สรุปประเด็นน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งอังกฤษ
สหราชอาณาจักร (อังกฤษ) จัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้หลายเดือน เป็นผลจากการที่ ริชี ซูแน็ก (Rishi Sunak) นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกมาประกาศวันจัดการเลือกตั้งใหม่ท่ามกลางสายฝนเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งประวัติศาสตร์นี้จะเป็นการเปลี่ยนขั้วอำนาจการบริหารสหราชอาณาจักรจากพรรคอนุรักษนิยมที่ครองอำนาจมา 14 ปี ไปสู่มือของพรรคแรงงานที่จะกลับมาผงาดอีกครั้ง
ต่อไปนี้คือเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักรในครั้งนี้
ระบบการเลือกตั้งสหราชอาณาจักร
ระบบการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักรเป็นระบบ “แบ่งเขตคะแนนสูงสุด” (first past the post) ซึ่งหมายความว่าผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดในแต่ละเขตจะได้เป็นผู้แทนของเขตนั้น ๆ เข้าไปนั่งในสภา แม้ว่าจะได้คะแนนเสียงไม่ถึง 50% ก็ตาม
สหราชอาณาจักรแบ่งเขตการเลือกตั้งเป็น 650 เขต แต่ละเขตมีตัวแทน 1 คน ดังนั้น ในวันที่ 4 กรกฎาคมนี้ ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วสหราชอาณาจักรจะเลือกสมาชิกสภาสามัญหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) เป็นตัวแทนเขตของตนเอง รวมจำนวน 650 คน
พรรคที่ควบคุมเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะโดยพรรคเดียวหรือได้รับการสนับสนุนจากพรรคอื่น จะได้จัดตั้งรัฐบาล และผู้นำของพรรคที่คุมเสียงข้างมากจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี
ผู้เล่นสำคัญ
โดยทั่วไปการเลือกตั้งของสหราชอาณาจักรจะเป็นการแย่งชิงอำนาจบริหารระหว่างพรรคการเมืองที่ใหญ่ที่สุดสองพรรค คือ พรรคอนุรักษนิยม (Conservative Party) และพรรคแรงงาน (Labour Party) เพราะเป็นเรื่องยากสำหรับพรรคเล็ก ๆ หรือผู้สมัครอิสระที่จะได้ที่นั่งในสภา เว้นแต่ว่าพวกเขาจะได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มข้นในบางพื้นที่
พรรคอนุรักษนิยมมี ริชี ซูแน็ก (Rishi Sunak) นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน ซึ่งเป็นอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถือธงนำพรรคเข้าสู่การเลือกตั้ง
ส่วนคู่ต่อสู้หลักของเขา คือ เคียร์ สตาร์เมอร์ (Keir Starmer) ผู้นำพรรคแรงงาน ซึ่งเป็นนักกฎหมายที่เคยเป็นอัยการสูงสุดและหัวหน้าสำนักงานอัยการสูงสุด (Crown Prosecution Service) และผู้อำนวยการสำนักงานอัยการ (Director of Public Prosecutions)
แต่พรรคอื่น ๆ ซึ่งบางพรรคได้รับการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งจากภูมิภาค อาจเป็นตัวละครสำคัญต่อการจัดตั้งรัฐบาลผสม หากสองพรรคใหญ่ ไม่มีพรรคไหนได้เสียงข้างมากในสภา
ตัวละครอื่น ๆ ได้แก่ พรรคแห่งชาติสกอตแลนด์ (Scottish National Party) ซึ่งรณรงค์เรียกร้องเอกราชของสกอตแลนด์ พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democrats) และพรรคสหภาพประชาธิปไตย (Democratic Unionist Party) ซึ่งพยายามรักษาความสัมพันธ์ระหว่างสหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือ เป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุด 3 พรรคในรัฐสภารองจากพรรคอนุรักษนิยมและพรรคแรงงาน
นอกจากนั้นยังมีพรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ซึ่งนำโดย ไนเจล ฟาราจ (Nigel Farage) นักรณรงค์ Brexit ที่ผู้สังเกตการณ์หลายคนชี้ว่าพรรคนี้อาจดูดคะแนนเสียงไปจากพรรคอนุรักษนิยม
ทำไมจัดการเลือกตั้งตอนนี้ ?
วาระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหราชอาณาจักรชุดปัจจุบัน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2019 จะสิ้นสุดลงในช่วงกลางเดือนธันวาคม 2024
ตามการคาดการณ์ การเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วง (กันยายน-พฤศจิกายนนี้) หรืออย่างช้าภายในเดือนมกราคม 2025 แต่ริชี ซูแน็ก นายกรัฐมนตรีประกาศให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเร็วกว่าที่มีการคาดการณ์อย่างน้อยราว 3 เดือน
เหตุผลที่ซูแน็กต้องการให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นเร็วขึ้นเป็นเพราะว่า คะแนนนิยมของพรรคอนุรักษนิยมของเขาร่วงลงอย่างมาก หากปล่อยให้การเลือกตั้งเกิดขึ้นช้ากว่านี้ ก็มีแนวโน้มว่าคะแนนนิยมของพรรคของเขายิ่งจะตกต่ำลงอีก และเขาหวังว่าการเลือกตั้งในช่วงเวลานี้จะมีปัจจัยเรื่องตัวเลขเศรษฐกิจที่กำลังดีขึ้นช่วยดึงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้พรรคของเขาได้
ปัญหาใหญ่ที่ท้าทายพรรคอนุรักษนิยม
เศรษฐกิจ : สหราชอาณาจักรประสบปัญหาใหญ่ทางเศรษฐกิจ ทั้งภาวะเงินเฟ้อและการเติบโตของเศรษฐกิจที่เชื่องช้า ซึ่งทั้งสองอย่างนี้รวมกันทำให้ผู้คนรู้สึกยากจนขึ้น พรรคคอนเซอร์เวทีฟประสบความสำเร็จในการควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งชะลอลงสู่อัตรา 2% ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จากที่ขึ้นสูงสุด 11.1% ในเดือนตุลาคม 2022 แต่การเติบโตของเศรษฐกิจยังคงซบเซา ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล
ผู้ย้ายถิ่นฐาน : ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีผู้แสวงหาที่ลี้ภัยและผู้ย้ายถิ่นฐานด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจจำนวนหลายพันหลายหมื่นคนที่แอบเข้าสู่สหราชอาณาจักร ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อการควบคุมพรมแดนของรัฐบาล ส่วนแนวทางแก้ปัญหาของพวกเขาคือเนรเทศผู้อพยพเหล่านั้นไปยังรวันดา ก็ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าผิดกฎหมายระหว่างประเทศและไร้มนุษยธรรม
เฮลท์แคร์ : เรื่องการให้บริการทางสุขภาพเป็นอีกเรื่องสำคัญที่รัฐบาลอังกฤษต้องรับมือ เนื่องจากระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (NHS) ซึ่งให้บริการดูแลสุขภาพฟรีแก่ทุกคนนั้นยังมีปัญหาเรื่องการให้บริการที่ผู้ใช้บริการต้องรอคิวนานทุก ๆ บริการ ตั้งแต่การดูแลทันตกรรมไปจนถึงการรักษาโรคมะเร็ง
สิ่งแวดล้อม : รัฐบาลของซูแน็กได้กลับคำที่ได้ลงนามในพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมหลายข้อ โดยเลื่อนกำหนดเวลายุติการขายรถโดยสารที่ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลออกไป และอนุมัติการขุดเจาะน้ำมันใหม่ในทะเลเหนือ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่า เป็นนโยบายที่ผิดในเวลาที่โลกกำลังพยายามต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เรื่องที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญ
ผลการสำรวจความคิดเห็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหราชอาณาจักรโดยยูกอฟ (YouGov) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2024 ในคำถามที่ว่า อะไรคือประเด็นที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งให้ความสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ ผู้ตอบแบบสำรวจตอบเรื่อง “เศรษฐกิจ” มากที่สุด 52% อันดับ 2 เรื่องสุขภาพ 50% อันดับ 3 เรื่องการเข้าเมืองและการลี้ภัย 40% อันดับ 4 การจัดหาที่อยู่อาศัย 24% อันดับ 5 สิ่งแวดล้อม 20%
โพลชี้พรรคแรงงานแลนด์สไลด์
การคาดการณ์ของบริษัทสำรวจความคิดเห็น “เซอร์เวชัน” (Survation) ที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ระบุว่า พรรคแรงงานจะกวาดชัยชนะด้วยจำนวนที่นั่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยตัวเลขคาดการณ์ 484 ที่นั่ง จากที่นั่งในสภาทั้งหมด 650 ที่นั่ง ซึ่งมากกว่าที่พรรคแรงงานภายใต้การนำของ โทนี่ แบลร์ (Tony Blair) เคยได้ไป 418 ที่นั่ง ในการเลือกตั้งเมื่อปี 1997 ซึ่งทำสถิติเป็นการชนะที่ได้ที่นั่งถล่มทลายที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหราชอาณาจักร
พรรคคอนเซอร์เวทีฟซึ่งครองอำนาจมา 14 ปี ถูกคาดการณ์ว่าจะได้ไปเพียง 64 ที่นั่ง ซึ่งน้อยที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งพรรคในปี 1834 ขณะที่พรรคปฏิรูปสหราชอาณาจักร (Reform UK) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา คาดว่าจะได้ไป 7 ที่นั่ง
ส่วนผลการสำรวจโดยสำนักอื่น ๆ พรรคแรงงานจะได้ที่นั่งน้อยกว่านี้ แต่ก็ยังเป็นฝ่ายครองเสียงข้างมาก ไม่มีผลการสำรวจของสำนักไหนที่ได้ผลลัพธ์ต่างออกไปจนพลิกกลับด้าน
อ้างอิง :
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สรุปประเด็นน่ารู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งอังกฤษ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net