โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วันที่ลูกเจ็บ...หัวใจพ่อแม่เจ็บที่สุด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ก.ค. 2565 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2565 เวลา 12.01 น.

คอลัมน์ : CSR Talk

หลายครั้งที่เรามักได้ยินประโยคที่ว่า ลูกคือดวงใจของพ่อแม่ และในวันที่ลูกเจ็บป่วย หัวใจของพ่อแม่ย่อมเจ็บตามไปด้วย ประโยคนี้ไม่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะพ่อแม่ทุกคนล้วนคาดหวังให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงและเติบโตขึ้นอย่างมีความสุข แต่สำหรับบางครอบครัวที่ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ก็ต้องปรับเปลี่ยนแผนการใช้ชีวิต เพื่อให้พวกเขาเติบโตขึ้น และใช้ชีวิตในสังคมได้ต่อไป

“เพราะลูกคือแก้วตาดวงใจของแม่”

“ในวันที่รู้ว่าดวงตาของลูกผิดปกติ หัวใจของแม่แทบแตกสลาย” คือประโยคที่ “คุณปิ่ณฑิรา” คุณแม่ของ “น้องมาเวล” บรรยายถึงความรู้สึกในวันที่รู้ว่าลูกชายของตนเป็น มะเร็งที่จอตา แม่เริ่มสังเกตว่าน้องมีอาการผิดปกติที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างในช่วงแรกที่น้องเกิด จึงพาไปหาหมอที่คลินิกแถวบ้าน

แต่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด จึงตัดสินใจพาน้องมารักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ พบว่ามีก้อนเนื้อที่ตาสองข้าง น้องเลยถูกส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตอนที่น้องอายุประมาณ 8 เดือน จนถึงปัจจุบันนี้

โรคมะเร็งจอตา เป็นมะเร็งที่พบบ่อย มักพบในเด็กเล็ก เริ่มต้นพบด้วยอาการตาวาว ตาแดง หรือตาโปน มะเร็งจะเริ่มจากที่จอตาและขยายขนาดขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าไม่ได้รับการรักษา มะเร็งจะแพร่กระจายไปที่สมองหรือกระดูกไขสันหลังทำให้เสียชีวิตได้ แต่ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องทันท่วงทีจะมีโอกาสรอดชีวิตสูงมาก ทั้งยังอาจเก็บรักษาดวงตาไว้ได้ และมีโอกาสที่จะมองเห็น

“อาการของน้องมาเวลตอนนั้นคือมีเลือดออกในตา มองไม่เห็น โดยสังเกตได้จากตอนที่ยื่นของให้ ก็จะไม่มองวัตถุนั้น ๆ ในฐานะที่เราเป็นแม่ การที่เห็นว่าลูกเจ็บป่วย หัวใจของเราก็แทบสลายทุกครั้งที่ลูกร้องไห้” คุณแม่ปิ่ณฑิราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่า…

ตอนนี้ขั้นตอนการรักษาของน้อง เป็นการรักษาโดยการให้เคมีบำบัดเพื่อป้องกันไม่ให้มะเร็งแพร่กระจาย คุณแม่เองก็พยายามเข้มแข็งให้มากที่สุดเพื่อเป็นกำลังใจให้น้องสู้ต่อไป สำหรับเรื่องค่าใช้จ่าย โชคดีที่มูลนิธิรามาธิบดีฯให้การช่วยเหลือเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด

บ้านอยู่ที่ จ.อ่างทอง เดินทางไปกลับเพื่อมารับการรักษารวม ๆ กันกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว เพียงแค่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันที่หาเช้ากินค่ำ รายได้ก็ไม่แน่นอน หากไม่ได้มูลนิธิช่วยเหลือในส่วนนี้ก็คงลำบาก และก็ไม่รู้ว่าครอบครัวของเราจะอยู่ยังไงต่อไป

ขณะที่ “คุณทชกร” แม่ของน้อง “อาร์เซนอล” ที่ลูกประสบปัญหาโรคหลอดเลือดหัวใจสลับขั้ว บอกความรู้สึกให้ฟังว่า…ตอนที่คุณแม่คลอดน้องอาร์เซนอล พบว่าน้องมีอาการหายใจถี่ และสั้น ทางโรงพยาบาลจึงส่งตัวน้องไปรักษาต่อไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดนครราชสีมา ก่อนจะตรวจพบว่าเส้นเลือดแดงสลับขั้วกับเส้นเลือดดำ มีความผิดปกติ ทางทีมแพทย์จึงมีการทำบอลลูนขยายผนังรั่วในหัวใจให้ลูกชาย เป็นการรักษาประคับประคองเบื้องต้น

“ก่อนส่งตัวมารักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดีในเวลาต่อมา ทำให้น้องอาร์เซนอลได้รับชีวิตใหม่จากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจนหายเป็นปกติ และสุขภาพค่อย ๆ ดีขึ้น จนกลายเป็นเด็กที่สดใสร่าเริง และเติบโตสมวัยในปัจจุบัน

สำหรับความช่วยเหลือที่ได้รับจากทีมบุคลากรทางการแพทย์ ณ โรงพยาบาลรามาธิบดี และธารน้ำใจของผู้บริจาคเงินให้กับมูลนิธิรามาธิบดีฯ ถือว่าได้ช่วยเปลี่ยนชีวิตของแม่และน้องเลยก็ว่าได้ การได้รับโอกาสที่ดีครั้งนี้ ทำให้ครอบครัวของเรามีความสุขอีกครั้ง”

สำหรับ “โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้” ถือเป็นโครงการเก่าแก่ของมูลนิธิรามาธิบดีฯ ที่มีหน้าที่ในการจัดหาเงินทุนสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และมอบค่าใช้จ่ายที่จำเป็นอื่น ๆ ในการดำรงชีพให้แก่ผู้ป่วยยากไร้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมไปถึงการจัดหาเครื่องมือทางการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย เพื่อช่วยในการรักษาให้ผู้ป่วยยากไร้ได้กลับมามีชีวิตที่ดีอีกครั้ง

เพราะเราทุกคนสามารถส่งต่อความสุขให้แก่ผู้ป่วยยากไร้เหล่านี้ให้กลับมายิ้มได้อีกครั้ง โดยผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ เนื่องจากธารน้ำใจของคนไทยทุกคนคือการสนับสนุนที่สำคัญเพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านี้มีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าเดิม

*หมายเหตุ – ถ้าหากท่านใดสนใจบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากไร้ สามารถบริจาคในชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี โครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 879-2-00448-3, ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3 และธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 090-3-50015-5 หรือบริจาคออนไลน์ www.ramafoundation.or.th สอบถาม โทร. 0-2201-1111*

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...