รถ EV ลดราคาต่อเนื่อง หุ้นกลุ่มไหนได้-เสียประโยชน์?
สงครามหั่นราคายังคงมีต่อไปไม่หยุด เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 67 บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD ประกาศลดราคารถ EV รุ่น ATTO 3 ตั้งแต่ 90,000-340,000 บาท โดยมีผลทันที เพื่อฉลองเปิดโรงงานใหม่ในไทย
ขณะที่ BYD ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในจีน ด้วยยอดขายกว่า 1 ล้านคันในไตรมาสที่ 2 แม้ว่ากำไรจะลดลง แต่ BYD ก็สามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจากรถยนต์สันดาปของต่างชาติได้สำเร็จ และแซงหน้า Tesla ไปแล้ว!
Wealthy Thai จะพามาดูกันว่าสงครามการหั่นราคาของรถ EV มีผลกระทบต่อหุ้นในไทยยังไงบ้าง
โดยนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หยวนต้า (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์ผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบจากการลดราคารถ EV ต่อหุ้นกลุ่มต่างๆ ไว้ดังนี้
หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์
แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน
DELTA, BCPG, GPSC, BANPU และ EA
ได้รับประโยชน์จากอุปสงค์ที่เติบโตสูงขึ้น
สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า
PTT, OR, BCP, CPALL, FORTH, FSMART, EA และ DELTA
ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอุปสงค์ชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า
SIRI และ BCP ลงทุนในบริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SHARGE) ที่ให้บริการ EV Charging Solution ครบวงจร
หุ้นกลุ่มที่เสียประโยชน์
ผู้ผลิตชิ้นส่วนประกอบยานยนต์
AH, SAT, STANLY และ PACO
การแข่งขันด้านราคาทำให้อุปสงค์ลดลง ผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ในประเทศเสียส่วนแบ่งตลาดให้กับรถ EV นำเข้าจากจีน
แผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์
DELTA, KCE และ HANA
เสียส่วนแบ่งตลาดให้กับรถ EV ที่นำเข้าและการปรับลดราคาลูกค้า
ประกอบชิ้นส่วนรถโดยสาร EV
TRU
เสียประโยชน์จากการแข่งขันจากจีนที่แย่งส่วนแบ่งตลาด
การลดราคารถ EV ครั้งนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องพิจารณาในการวางแผนการลงทุนในหุ้นกลุ่มต่างๆ เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดและลดความเสี่ยงในตลาดที่มีการแข่งขันสูง