พ่อนึกว่าโดนแก๊งคอลฯ หลอก ที่แท้ลูกชาย 10 ขวบ เติมเกมสูญ 1.2 ล้าน
จากก่อนหน้านี้ที่ นายณรงค์ฤทธิ์ อายุ 49 ปี ชาว อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ประกอบอาชีพค้าขายปุ๋ยเคมีการเกษตร เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ตรวจสอบ อ้างว่าโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ มาล้วงเอาข้อมูลบัตรประชาชนจากลูกชาย หลอกให้เด็กสมัครเล่นเกมออนไลน์ เพื่อจะได้คะแนนสูง สุดท้ายโอนเงินไปจำนวน 65 ครั้ง สูญเงินไปกว่า 1,200,000 บาท
ก่อนเกิดเหตุ นายณรงค์ฤทธิ์ ได้นำโทรศัพท์มือถือไปให้ลูกชายใช้เรียนออนไลน์ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด ซึ่งในการใช้งานแต่ละครั้ง นายณรงค์ฤทธิ์ ไม่ได้เฝ้าระวัง หรือตรวจสอบการใช้งานของลูกชายโดยใกล้ชิด ลูกชายของผู้เสียหายได้นำโทรศัพท์เครื่องดังกล่าวไปใช้ในการสมัครเล่นเกมออนไลน์ และซื้อไอเทมเกม ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อแต่ละครั้ง โดยการซื้อไอเทม ดังกล่าวเป็นการทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ผ่านกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet)
จากการตรวจสอบอย่างละเอียดพบว่า การทำธุรกรรมดังกล่าว เป็นการทำธุรกรรมโดยเจ้าของบัญชีเอง ซึ่งลูกชายอาจเป็นผู้ดำเนินการเองโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และ นายฤรงค์ฤทธิ์ ไม่ทราบถึงรายละเอียดขั้นตอนดังกล่าวแต่อย่างใด โดยขั้นตอนจะต้องมีการยืนยันตัวตนโดยการถ่ายภาพใบหน้าของ นายฤรงค์ฤทธิ์ เพื่อยืนยันข้อมูลในการสมัครเข้าใช้งาน ซึ่งในการชำระค่าสินค้าเกี่ยวกับเกมออนไลน์ที่ตรวจพบ แบ่งเป็น 2 ส่วนด้วยกันคือ
- เป็นการทำธุรกรรมทางด้านการเติมเงินเพื่อใช้ซื้อไอเทมเกม
- เป็นการทำธุรกรรมทางด้านการสนับสนุนผู้ทำ Content ผ่านช่องทาง YouTube
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ ได้ตรวจสอบและอธิบายให้ทราบในรายละเอียดที่เกิดขึ้นดังกล่าว นายฤรงค์ฤทธิ์ ก็ทราบและเข้าใจดีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นลูกชายของตนไม่ได้ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงแต่อย่างใด แต่เกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของลูกชายตนเอง