ซามูไรพเนจร : จะฝ่ายไหนก็อ้างประชาชนทั้งนั้น
หนึ่งในมังงะที่ดีที่สุดตลอดกาลเรื่องหนึ่งย่อมเป็น ซามูไรพเนจร (Rurouni Kenshin) ของ โนบุฮิโระ วาสึกิ ตีพิมพ์ปี 1994-1999 บ้างเรียกว่าSamurai X ที่ผมอ่านเป็นฉบับ 28 เล่มจบ โดยสยามอินเตอร์คอมิกส์เมื่อหลายปีก่อน รอยบากบนแก้ม ฮิมูระ เคนชิน อยู่ด้านขวา (เพราะระบบการพิมพ์การ์ตูนญี่ปุ่นให้เราอ่านจากซ้ายไปขวาเวลานั้น)
เป็นมังงะอีกเรื่องที่อ่านแล้วก็ต้องดูอะนิเมะ ดูอะนิเมะเสร็จก็ต้องดูฉบับเดอะมูฟวี่คนแสดงต่ออีก ปรากฏว่าหนังใหญ่รุโรนิ เคนชิน นี้มีถึงห้าภาคแล้วก็สนุกมากหากไม่ได้ดูเสียดายแย่
วันนี้เน็ตฟลิกซ์สตรีมอะนิเมะเวอร์ชั่นใหม่อีก สีสันสดใสสวยแจ่มชัดคนละอารมณ์กับหนังใหญ่ซึ่งออกจะหม่นหมองเหมือนหนังคนละเรื่องกันแม้ว่าจะเล่าเรื่องเดียวกัน สำหรับผมฉบับมังงะดั้งเดิมน่าจะเป็นฉบับที่ดีที่สุดด้วยผสานความหรรษากับความเคร่งเครียดได้พอดีๆ ลายเส้นเป็นการ์ตูนก็จริง แต่เมื่อเข้าสู่โหมดจริงจังก็ได้อารมณ์คุกรุ่นอยู่ไม่น้อย ตอนฟันกันเลือดสาดเพราะถมดำเลือดไม่แดงจึงลดทอนความรุนแรงลง
ตัวอักษรในบัลลูนเขียนด้วยมือหามิได้อีกแล้ว
เป็นปีที่ 11 ของยุคเมจิ นั่นคือญี่ปุ่นเปิดประเทศเข้าสู่ยุคใหม่มาได้หนึ่งทศวรรษแล้ว ทบทวนสำหรับท่านที่ยังไม่เคยอ่านหรือดูสั้นๆ ว่าในตอนปลายของยุคโชกุนโตกุงาวะ มีการรบราฆ่าฟันระหว่างพวกนิยมโชกุนพวกหนึ่งกับพวกนิยมจักรพรรดิพวกหนึ่ง
ในการนั้นปรากฏซามูไรยอดฝีมือสมญานาม นักฆ่าบัตโตไซ ไล่ฆ่าฟันฝ่ายนิยมโชกุนล้มตายมากมายก่ายกอง นัยว่านั่นเป็นทางเดียวที่จะช่วย “คณะปฏิวัติ” เปลี่ยนประเทศเข้าสู่ยุคใหม่
มีคำศัพท์เรียกชื่อกลุ่มการเมืองต่างๆ มากมายหลายกลุ่มท่านที่สนใจเปิดตำราประวัติศาสตร์ยุคเมจิอ่านเทียบเคียงได้ แต่แล้วหลังจากสงครามครั้งสุดท้าย นักฆ่าบัตโตไซก็หายไป
ที่โตเกียว ซามูไรพเนจรฮิมูระ เคนชิน พบกับครูดาบสาวคามิยะ คาโอรุ ของสำนักคามิยะคัตชินริวที่ซึ่งบิดาผู้ก่อตั้งตายในสงคราม ลายเส้นเปิดตัวการ์ตูนพระเอกนางเอกเป็นหนุ่มสาวน่ารัก พบกันครั้งแรกก็ออกแนวตลกขบขัน
เวลานั้นมีนักฆ่าบัตโตไซคนใหม่ปรากฏตัวขึ้นแต่กลับใช้เพลงดาบของคามิยะคัตชินริวสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจเสียชื่อเสียเสียงให้แก่คาโอรุเป็นอย่างมาก
เมื่อคาโอรุพบว่าหนุ่มซามูไรพเนจรมิใช่ผู้แอบอ้างนักฆ่าบัตโตไซ อีกทั้งกริยามารยาทก็สุภาพพูดจามี “ข้าน้อย” “ขอรับ” อยู่เรื่อยๆ จึงอนุญาตให้พำนักที่สำนักดาบได้ชั่วคราว แต่หนุ่มซามูไรพเนจรก็บ่ายเบี่ยง อันจะเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอีกยืดยาวในเวลาต่อมา
“ข้าไม่อยากให้บัตโตไซอยู่ ข้าอยากให้คนพเนจรอยู่” คาโอรุยืนยัน
ซามูไรพเนจรฮิมูระ เคนชิน เขามิใช่ผู้แอบอ้างนักฆ่าบัตโตไซ เขาคือนักฆ่าบัตโตไซ! แต่สิบปีที่ผ่านมาเขาเลิกฆ่าคนแล้ว วันนี้เขาใช้ ดาบสลับคม เพื่อช่วยคน เพลงดาบล่องนภาอันลือลั่นของเขายังร้ายกาจอันดับหนึ่งแต่ดาบที่ฟาดฟันลงมาไม่มีคม ด้วยดาบสลับคมหันด้านที่คมเข้าหาตัวเองอยู่ตลอดเวลา
เขาฉีกหน้ากากนักฆ่าบัตโตไซตัวปลอมพร้อมพูดว่า
“ดาบเป็นอาวุธเพลงดาบ เป็นวิชาฆ่าคน ถึงจะพูดให้สวยหรูอย่างไร ความจริงก็คือความจริง คำพูดของท่านคาโอรุเป็นคำพูดของคนที่ไม่เคยเห็นโลกอันโสมมมาก่อน” เขาหยุดฆ่าแล้ว ลดดาบลง “แต่ข้าน้อยชอบคำพูดสวยหรูนี้มากกว่าความจริงนะขอรับ”
อะไรที่ทำให้นักฆ่าบ้าเลือดและน่าเกรงขามมากที่สุดของยุคเปลี่ยนผ่านเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ รอยบากรูปกากบาทบนแก้มซ้ายมาจากไหน ยิ่งไปกว่านั้นการช่วยคนของเขามิใช่แค่การช่วยชีวิต แต่เป็นถึงการเปลี่ยนชีวิตแล้วเขาก็เปลี่ยนชีวิตคนหลายคนนับจากนั้น จะเห็นว่าตัวโครงเรื่องวางไว้ดีมากและแน่นหนาอย่างยิ่ง ทำให้สามารถเล่าเรื่องได้ยาวนาน 28 เล่มพร้อมการปรากฏของตัวละครน่าสนใจมากมายมีทั้งศัตรูเดิม คู่แค้นเก่า และที่สำคัญคือรอยอดีต
คำถาม – ฆ่าคนนับไม่ถ้วน ทำดีลบทิ้งทั้งหมดไม่ต้องชดใช้ อย่างนี้ก็ได้หรือ?
สหายคนสำคัญของเคนชินคือ ซางาระ ซาโนสุเกะ ฉายา “นักวิวาทซันสะ” ด้านหลังเสื้อของเขาปักตัวอักษรคำว่า “ร้าย” เอาไว้ หนังสือเปิดตัวละครนี้ได้อย่างน่าดึงดูดเพราะอาชีพที่เขาทำวันนี้คือเป็นนักวิวาทรับจ้าง ใครมาจ้างให้วิวาทรับหมด แต่อดีตของเขาก็คล้ายคลึงกับเคนชิน นั่นคือแคลงใจไปจนถึงผิดหวังกับอุดมการณ์ที่ตนเองเคยยึดถือ วันนี้นักวิวาทซันสะจึงไม่มีอุดมการณ์อะไร แค่ใช้อาวุธที่ใหญ่โตมโหฬารเกินตัวคือ ดาบพิฆาตอาชา วิวาทไปทั่ว
จนกระทั่งวันหนึ่งมีผู้ว่าจ้างให้มาวิวาทกับเคนชิน เคนชินใช้ดาบสลับขั้วกับเพลงดาบคล่องนภาไม่เพียงเอาชนะนักวิวาทซันสะและดาบพิฆาตอาชา แต่เอาชนะใจได้ด้วย
“ข้าแพ้ชายคนนี้อย่างราบคาบ” ซาโนสุเกะล้มลงแล้ว
การ์ตูนเรื่องนี้พาดพิงกลุ่มการเมืองต่างๆ เสมอๆ หากมิได้ศึกษาญี่ปุ่นจริงจังก็อาจจะไม่เข้าใจบทสนทนาได้ทั้งหมด แต่ถ้าจะอ่านหรือดูเพียงเอาสนุกก็ได้ เพราะเนื้อหาสำคัญก็น่าจะเป็นว่ากลุ่มการเมืองต่างๆ อ้างเสรีภาพและประโยชน์ของประชาชนทั้งนั้น ระหว่างที่ไม่มีใครรู้ว่าอ้างจริงหรือแอบอ้าง จำเป็นด้วยหรือที่ถึงกับต้องฆ่าเอาชีวิตกันจริงๆ
ไม่มีวิธีอื่นดีกว่าการฆ่ากันหรือ
คำตอบคือไม่มี เมื่อเข้าสู่ยุคเมจิ นักฆ่าจึงยังมีงานทำ ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลใหม่มิใช่หมดไปง่ายๆ ฝ่ายรัฐบาลเองก็มิได้ใช้วิถีทางทางการเมืองเสมอไป •
การ์ตูนที่รัก | นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์
สะดวก ฉับไว คุ้มค่า สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ได้ที่นี่https://t.co/KYFMEpsHWj
— MatichonWeekly มติชนสุดสัปดาห์ (@matichonweekly) July 27, 2022
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซามูไรพเนจร : จะฝ่ายไหนก็อ้างประชาชนทั้งนั้น
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com