พระยศของเจ้านาย | ธงทอง จันทรางศุ
มนุษย์เราแต่ละคนต่างมีความสนใจที่หลากหลายแตกต่างกันไป ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน
และคนหนึ่งคนก็ใช่ว่าจะต้องมีความสนใจจำกัดอยู่แค่เพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ
หนึ่งคนอาจมีความสนใจห้าร้อยเรื่องก็ได้
ไม่ต้องดูอื่นไกลครับ ยกตัวอย่างเช่นตัวผมเอง นอกจากความสนใจในเรื่องของกฎหมายซึ่งเป็นวิชาชีพของตัวเอง เรื่องของอาหารการกิน เรื่องข่าวสารบ้านเมืองโดยทั่วไปแล้ว
ผู้ที่รู้จักตัวจริงของผมหรือรู้จักกันผ่านช่องทางอื่นๆ คงพอทราบแล้วว่า อีกกลุ่มเรื่องหนึ่งที่อยู่ในความสนใจของผม คือ เรื่องภาษาไทย เรื่องประวัติศาสตร์ เรื่องขนบธรรมเนียมประเพณี อะไรประมาณนี้
เรื่องที่จะนำมาเล่าสู่กันฟังในวันนี้ จึงเป็นหัวข้อที่อยู่ในหมวดหมู่ความสนใจของผมเรื่องหนึ่ง และหวังว่าจะเป็นประโยชน์ในการทบทวนความรู้ความเข้าใจในระหว่างเราด้วยกันนะครับ
ประเด็นมีอยู่ว่า เมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีประกาศพระบรมราชโองการสถาปนาพลเอก หม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ขึ้นเป็นพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล รายละเอียดของประกาศสำคัญฉบับนี้ได้เผยแพร่เป็นการทั่วไปแล้ว หรือจะสืบค้นย้อนหลังดูในราชกิจจานุเบกษาก็ได้
สำหรับคนวัยผม ที่บางคราวผมเรียกตัวเองว่าเป็นมนุษย์โครมันยอง เพราะใกล้จะเป็นมนุษย์หินมนุษย์ถ้ำเข้าไปทุกทีแล้ว อ่านประกาศพระบรมราชโองการฉบับนี้แล้วเข้าใจซึมซาบได้เลยทีเดียวว่ามีความหมายและมีความสำคัญอย่างไร
แต่ชะดีชะร้ายผมอาจเป็นข้อยกเว้นของคนหมู่มากก็ได้ เพราะเรื่องเช่นนี้มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่พบเห็นกันอยู่ได้บ่อยครั้ง ยิ่งถ้าเป็นคนรุ่นลูกรุ่นหลานแล้ว ข้อมูลที่จะเล่าสู่กันฟังหากเป็นเรื่องไกลตัวเสียเหลือเกินก็เป็นได้
เพื่อประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจ เหมือนกับเวลาสร้างบ้านต้องตอกเสาเข็ม ผมมีความจำเป็นต้องขออนุญาตทบทวนข้อมูลเกี่ยวกับเกี่ยวกับพระยศของเจ้านายที่มีอยู่ในเมืองไทย ว่ามีอยู่อย่างไรเป็นอย่างไร
ทั้งนี้ โดยอาศัยแนวพระอธิบายของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ มาเป็นหลัก แล้วเสริมเติมตัวอย่างเข้าไปบ้าง เพื่อให้พอเข้าใจได้ง่ายสำหรับชาวเราในยุคปัจจุบัน
ขึ้นต้นว่าอย่างนี้ครับ พระยศของเจ้านายในราชสกุลนั้น โดยปกติแล้วแบ่งเป็นสองหมวด
หมวดแรกเรียกว่า สกุลยศ หมายความว่าเป็นยศที่ได้มาด้วยพระชาติกำเนิด คือได้มาตั้งแต่เกิดเลยทีเดียว ใครเป็นพระชนก ใครเป็นพระชนนี พอจับมาเข้าสูตรแล้ว จะตอบได้ทันทีว่าพระกุมารกุมารีที่ประสูติใหม่ จะมีพระยศใด
ในหมวดที่เป็นสกุลยศนี้ มีพระยศเจ้านายอยู่เพียงแค่สามลำดับชั้น คือ เจ้าฟ้า พระองค์เจ้า และหม่อมเจ้า
ตามความรับรู้ทั่วไปโดยไม่ลงลึกไปถึงรายละเอียดที่เป็นข้อยกเว้นหรือข้อปลีกย่อยต่างๆ สำหรับพวกเราในยุคนี้เข้าใจสั้นๆ แต่เพียงเท่าที่ผมกล่าวต่อไปเห็นจะพอใช้ได้การแล้ว
เอาเป็นว่า ถ้าสงสัยมากกว่านี้ก็โทรศัพท์มาถามกัน ตกลงนะครับ
พระยศเจ้าฟ้า โดยหลักคือต้องเป็นพระราชโอรสธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งมีพระชนนีเป็นเจ้านาย ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือพระราชโอรสธิดาของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่เก้าทั้งสี่พระองค์ ทุกพระองค์มีพระราชบิดาเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ขณะที่พระชนนีเป็นสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี
ส่วนพระยศพระองค์เจ้า โดยหลักแล้วต้องเป็นพระราชโอรสธิดาของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งมีพระชนนีเป็นสามัญชน
ตัวอย่างเช่น ผมเป็นนักกฎหมาย ผมก็ต้องนึกถึงพระบิดาแห่งกฎหมายไทย คือพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ พระราชโอรสของในหลวงรัชกาลที่ห้า ซึ่งประสูติแต่พระชนนีที่เป็นเจ้าจอมมารดาสามัญชน
เมื่อแรกประสูติท่านจึงมีฐานะเป็นพระองค์เจ้าและมีพระนามว่า พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ พระนามที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า รพี นี่เองเป็นที่มาของคำเรียกวันรพีในวันที่เจ็ดสิงหาคมของทุกปี ด้วยเป็นวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ของท่าน
นอกจากพระองค์เจ้าที่เป็นพระราชโอรสธิดาของพระเจ้าแผ่นดินแล้ว ยังมีพระองค์เจ้าที่เป็นสกุลยศอีกประเภทหนึ่ง ได้แก่ บรรดาพระโอรสธิดาของเจ้าฟ้า ที่มีพระมารดาเป็นเจ้า
ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือในรัชกาลที่แล้ว ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร เวลานั้นพระองค์ท่านเป็นเจ้าฟ้า
พระราชโอรสธิดาของพระองค์ท่านที่มีพระมารดาเป็นเจ้า ย่อมมีฐานะเป็นพระองค์เจ้าตั้งแต่แรกประสูติ
และปรากฏพระนามในเวลานั้นว่า พระองค์เจ้าพัชรกิตติยาภา และพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ
สกุลยศข้อสาม คือสกุลยศเจ้านายชั้นหม่อมเจ้า โดยหลักแล้วมีที่มาได้สองประการ
ประการแรก คือเป็นพระโอรสธิดาของเจ้าฟ้าที่ประสูติแต่หม่อมมารดาที่เป็นสามัญชน
หรือประการสอง คือเป็นพระโอรสธิดาของพระองค์เจ้า
เราเข้าใจกันแต่เพียงหลักการแค่นี้เห็นจะพอนะครับ แต่ต้องทดไว้ในใจว่ายังมีข้อยกเว้นอีกมาก ซึ่งถ้าจะพูดกันจริง ต้องมีเวลานั่งคุยกันยาวเลยล่ะ
เจ้านายที่มีสกุลยศชั้นเจ้าฟ้า พระองค์เจ้าหรือหม่อมเจ้าดังที่กล่าวกล่าวมาข้างต้น เมื่อวันเวลาผ่านไป ฐานะในพระราชวงศ์ของท่านเปลี่ยนแปลงไปก็ดี ท่านทำราชการหรือปฏิบัติพระกรณียกิจเป็นประโยชน์ก็ดี มีธรรมเนียมที่จะเพิ่มพูนยศของท่านขึ้นจากฐานเดิมที่มีมาแต่แรกประสูติ
พระยศที่มิใช่สกุลยศนี้ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเรียกว่า อิสริยยศ นับว่าเป็นประโยชน์ของเจ้านายหมวดที่สอง แยกต่างหากจากเรื่องสกุลยศ
เรื่องอิสริยยศนี้ ถ้าจะประมวลข้อมูลมาเพื่อให้เข้าใจง่าย ผมอยากกล่าวว่ามีได้สองแบบ
แบบที่หนึ่ง คือมีพระบรมราชโองการตั้งให้ทรงกรม
กับแบบที่สอง คือมีพระบรมราชโองการ ให้เลื่อนลำดับชั้นความเป็นเจ้านายขึ้น
ดังตัวอย่างกรณีที่เกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ คือเลื่อนจากหม่อมเจ้า ให้มีพระอิสริยยศเป็นพระองค์เจ้า
ธรรมเนียมเจ้านายให้ทรงกรมเป็นธรรมเนียมเก่าที่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ในสมัยโน้นคงมีการมอบหมายผู้คนให้เจ้านายที่ทรงกรมได้รับอำนาจในการปกครองดูแลผู้คนจำนวนหนึ่ง คนที่มาอยู่รวมกันอย่างนี้เรียกว่า กรม
แต่เป็นกรมที่อยู่ในบังคับบัญชาของเจ้านาย ไม่ใช่กรมที่เป็นส่วนราชการนะครับ
แต่การตั้งเจ้านายให้ทรงกรมในปัจจุบัน เจ้านายมิได้ทรงมีอำนาจในการปกครองดูแลผู้คนอีกต่อไปอย่างในสมัยอยุธยา
การทรงกรมจึงเป็นแต่เพียงการเพิ่มพูนพระอิสริยยศขึ้นด้วยเหตุที่ท่านทรงปฏิบัติพระกรณียกิจเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง
ตัวอย่างเช่น กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ในรัชกาลก่อน หรือกรมหลวงศรีสวางควัฒน์ และกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในรัชกาลปัจจุบัน
การพระราชทานอิสริยยศอีกกรณีหนึ่ง คือเลื่อนพระยศเจ้านายจากหม่อมเจ้าขึ้นเป็นพระองค์เจ้า ซึ่งยังแยกย่อยออกได้อีกสองกรณี
คือการเลื่อนพระยศขึ้นในเวลาที่ท่านยังทรงพระชนม์อยู่ เช่นในรัชกาลที่แล้ว ตอนต้นรัชกาลที่เก้า ได้ทรงเลื่อนหม่อมเจ้าวิวัฒน์ไชย ไชยันต์ ขึ้นเป็นพระเจ้าวิวัฒน์ไชย
และในรัชกาลปัจจุบันคือการเลื่อนหม่อมเจ้าเฉลิมศึก ยุคล ขึ้นเป็นพระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล คราวนี้
การเลื่อนยศเจ้านายจากหม่อมเจ้าขึ้นเป็นพระองค์เจ้ายังมีอีกกรณีหนึ่ง คือเลื่อนพระยศขึ้นเมื่อท่านสิ้นชีพตักษัยไปแล้ว กรณีเช่นนี้เรียกว่า สถาปนาพระอัฐิ ตัวอย่างในรัชกาลก่อนครั้งล่าสุดคือ การสถาปนาพระอัฐิหม่อมเจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ขึ้นเป็นพระองค์เจ้าจักรพันธุ์เพ็ญศิริ
พระองค์เจ้าทรงได้รับสถาปนาเลื่อนขึ้นจากความเป็นหม่อมเจ้าแต่เดิม เรียกกันโดยทั่วไปว่า พระองค์เจ้าตั้ง
เมื่อเจ้านายพระองค์ใดทรงได้รับเลื่อนยศจากหม่อมเจ้าขึ้นเป็นพระองค์เจ้าแล้ว สังเกตเห็นไหมครับว่า ท่านจะไม่ใช้นามราชสกุลประกอบอยู่ในพระนามแล้ว
ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน ที่มีพระบรมราชโองการ พระนามของเจ้านายพระองค์นั้น คือ“เฉลิมศึกยุคล” มิใช่ “เฉลิมศึก” อีกต่อไป และเมื่อเป็นพระองค์เจ้าแล้ว กฎหมายก็ยกเว้นว่ามิต้องใช้นามราชสกุลต่อท้ายพระนาม ทั้งนี้ เห็นจะเป็นเพราะว่า เจ้านายชั้นพระองค์เจ้ามีน้อยพระองค์ แม้มิได้กำกับนามราชสกุลต่อท้ายพระนาม คนทั่วไปก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หมายถึงท่านพระองค์ใด ไม่สับสนไปได้
ราชาศัพท์ที่ใช้กับพระองค์เจ้าที่ทรงได้รับเลื่อนใหม่ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปจากราชาศัพท์ที่ใช้กับหม่อมเจ้ามาแต่เดิม เช่น สรรพนามบุรุษที่หนึ่ง เดิมเคยใช้ว่า ฝ่าบาท ก็ต้องเปลี่ยนเป็น ฝ่าพระบาท เป็นต้น
พระนามลำลองที่เคยเรียกกันว่า “ท่านชาย” ก็ต้องเปลี่ยนเป็น “พระองค์ชาย”
รายละเอียดเพิ่มเติมมากกว่านี้ไปหาอ่านได้ตามตำรับตำราอีกหลายเล่มครับ
ผมนำมาเล่าในที่นี้เพียงแค่พอหอมปากหอมคอ และพอแก่ความเข้าใจที่ท่านทั้งหลายจะอ่านข่าวแล้วไม่เกิดความสงสัยจนนอนไม่หลับ
สัปดาห์นี้มนุษย์ดึกดำบรรพ์คนนี้ขอลาไปก่อน สัปดาห์หน้าพบกันใหม่ตามเคยครับ
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระยศของเจ้านาย | ธงทอง จันทรางศุ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com