดแล้ว! รถไฟกรุงเทพ-เวียงจันทน์ มั่นใจเพิ่มนักท่องเที่ยวลาวแตะ 1 ล้านคน

การเงินธนาคาร

อัพเดต 14 ก.ค. 2567 เวลา 14.20 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2567 เวลา 07.20 น.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเส้นทาง รถไฟกรุงเทพ-เวียงจันทน์ เริ่ม 19 กรกฎาคม 2567 นี้ มั่นใจเพิ่มนักท่องเที่ยวจากสปป.ลาวให้ถึง 1 ล้านคน

นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า วันนี้ นักท่องเที่ยวจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ที่เดินทางมากับขบวนรถไฟทดลองเดินรถเสมือนจริงบนเส้นทางรถไฟส่วนต่อขยายระหว่างสถานี เวียงจันทน์(คำสะหวาด) สปป. ลาว - สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) กรุงเทพฯ สอดรับกลยุทธ์ Hub of ASEAN ตามนโยบาย IGNITE Thailand’s Tourism ของรัฐบาล ส่งเสริมการเชื่อมโยงการเดินทางของประเทศอาเซียน ASEAN’s Connectivity พร้อมเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจ กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และกระชับความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมของประเทศไทยและสปป.ลาวให้แน่นแฟ้น

นางสาวฐาปนีย์ กล่าวว่า การเปิดเส้นทางเดินรถไฟส่วนต่อขยายจากสถานีคำสะหวาด เวียงจันทน์- สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ กรุงเทพฯ ของการรถไฟแห่งประเทศไทยสอดคล้องกับความพยายามเชิงกลยุทธ์ของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Hub of ASEAN ตามนโยบาย IGNITE Thailand’s Tourism ของรัฐบาล ซึ่งจะเสริมความแข็งแกร่งในการเชื่อมโยงการเดินทางภายในภูมิภาคอาเซียน และช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากสปป.ลาวให้สามารถเข้ามาประเทศไทยโดยรถไฟได้อย่างไร้รอยต่อ

โดยการเปิดเดินรถในครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากการเยือนสปป.ลาวของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ร่วมกับนายสอนไซ สีพันดอน นายกรัฐมนตรี สปป.ลาว เป็นประธานในพิธีเปิดสถานีรถไฟเวียงจันทน์ (คำสะหวาด) เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2566 ซึ่งเป็นโครงการภายใต้ความร่วมมือระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศ ผ่านสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือทางด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและสปป.ลาว รวมทั้งเป็นปัจจัยในการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวจากสปป.ลาวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้น

โดยในวันนี้ ททท. ได้ร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) จัดกิจกรรมทดลองเดินรถเสมือนจริงบนเส้นทางรถไฟส่วนต่อขยายระหว่างสถานีคำสะหวาด เวียงจันทน์ สปป. ลาว - สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) กรุงเทพฯ พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากสปป.ลาวที่เดินทางมากับขบวนรถไฟซึ่ง ททท. มุ่งหวังว่า การเปิดบริการเส้นทางเดินรถอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 กรกฎาคม 2567 นี้ จะเป็นปัจจัยส่งเสริมให้ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจากสปป.ลาว และผลักดันการเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวจากสปป.ลาวให้ถึง 1 ล้านคนในอนาคตอันใกล้

การเปิดเส้นทางเดินรถไฟตั้งแต่วันที่ 19 กรกฎาคม เป็นต้นไป รฟท. จะให้บริการด้วยขบวนรถเร็วที่ 133 และ 134 เส้นทางเดินรถไป-กลับ ระหว่างสถานีคำสะหวาด เวียงจันทน์ - สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ (บางซื่อ) กรุงเทพฯ จำนวน 2 ขบวน ประกอบด้วย

  • รถธรรมดา ชั้น 3 (พัดลม) 152 ที่
  • รถนั่งปรับอากาศ ชั้น 2 จำนวน 64 ที่นั่ง
  • รถนั่งและนอนปรับอากาศ ชั้น 2 จำนวน 30 ที่นั่ง

และขบวนรถธรรมดาที่ 147 และ 148 เส้นทางเดินรถไป-กลับสถานีคำสะหวาด เวียงจันทน์ – สถานีอุดรธานี จำนวน 2 ขบวน รวม 4 ขบวนต่อวัน

ซึ่งจะช่วยให้ผู้ที่เดินทางจากสปป.ลาวสามารถเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น จากเดิมที่ต้องเดินทางจากสถานีรถไฟท่านาแล้ง สปป.ลาว และโดยสารรถไฟข้ามแดนมายังจังหวัดหนองคายเพื่อเปลี่ยนขบวนรถในการเดินทางสู่กรุงเทพฯ หรือจุดหมายปลายทางอื่น ๆ รวมถึงยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวชายแดนและกระตุ้นเศรษฐกิจอีกด้วย

โดยในช่วงที่ผ่านมา ปัจจัยนานัปปการได้เกื้อหนุนให้ประชาชนชาวลาวเดินทางมายังประเทศไทยได้สะดวกยิ่งขึ้น ทั้งการยกเลิกการกรอกแบบ ตม. 6 ตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน ถึง 15 ตุลาคม 2567 ที่ด่านชายแดนสำคัญ เช่น หนองคาย มุกดาหาร และเชียงราย

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ เช่น ตัวเลือกของสินค้าไทยที่หลากหลายในราคาที่จับต้องได้ รวมถึงบริการที่มีคุณภาพในประเทศไทย ล้วนเป็นแรงส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้าข้ามพรมแดน กระตุ้นให้เกิดการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำงาน ชอปปิง ปรึกษาทางการแพทย์ และพบปะสังสรรค์ในประเทศไทยของนักท่องเที่ยวชาวลาวเพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ ในปี 2567 ประเทศไทยได้ตั้งเป้าดึงดูดนักท่องเที่ยวจากสปป.ลาวจำนวน 977,000 คน โดยเส้นทางรถไฟสายใหม่นี้จะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายดังกล่าว และสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากกว่า 36,960 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...